'อ.อัจฉราวดี' : กับดักคำว่า อกตัญญู และ เรื่องภายในครอบครัว

19 พ.ค. 2569-อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล วิปัสสนาจารย์ชื่อดัง ผู้ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต โพสต์ข้อความเรื่อง กับดักคำว่า “อกตัญญู” และ “เรื่องภายในครอบครัว”

ก่อนอื่นขอส่งกำลังใจและความชื่นชมมายังทราย เรื่องของทราย ที่ต้องทนทุกข์กับความขมขื่นจนกลายบาดแผลลึกในใจ มีมุมมองสองประเด็นที่ขออนุญาตพูดถึงเพราะมักเป็นความสับสนในสังคม

เมื่อได้อ่านเทปสัมภาษณ์ อาจารย์รู้สึกชื่นชมว่าทรายเป็นคนจิตใจดี มีวุฒิภาวะสูงมาก ซึ่งน่าจะมาจากการได้รับการอบรมเลี้ยงดูมาดี

ที่ทรายกล่าวว่า “ เรื่องแบบนี้คือการทำร้าย ไม่ใช่เรื่องภายในครอบครัว จริงๆ ทรายไม่ชอบคำนั้นนะครับ เรื่องภายในครอบครัว เพราะครอบครัวเป็นสถาบันที่อาจทำร้ายบุคคลภายในครับ เหตุผลที่หลายคนเจอเรื่องแบบทราย ฆ่าตัวตาย ออกมาไม่รอด ติดยา เพราะทุกคนผลักให้เป็นเรื่องภายในครอบครัว คุณเป็นมนุษย์ อย่ามองว่าเป็นเรื่องครอบครัว”

ตรงนี้อาจารย์ชื่นชมมาก และช่วยเปิดมุมมองให้แก่สาธารณชน

คำว่า “เรื่องภายในครอบครัว” เป็นกำแพงที่หยุดยั้งไม่ให้คนนอกยื่นมือเข้าช่วยเหลือโดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่เป็นความรุนแรง เมื่อใดที่มีการล่วงละเมิดไปจนถึงมีการทำร้ายร่างกายขึ้นมา คนนอกมีสิทธิ์เข้าไปช่วยตามหลักมนุษยธรรม แม้แต่ตำรวจเองก็ต้องให้ความคุ้มครองเช่นกัน

การที่ญาติๆ ไม่มีใครยื่นมือเข้าช่วยแม้ว่าจะส่งเสียงออกไปแล้ว เป็นไปได้หรือไม่ว่าติดกับดักคำว่า “เรื่องภายในครอบครัว”

เมื่อมีเด็กคนหนึ่งถูกกระทำ Child Abuse ผู้ถูกร้องขอความช่วยเหลือ ต้องก้าวข้ามกำแพงคำว่าเป็นเรื่องภายในครอบครัว แล้วเข้าช่วยโดยไม่ต้องเกรงใจวงศาคณาญาติ เพราะชีวิตของทุกคนมีความหมาย

เราจะนอนหลับโดยหันหลังให้กับเด็กที่กำลังถูกกระทำ จนส่งสัญญาณขอให้ช่วยได้อย่างไร

หากเราผ่านไปเห็นพ่อคนนึงกำลังทุบตีลูกอย่างหนัก จนเสียงร้องส่งมาถึงข้างนอก เราก็มีสิทธิ์ไปช่วยได้เพราะมันเป็นเรื่องความปลอดภัยในชีวิต

ประเด็น กตัญญู-อกตัญญู

การกระทำที่เข้าข่ายอกตัญญู คือมีเจตนาทำร้าย ไม่มีจิตสำนึกถึงพระคุณที่ท่านมอบให้และไม่คิดตอบแทนพระคุณ แต่หากท่านกำลังทำสิ่งที่ผิดทำนองคลองธรรม ลูกก็ต้องถอยมาตั้งหลักโดยแยกให้ออกระหว่าง ความสำนึกในพระคุณที่ท่านเลี้ยงดู กับการเอาตัวรอดไม่ให้ตกเป็นเหยื่อความอยุติธรรม

สองเรื่องนี้ซ้อนกันอยู่ในแบบที่จะใช้คำว่า “อกตัญญู” คำเดียวตัดสินรวมไม่ได้

หากมองด้านเดียวจะคิดว่า ความกตัญญูคือการต้องตอบแทนผู้มีพระคุณอย่างไม่มีเงื่อนไข ไม่ว่าท่านจะทำผิดทำถูกก็ต้องตามใจ ต้องตอบแทนต่อไป แต่ในความจริงการตอบแทนใดๆ ต้องอยู่บนสัมมาทิฐิหรือมีความเห็นที่ถูกต้อง

หากบุพการีกำลังทำสิ่งที่ “อยุติธรรม” ลูกก็ต้องช่วยหยุดยั้งท่านได้ ซึ่งบางครั้ง การทำลายความหลงผิดก็มีราคาเป็นความเจ็บปวด

เช่น หากแม่ติดพนัน แล้วบังคับขู่เข็นให้ลูกส่งเงินให้แม่เล่นพนันต่อไป นี่ไม่ใช่ความกตัญญู แต่เป็นการผลักให้แม่จมเหวลึกไปเรื่อยๆ

การให้ที่สูงสุดทางธรรมคือ การให้ธรรมทาน คือมอบหรือสอนให้ท่านทำในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม

การแสดงความกตัญญู ต้องเป็นการกระทำที่ส่งผลลัพธ์อย่างถูกทำนองคลองธรรม รวมถึงช่วยให้ผู้มีพระคุณที่กำลังเดินลงเหว หยุดก่อกรรมทำเข็นต่อผู้อื่นและต่อตัวเอง

คำขอโทษ อย่างจริงใจจะช่วยแก้ปัญหาและเยียวยาทุกอย่าง ไม่มีใครไม่เคยทำผิดพลาด คำขอโทษที่ออกจากใจและมอบการเยียวยา

จะช่วยให้ทุกคนได้เริ่มต้นใหม่ก้าวข้ามแก้วที่แตกร้าว แล้วเดินบนเส้นทางที่ตนเลือกเดิน

เรื่องราวแห่งความขมขื่นของทรายที่กลายเป็นเรื่องสาธารณะ ทำให้คนในสังคม ต่างมอบความรักความเห็นใจ ส่งการโอบกอดผ่านคลื่นอากาศไปยังทรายอย่างท่วมท้น

แม้สิ่งที่ทรายได้รับในวันนี้ จะไม่สามารถทดแทนสิ่งที่หายไปในวัยเด็ก แต่การได้รับความรักจากคนจำนวนมาก ที่มากมายดุจเม็ดทรายในมหาสมุทร จนไม่สามารถนับได้ว่ามีจำนวนเท่าไหร่ ย่อมมีคุณค่าและมีความหมายยิ่ง

บนเส้นทางที่ผ่านความเจ็บปวด มีมุมที่งดงามเกิดขึ้นกับทราย

และทำให้รู้สึกว่า ชื่อ “ทราย” คือชื่อที่ถูกส่งมาเป็นของขวัญจากฟากฟ้า

เพราะในวันนี้ ทราย คือผู้ที่ได้รับความรักจากมหาสมุทร

และจากมหาชน

ขอให้ชีวิตต่อจากนี้พบเจอแต่สิ่งที่ดีงามนะคะ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'แม่ทราย สก๊อต' แถลงเปิดใจ! หลังถอนฟ้องลูกแล้ว

นางจีรานุช ภิรมย์ภักดี มารดาของนายสิรณัฐ สก๊อต หรือทราย ได้ดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งพระโขนง เพื่อขอถอนฟ้องคดีความกับทราย เรื่องเพิกถอนการให้แล้ว

'ทราย สก๊อต-แม่' ไกล่เกลี่ยนัดแรกไม่สำเร็จ ศาลนัดอีกครั้ง 16 มิ.ย.

ที่ศาลแพ่งพระโขนง ภายหลังจากศาลแพ่งพระโขนงมีคำสั่งให้นัดไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในคดีหมายเลขดำที่ พ.101/2569 ระหว่าง นางจีรานุช ภิรมย์ภักดี โจทก์ กับ นายสิรณัฐ สก๊อต หรือ ทราย สก๊อต จำเลย 
เรื่อง เพิกถอนการให้ ซึ่งโจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 5 ก.พ. 2569 และจำเลยยื่นคำให้การแล้ว  

อ.อัจฉราวดี ฝากถึง 'เอกนัฏ' อย่าล้มมวยแก้ราคาน้ำมัน

อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล วิปัสสนาจารย์ชื่อดัง ผู้ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กกล่าวถึงนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ต่อการแก้ปัญหาพลังงาน โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน การดำเนินคดีไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน โดย อ.อัจฉราวดี ระบุว่า หากปล่อยให้การแก้ปัญหาบ้านเมือง

อ.อัจฉราวดี กระทุ้ง 'ไชยชนก' อย่าทิ้งภาษาแม่ พูดไทยปนอังกฤษ สื่อสารไม่รู้เรื่อง ต้องไปเรียนภาษาไทยมาใหม่

อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล วิปัสสนาจารย์ชื่อดัง ผู้ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เห็นมีคนมาบ่นว่าไชยชนกพูดไม่รู้เรื่อง เห็นโพสต์ของเพจนี้เข้าใจเลยคือหากจะพูดขนาดนี้ในองค์กรเอกชนก็คงไม่มีใครว่า แต่นี่กำลังพูดในฐานะรัฐมนตรีที่ต้องสื่อสารกับคนไทย 66 ล้านคน มันไม่ได้ ต้องเรียนภาษาไทยมาใหม่ จึงจะเหมาะสมกับการอยู่ในตำแหน่งรมว.ของไทย

'อ.อัจฉราวดี' ชี้ภัย 'ระบอบส้ม' แนะใช้ความเด็ดขาดผดุงความชอบธรรม แทนการเลี้ยงหนามไว้ตำแผ่นดิน

อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล วิปัสสนาจารย์ชื่อดัง ผู้ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต โพสต์ข้อความว่าจากคำสัมภาษณ์ที่เกลื่อนไปด้วยคำว่า “ยึดโยงประชาชน”

'นักวิชาการ' ยกเคส 'ทราย' สะท้อนความเงียบ อำนาจครอบครัว ข้อจำกัดกระบวนการยุติธรรม

รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความเรื่อง ความเงียบ อำนาจครอบครัว และข้อจำกัดของกระบวนการยุติธรรม มีเนื้อหาดังนี้