Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

"ทหารบางคน (ที่สูญเสียประโยชน์) ยิงผม"


      หมายเหตุ  0  นายสนธิ  ลิ้มทองกุล  แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย  และผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ  แถลงข่าวเปิดใจครั้งแรกที่บ้านพระอาทิตย์  เมื่อวันที่  3  พฤษภาคม   2552  หลังตนเองถูกลอบสังหารด้วยอาวุธสงครามจนได้รับบาดเจ็บสาหัส  เมื่อวันที่  17  เม.ย.52

------

     การลอบสังหารผมเมื่อวันที่  17  เม.ย.52  นั้น  มีอยู่  2  มติ   เป็นมิติที่สำคัญมาก  มิติแรกคือ  การลอบสังหารในฐานะที่ผมเป็นสื่อมวลชน  ที่ตื่นขึ้นมาแล้วออกไปทำหน้าที่โดยสุจริต   เที่ยงตรง   ตรงไปตรงมา  รักษาผลประโยชน์ของชาติบ้านเมืองและส่วนรวม  มิติที่  2   การลอบสังหารผมในฐานะที่เป็นหนึ่งในแกนนำมวลชนภาคประชาชน  ทั้ง  2  มตินี้เป็นมิติที่อุกอาจ  โหดเหี้ยม  อำมหิต  เป็นการกระทำของคนมีอำนาจและมีหน้าที่จะต้องปฏิบัติ  การทำร้ายผมในมิติของการเป็นสื่อมวลชนนั้น  เป็นกระบวนการคุกคามสื่อที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ไทย   เพราะลักษณะการลอบสังหารไม่ใช่เรื่องของการลอบสังหารแบบส่วนตัว   ไม่ใช่ลักษณะการลอบสังหารผู้สื่อข่าวต่างจังหวัด   มีผลประโยชน์หรือไปขัดผลประโยชน์ของกลุ่มอิทธิพลในจังหวัด

     แต่เป็นการลอบสังหารเพื่อส่งนัย   ส่งสัญญาณไปให้หลายฝ่าย   แม้กระทั่งอาจจะรวมไปถึงนายอภิสิทธิ์   เวชชาชีวะ  นายกรัฐมนตรี  ด้วย  ว่าถ้านายสนธิตายได้   อภิสิทธิ์ก็ตายได้เช่นเดียวกัน   แล้วก็มีนัยเลยนายกฯ  อภิสิทธิ์  ไปด้วยว่าในประเทศนี้ถ้าใครมีอำนาจมีปืนร่วมมือกันนึกจะทำอะไรก็ย่อมทำได้

     เพราะฉะนั้นแล้วการทำเช่นนี้   เป็นการทำที่นอกจากโหดเหี้ยมอำมหิต  ยังเป็นการกระทำที่อุกอาจ  และไม่คำนึงเลยว่าประเทศไทยจะยืนอยู่ได้อย่างไร   คนในวงการสื่อมวลชนจะยืนอยู่ได้อย่างไร   สังคมไทยจะยืนอยู่ได้อย่างไร   ส่วนการคุกคามในฐานะที่เป็นแกนนำภาคประชาชนก็เป็นนัยที่ส่อให้เห็นว่า  ภาคประชาชนที่ออกมาเรียกร้องความถูกต้อง  ความเป็นไปให้มีความโปร่งใสนั้น  เป็นภยันอันตรายต่อกลุ่มอำนาจเก่าหรืออำนาจที่จะเข้ามาใหม่  เพราะฉะนั้นหากการลอบสังหารผมทำได้สำเร็จจะเป็นการข่มขู่ให้ผู้นำสื่อมวลชน   ผู้นำแกนนำมวลชนภาคประชาชนทั้งหลายย่อมมีความเกรงกลัวไป   นั่นเป็นการข่มขู่ที่สามารถล้มรูปแบบของการต่อสู้อย่างเปิดเผย   เท่ากับว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกหลายๆ  ตัว

     ตัวแรกคือการข่มขู่ทางอ้อมไปถึงนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  นายกรัฐมนตรี  ว่าหากฆ่านายสนธิได้   ก็ฆ่านายอภิสิทธิ์ได้   2.ข่มขู่ไปยังสื่อมวลชนที่กล้าพอที่จะออกมาพูดความจริงโดยไม่หวั่นเกรงอะไร   แล้วควบคุมวงการสื่อมวลชนอยู่ภายใต้อำนาจของการป่าเถื่อน   และเป็นการสร้างความชอบธรรมให้กับกระบวนการป่าเถื่อน  3.ข่มขู่กระบวนการภาคประชาชน  ซึ่งไม่จำเป็นว่าต้องเป็นเสื้อเหลือง  อาจจะรวมไปถึงเสื้อแดงหรือเสื้อสีอะไรก็ได้   ว่าถ้าหากเรียกร้องมากนัก  หรือมีจุดยืนที่ไม่เปลี่ยนก็เอาความตายไปแล้วกัน  แล้วดูซิว่าจะสู้ต่อหรือไม่

     2.แล้วกระบวนการลอบสังหารนั้นเกิดขึ้นจากใคร  ก่อนอื่นต้องดูพฤติกรรมและรูปแบบการลอบสังหาร   ที่ใช้อาวุธสงครามล้วนๆ  การยิงด้วยปืนอาก้า  M  16  แล้วตามด้วย  M  79  อีก  2  ลูกที่ไม่ระเบิดออกมา  ผมเห็นชัด  ด้วยสายตาผมเองว่า  เป็นการยิงจากคนซึ่งถูกฝึกฝนมาที่ให้ใช้อาวุธประเภทนี้โดยเฉพาะ   เพราะคนที่นั่งอยู่ท้ายรถกระบะ   ซึ่งห่างจากรถผมไม่ถึง   20  เมตร  ท่านั่งประทับยิง  เป็นท่าการยิงของทหารให้เห็นได้ชัด   ใช้กระบวนรถจำนวน  4  คัน  มีคนที่เข้ามาร่วมด้วยกว่า  10  คน  และกล้องวรจรปิดเกิดเสียขึ้นกะทันหัน  5   กล้อง  ย่อมเป็นพยานแวดล้อมที่เชื่อได้ว่า  มีการร่วมมือกันระหว่างผู้มีอำนาจ  และที่น่าสนใจว่า  ในขณะที่ยิงได้รับทราบเส้นทางเดินรถของผมตลอด  แสดงว่าได้มีการเฝ้า  จ้องและมุ่งที่จะสังหารผมเป็นเวลานานพอสมควร  การที่มี  4  คัน  รออยู่เป็นจุดๆ  และมีการขับปาดแซงทางซ้าย  และเริ่มยิงผมก่อนจากทางซ้าย  และให้รถคันหน้าจอดและประทับยิงนั้น   ไม่ใช่มือปืนมืออาชีพ   แต่เป็นลักษณะของขบวนการทีมล่าสังหาร   เหตุการณแบบนี้ไม่ใช่เกิดขึ้นในส่วนบุคคล   แต่ต้องผ่านการฝึกอบรมจากแหล่งต่างๆ  ที่อาจจะมีการฝึกอบรมขบวนการล่าสังหาร

     เมื่อเป็นเช่นนี้   ผมยืนยันได้ว่า   ขบวนการลอบสังหารผมเป็นฝีมือของทหารบางคน  ไม่ใช่ฝีมือของกองทัพ   เพราะกองทัพส่วนใหญ่เป็นทหารอาชีพ   จะไม่ทำเรื่องที่น่าอัปยศอดสูเช่นนี้เป็นอันขาด



     เป็นที่น่าสังเกตว่าตั้งแต่มีคดีที่ลอบยิงสังหารกลางนครหลวงหน้าธนาคารแห่งประเทศไทย  ทันทีที่เกิดขึ้น  ผู้ที่เกี่ยวข้อง  มีเพียงนายกฯ  อภิสิทธิ์เท่านั้นที่แสดงความเป็นห่วงเป็นใย  และบอกว่าเรื่องนี้ต้องดำเนินการให้ถึงที่สุด  ส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องคนอื่นนั้นไม่ได้แสดงอาการรู้ร้อนรู้หนาว  ในเรื่องของคนคนนึงที่เดินทางไปทำหน้าที่ของตนเองแล้วถูกอาวุธสงครามถล่ม   นอกจากไม่แสดงอาการรู้ร้อนรู้หนาวแล้ว   ยังแสดงอาการปฏิเสธที่มาที่ไปของอาวุธสงคราม   ซึ่งไม่ใช่ประเด็นที่ควรจะพูด

     แต่ผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นทหารหรือตำรวจ  น่าที่จะออกมาในรูปแบบของการประณามการกระทำเช่นนี้  ว่าเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะให้อภัยกันได้เลย  เพราะเกิดเหตุในช่วงที่มีการประกาศ  พ.ร.ก.ฉุกเฉิน  ใน   พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น  คนที่กล้ากระทำเช่นนี้ได้  ก็ต้องเป็นคนที่ได้รับการหลิ่วตาจากผู้หลักผู้ใหญ่ให้ทำได้  เช่นนี้ได้  แต่ผมยังเชื่อมั่นว่า  เหตุที่เกิดขึ้นกับผมนั้น  เกิดขึ้นมาจากทหารเพียงไม่กี่คนเท่านั้นเอง  นอกจากนั้นแล้วไม่มีส่วนรับรู้หรือรู้เห็นเป็นใจไปด้วย

     นอกจากไม่มีความรับผิดชอบแล้ว   เริ่มเข้าสู่กระบวนการปฏิเสธ   ไม่ว่าจะเป็นการปฏิเสธว่าอาวุธสงครามแบบนี้ใครๆ   ก็หาซื้อได้  ไปจนถึงการปฏิเสธเรื่องปลอกกระสุนปืน  โยนกันไปโยนกันมา   พอมีความจริงโผล่ขึ้นมาก็มีโฆษกกองทัพบกออกมาปฏิเสธว่าไม่ใช่   ทั้งหมดเป็นเรื่องที่น่าเสียใจว่า   เพิ่งมีผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเพิ่งจะมาพูดเมื่อ  3-4  วันที่ผ่านมานี้เองว่า  ถ้ามีทหารเกี่ยวข้องก็จะจัดการอย่างเด็ดขาด  ทั้งๆ  ที่เรื่องเช่นนี้ควรจะตั้งแต่วันแรก  กลับไม่พูดเลยแม้แต่นิดเดียว   เหมือนกับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับผมนั้น  มึงตายก็ตายไป  ไม่เป็นไร  สมน้ำหน้ามึง  ซึ่งผมก็ไม่ได้ถือโทษโกรธเคือง

     อีกประเด็นที่ผมจะชี้แจงว่าใครเป็นคนทำนั้น   จะขอเสริมจากการสัมภาษณ์เนชั่นสุดสัปดาห์ว่า   การต่อสู้ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนั้น  โดยแกนนำทั้ง  5  คน  ต่อสู้ตั้งแต่ปี   2549  ต่อเนื่องมา  193  วันที่ผ่านมานั้น  โชคดีของพันธมิตรฯ  ในช่วงการประท้วงของเสื้อแดงนั้นเราตั้งมั่นสงบ   ไม่ยุ่งอะไรกับใคร  จึงเป็นบทพิสูจน์ให้สังคมไทยได้เห็นว่าใครกันแน่เป็นผู้เน้นความรุนแรง   ขบวนการทำร้ายพันธมิตรฯ  เป็นขบวนการทำร้ายถึงขั้นเอาชีวิต  ไม่ว่าจะเป็นการปราบปรามเมื่อวันที่  7  ต.ค.2551  ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ  เป็นกระบวนการต่อเนื่องเพื่อข่มขู่   รวมทั้งการยิงด้วยปืนเอ็ม  79  ไปในทำเนียบรัฐบาลจนมีคนเสียชีวิตถึง  4  คน  และยิงตลอดเวลาที่สนามบินดอนเมือง

     ล่าสุดแหล่งข่าวของพันธมิตรฯ  ซึ่งเป็นทหาร  เปิดเผยว่า  กลุ่มคนซึ่งยิงเอ็ม  79  เข้าใส่ในทำเนียบรัฐบาล   สนามบินดอนเมือง  และศาลรัฐธรรมนูญนั้น  เป็นกลุ่มคนกลุ่มเดียวกัน  และเตรียมการที่จะยิงต่อ   แต่มีคนเอาข้อมูลแจ้งไปที่   พล.ต.อ.ธานี  สมบูรณ์ทรัพย์  รอง  ผบ.ตร. และ  พล.ต.ต.วิชัย  สังข์ประไพ  ผบก.น.1  ได้แจ้งไปเรียบร้อยแล้ว  ได้ไปดำเนินการสืบสวนสอบสวน   เท่าที่ทราบภายในเชื่อว่าข้อมูลที่ได้รับเป็นความจริง  และเตรียมดำเนินการจับกุมคนยิงซึ่งเป็นทหารยศจ่าสิบเอก  ยังอยู่ใน  กทม. ซึ่งเป็นข้อมูลใหม่ที่ให้เห็น



     การต่อสู้ของพันธมิตรฯ   นั้นเป็นการต่อสู้เพื่อการเมืองใหม่  คำว่าการเมืองใหม่มีนัยมากกว่าการเอาคนใหม่ๆ  มาเล่นการเมือง   การต่อสู้ของพันธมิตรฯ  เพื่อให้สังคมไทยกลับไปสู่ความโปร่งใส  มีความซื่อสัตย์สุจริตในการบริหารบ้านเมือง   ในทุกยุคทุกสมัยเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงจากเก่าไปสู่ใหม่  ย่อมมีการคัดค้าน  ไม่เห็นด้วย  ต่อต้านจากกลุ่มผู้มีอำนาจเก่า  หรือกลุ่มผู้กำลังจะมีอำนาจใหม่  และอยากจะกลับไปใช้อำนาจแบบเก่า  ที่ไม่มีการตรวจสอบ  เพราะฉะนั้นการต่อต้านคัดค้านจะมาหลายรูปแบบ   อาทิ  สภาผู้แทนราษฎร  สื่อมวลชนที่มีความเห็นไม่ตรงกัน  จนกระทั่งถึงรูปแบบการใช้กำลังรุนแรงเพื่อข่มขู่

     นอกจากนัยเพื่อปิดปากสื่อมวลชนที่มีความกล้าที่จะแสดงออกแล้ว  ยังมีนัยที่สำคัญอีกคือ  เพื่อข่มขู่แกนนำพันธมิตรฯ   คนอื่นไม่ให้แสดงจุดยืน  หรือมีการกระทำใดๆ  ที่จะสั่นสะเทือนฐานอำนาจของการเมืองแบบเก่า   สัญญาณตรงนี้มีข้อดีแสดงว่า   การเมืองรุ่นเก่าใกล้จะถึงที่สิ้นสุดแล้ว  นี่คือการดิ้นครั้งสุดท้าย   แต่ว่าคนซึ่งคิดเช่นนั้น   เป็นคนที่ไม่ได้คิดอย่างรอบคอบ  เพราะว่าคนที่คิดอย่างรอบคอบย่อมเข้าใจว่า  พันธมิตรฯ  มีอาวุธที่สำคัญที่สุดคือปัญญา  เพราะเราได้ปลูกฝังปัญญาให้ความรู้กับประชาชนตั้งแต่ปี  พ.ศ.2549   193  วันที่ผ่านมานี้   เราได้มีคนที่มีปัญญาเพิ่มขึ้นอย่างมากมหาศาล    เพราะฉะนั้นไม่สามารถหยุดยั้งสนธิ  ลิ้มทองกุล   อีกเป็นล้านๆ  คน  ที่ได้แปลงสภาพจากคนที่ไม่รู้   รู้เท่าไม่ถึงการณ์   มาเป็นรู้และอยากมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงชาติบ้านเมืองครั้งนี้

     เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่จะสูญเสียผลประโยชน์  ไม่ว่าจะเป็นทหารบางคนในรุ่นเก่าๆ  ที่ยังมีความสุขกับการเบียดบังแอบยิง  กับการใช้อำนาจเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว  หรือนักการเมืองรุ่นเก่าๆ  ที่มามองว่าการเมือง  การเลือกตั้งและประชาธิปไตย   คือการยกมือในสภาเท่านั้น  ตลอดจนข้าราชการหลายหน่วยหลายเหล่า  ซึ่งจะมีความเกรงกลัวการเมืองใหม่  เพราะฉะนั้นแล้วการประชุมร่วมมือกันหรือการที่มีความเห็นพ้องต้องกันว่า  นายสนธิ  ลิ้มทองกุล  ต้องตายนั้น  จึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าประหลาดใจ  ไม่น่าประหลาดใจเลยแม้แต่นิดเดียว

     ส่วนใครจะเป็นผู้ตัดสินใจ  ใครจะเป็นคนลงขัน  หรือใครจะเป็นคนกำหนดนั้นก็เป็นเรื่องภายใน  ที่ผมไม่สามารถที่จะเปิดเผยได้  และผมก็คงจะไม่เปิดเผย  ขณะนี้หลายกระแสพุ่งตรงไปที่คุณวิระยา  ชวกุล  พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  หรือ  พล.อ.อนุพงษ์  เผ่าจินดา  ผบ.ทบ. ผมได้คิดและไม่เชื่อว่าคนพวกนี้จะเป็นคนวางแผน   เพราะทุกคนออกมาปฏิเสธกัน   โดยเฉพาะคุณวิระยา   ชวกุล   แกมาปฏิเสธจากเสียงเจื้อยแจ้ว  แต่ผมจะฝากกราบเรียน  ความเห็นความรู้สึกส่วนตัวของผม  สมมติไม่ใช่เรื่องจริง  สมมติจะเป็นจริงผมก็ไม่โกรธ   ผมให้อภัยไปเรียบร้อยแล้ว  เพราะผมถือว่าคนเราทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง  อย่าไปโกรธใครเป็นส่วนตัว  ถ้าจะต้องบาดเจ็บสาหัส  หรือแม้ต้องตายเพื่อชาติบ้านเมือง   แล้วชาติบ้านเมืองดีขึ้นมันก็คุ้มค่าที่จะตาย



     แต่สิ่งที่ผมเสียใจที่สุดในชีวิต  คือเลือดที่มันหยดจากตัวผมไหลลงสู่พื้นดินนั้น  มันไม่ได้ต่างจากเลือดทหารที่ปกป้องราชอาณาจักรไทย   อยู่ที่พรมแดนไทยเขมร  หรือที่ต่อสู้กับโจรแบ่งแยกดินแดนทางใต้   เพราะว่าผมก็สู้เพื่อชาติ   ศาสนา  พระมหากษัตริย์เช่นกัน  และผมกลับโดนยิงโดยคนซึ่งควรจะไปปกป้องชาติ  ศาสนา  พระมหากษัตริย์  เหมือนกับผม  นั่นคือสิ่งที่ผมเสียใจมากที่สุด   และผมอยากให้บทเรียนของผมเตือนใจทุกคนว่า  การที่คนเรามีความคิดเห็นต่างกันไม่ได้แปลว่าเราจะต้องมาฆ่ากัน   การยิงผมครั้งนี้เป็นบทพิสูจน์ตอนจบสุดท้ายให้เห็นว่า   พันธมิตรฯ   ไม่ใช่เป็นคนต้องการความรุนแรงเลย  เป็นผู้ที่หลีกเลี่ยงความรุนแรง

     ส่วนเรื่องของคุณวิระยา  ชวกุล  นั้นเป็นเรื่องราวที่คุณวิระยาได้ชี้แจงออกมาว่าไม่ได้เกี่ยวข้อง   ซึ่งผมก็ดีใจที่ท่านไม่ได้เกี่ยวข้อง  ผมเพียงอยากฝากเตือนสัจธรรมซึ่งทุกๆ  คนทราบว่า  คนเรานั้นโกหกใครก็ได้  แต่โกหกกับตัวเองไม่ได้เด็ดขาด  มโนธรรม   สำนึกจะติดตัวอยู่จนกระทั่งลมหายใจสุดท้ายของชีวิตจะหมดไป   ก็อาจจะตายอย่างทุรนทุรายก็ได้ว่าครั้งหนึ่งในชีวิตเคยทำผิดอะไรไว้   เพราะฉะนั้นผมดีใจที่คุณวิระยาปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ   ผมก็อนุโมทนาสาธุให้ด้วย   ส่วนเรื่องต่างๆ  ผมคงไม่เล่าอะไรให้ฟัง  (แจกเอกสารที่เรียบเรียงจาก  นสพ.มติชน  ระบุว่า  "ราชเลขาฯ  ราชินีแจ้งด่วนมหาดไทยสั่งผู้ว่าฯ  ทั่วประเทศหยุดบีบขายเสื้อ สก.")

     อีกเรื่องคือที่สื่อมวลชนและหลายคนถามว่า  ผมห้อยพระอะไรถึงเกิดปาฏิหาริย์เช่นนี้  ตำรวจที่ทำคดีบอกว่า  ถ้ารวมปลอกกระสุนเวลาที่ยิงแล้ว  ทั้งที่ตกในรถและข้างนอกเบ็ดเสร็จต้องมีเกือบ   200  นัด  กระสุนอาก้า  ต้นไม้ต้นหนึ่งยังยิงทะลุได้   นับประสาอะไรกับรถญี่ปุ่นคันหนึ่งทำไมจะยิงทะลุไม่ได้   ผมไม่ได้ปฏิเสธว่า  โดนกระสุนหลายนัด  และไม่เป็นอะไร   ผมโดนอาวุธนัดหนึ่งที่หน้าอก   รอยกระสุนยังเห็นเป็นรอยช้ำ  โผล่รอยช้ำอยู่ข้างหลัง   ข้างนอกช้ำจุดเดียว  แต่ข้างหลังเป็นดวง  ผมเป็นคนมีพ่อแม่ครูอาจารย์เยอะ  

พวกเราต่างก็มีพ่อแม่ครูอาจารย์   บางคนก็กราบหลวงปู่ทวด  สมเด็จโตวัดระฆัง  หลวงพ่อบ้านแหลม   หลวงพ่อแดง  หลวงพ่อแฉ้ม  หลวงพ่อโสธร  ผมก็ทราบอยู่หลายองค์  รวมทั้งพ่อแม่ครูอาจารย์   หลวงปู่เสา  หลวงปู่มั่น  หลวงตามหาบัว  ทุกองค์รวมทั้งหลวงปู่ทวดด้วย  แต่คิดว่าที่สุดแล้ว  พ่อแม่ครูอาจารย์   หรือสิ่งศักดิ์ศักดิ์จะปกป้องเราหรือไม่  อยู่ที่เราทำอะไรมากกว่า  ผมพูดหลายครั้งขอพูดอีกครั้ง   ผมห้อยพระคุณงามความดี   การที่ผมบาดเจ็บครั้งนี้แล้วไม่ถึงแก่ชีวิต  แล้วรอดตายอย่างปาฏิหาริย์  มีผลต่อสังคมไทยบางประการ  ซึ่งผมคิดว่าเป็นข้อดี   ถึงจะแลกกับเลือดของผมที่ไหลสู่แผ่นดิน  แต่สังคมไทยในบริบทนี้สามารถเปลี่ยนได้ก็เป็นเรื่องที่ดี

     นั่นคือคนเริ่มหันมาเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์    โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองนั้น  พระย่อมคุ้มครอง   ผมคิดว่าบริบทนี้สำคัญมากที่สุด  เพราะช่วงหลังคนไทยเริ่มห่างเหินสัจธรรมที่ว่า   ทำดีได้ดี   ทำชั่วได้ชั่ว  กลับไปเชื่อว่า  ทำดีไม่ได้ดี   แต่ทำชั่วกลับได้ดี   ผมคิดว่าการรอดตายครั้งนี้คงไม่ใช่ปาฏิหาริย์อะไรที่พิเศษสุด  นอกจากว่าคุณงามความดีที่ผมทำให้ชาติบ้านเมืองนั้นคุ้มครอง  



     ในช่วงวินาทีที่คนยิงอยู่หลังรถนั้น  ยิงด้วยปืนอาก้า  น่าประหลาดมหัศจรรย์มาก  ทั้ง  รปภ.และคนขับรถที่นั่งข้างหน้านั้นไม่มีใครเสียชีวิตเลยแม้แต่คนเดียว  รปภ.ของผมชื่อนายวายุภักษ์บอกตอนหลังว่า  เหมือนมีลูกปืนวิ่งอยู่รอบๆ  ตัวผม   ไม่เข้ามาถึงผมเลย   ช่วงวินาทีนั้นผมตั้งสติและกำหนดจิต   ตั้งจิตอธิษฐานว่า   ถ้าผมต้องสิ้นชีวิตไปครั้งนี้  เพราะเวรกรรมในชาติก่อนที่ผมทำ   ก็ขอให้ผมได้ชดใช้กรรมให้หมด   แต่หวังว่าการเสียชีวิตของผมครั้งนี้  ถ้าจะมีประโยชน์   ก็ขอให้ชาติ  ศาสนา  พระมหากษัตริย์  นั้นจงอยู่ได้ตลอดไป  และผมขอบารมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นบารมีที่มาคุ้มครองผม   เพราะฉะนั้นแล้วไม่ใช่ผมห้อยอะไรเป็นพิเศษ   แต่ว่าพวกเราก็ห้อยกันทุกคน  แต่ที่สำคัญต้องห้อยคุณงามความดีที่ต้องห้อยตลอดเวลา  เพราะถ้าไม่มีคุณงามความดีแล้ว   สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุณห้อยก็จะไม่ออกมาปกป้องคุณ

     มีข่าวลือกันมากว่าผมถอดใจ  ผมจะเลิกแล้ว  ก็ต้องขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง  ในขณะนี้แพทย์สั่งให้ผมพักฟื้น  เพราะน้ำในหู  2  ข้างยังไม่เท่ากัน   เวลาลุกขึ้นนั่งหรือเวลาจะนอนนั้นเวียนหัวเหมือนคนจะหน้ามืด  หัวจะทิ่มพื้น  มันต้องใช้เวลาพักฟื้น  ผมคงต้องใช้เวลาพักฟื้นอีกสักระยะ   การพักฟื้นก็มีหลายรูปแบบ  อาจเดินทางไปต่างประเทศเพื่อพักฟื้น   แต่ไม่ใช่อินเดียหรือเนปาล   ซึ่งผมจะไปอยู่ที่นั่นแน่นอน   ผมคิดว่าจะไปไหว้พระสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผมเคยไปไหว้หลายๆ  ที่   และผมอาจไปประเทศสหรัฐอเมริกาสักชั่วครู่หนึ่ง  เพื่อที่หลีกเลี่ยงจากเหตุการณ์ต่างๆ

     เพราะผมเชื่อว่า  ภายในเดือนพฤษภาคมนี้ก็จะมีการแถลงข่าวของตำรวจแล้วว่าใครบ้างจะเป็นผู้ต้องสงสัย   ผมไม่อยากจะอยู่เป็นตัวละคร  เพราะว่าผมให้อภัยทุกคนแล้ว   วันที่ผมกลับมาจากโรงพยาบาลหลังจากอยู่โรงพยาบาลได้  7  วัน  สิ่งแรกที่ทำคือไปที่ห้องพระ  ซึ่งผมกราบพระและปฏิบัติธรรมเป็นประจำ   ผมจุดธูป  5  ดอก  แล้วตั้งจิตอธิษฐานว่า  วันนี้ผมจะสวดคาถาเมตตาปริตร   คือคาถาเมตตาใหญ่ของพระพุทธเจ้า  และผมขออุทิศส่วนกุศลในการสวดคาถาเมตตาปริตร  ให้คนที่ยิงผม   คนที่วางแผนฆ่าผม   และผู้คนทั้งหลายที่เกี่ยวข้อง  และผมก็กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้

     และผมก็ประกาศสัจจะวาจาต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์  ว่าผมให้อภัยทุกคน  เพราะเขาทำไปโดยที่เขาไม่รู้   คนที่รับคำสั่ง  รับคำสั่งโดยอาจรับค่าจ้างมา   หรือว่าถูกสั่งให้ทำ  เพราะว่าเป็นลูกน้อง  และคนที่ทำก็มีอวิชชา   มีมิจฉาทิฐิ   ไม่ทราบว่าที่ตัวเองทำไปนั้นผิด  เพราะสิ่งที่พวกผมสู้นั้นคือสู้ให้ชาติบ้านเมืองอยู่รอด   ชาติบ้านเมืองวันนี้ไม่มีทิศทางที่จะอยู่รอดเลยหากการเมืองยังคงดำเนินการต่อไปแบบนี้   การคอรัปชั่น   มองประเทศไทยเป็นสมบัติผลัดกันชม  การคอรัปชั่นทุกจุดเพียงเพื่อจะหาเงินแล้วซื้อเสียงกลับเข้ามามีอำนาจนั้น   มันต้องยุติได้แล้วในยุคนี้   เพราะถ้าไม่ยุติในยุคนี้สังคมไทยจะล่มสลาย 

     เพราะฉะนั้นผมไม่ได้โกรธเคืองหรืออาฆาตแค้นใครทั้งสิ้น   ศรัทธาและความมุ่งมั่นยังเหมือนเดิม   การถูกลอบสังหารยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่าจะต้องทุ่มเทชีวิต  และตั้งสัจจะอธิษฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่า  เมื่อผมรอดตายครั้งนี้ผมถือว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้มอบภารกิจให้ผมต้องเดินหน้าต่อไป  เพื่อทำหน้าที่จะสร้างสังคมไทยดีขึ้นทุกรูปแบบ  ทำให้มั่นใจว่าสิ่งที่พันธมิตรฯ  ได้ร่วมกันทำเป็นสิ่งที่ทำถูกต้องไม่ผิด  เพราะหากทำผิดหรือไม่ถูกต้อง  เราคงอยู่ไม่นานถึงขนาดนี้   ที่สำคัญเราคงไม่มีประชาชนของเราเป็นล้านๆ  คน   เป็นสิบล้านคนที่เห็นด้วยกับเรา

     ที่บอกภายในเดือน พ.ค.จะมีการแถลงข่าวกรณีผู้ต้องสงสัย

     สนธิ  ๐  ผมเชื่อว่าภายในเดือนพ.ค.ทางตำรวจจะมีการแถลงข่าวและเชื่อว่า พล.ต.อ.ธานีมีข้อมูลไปรายงานต่อนายกฯเป็นการส่วนตัวและเชื่อว่าเมื่อถึงจุดนั้น   ท่านนายกฯจะพิจารณาว่าเมื่อข่าวออกมาแล้วท่านจะตอบสังคมอย่างไร

     มองอย่างไรที่ฝ่ายความมั่นคงไม่ให้ความสำคัญ และการเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯที่กระทำ ยังคาดหวังหรือไม่ว่าจะนำไปสู่การเมืองใหม่

     สนธิ ๐ ที่ฝ่ายความมั่นคงไม่ให้ความสนใจ ผมมองว่าเป็นเรื่องความใจดำเพราะการเกิดเหตุครั้งนี้ข่าวออกทั่วโลก  เพราะฉะนั้นแล้วคนที่อยู่ฝ่ายความมั่นคง โดยตรรกะ แล้วใครจะมีปืนอาร์ก้า ใครจะมีปืนเอ็ม  16  ยิงและใครจะสามารถยิงเอ็ม 79 ได้ตั้งสองลูกถ้าไม่ใช่มาจากหน่วยความมั่นคง คงไม่ใช่โจรจากชลบุรีหรือมาเฟียที่ไหนก็ตามที่ทำได้ ถ้าจะเป็นมาเฟียก็ต้องเป็นมาเฟียที่มีส่วนเกี่ยวพันกับความมั่นคงถึงจะมีอาวุธอย่างนี้  นี่คือความหมายของผม

     มองว่าเหตุการณ์นี้จะสัมพันธ์กับการเกิดขั้วอำนาจใหม่

     สนธิ๐  ผมเป็นคนแรกที่เสนอทฤษฏีว่า  ขั้วอำนาจใหม่กำลังก้าวเข้ามาสู่วงการเมือง  ผมมองว่าการเมืองโดยรวมสมัยก่อนเราสู้กับทักษิณ  เราสู้กับเสื้อแดง วันนี้พิสูจน์ชัดว่ากลุ่มเสื้อแดงอ่อนแรงไปแล้ว และการปราบปรามกลุ่มเสื้อแดงปราบปรามได้ง่าย  ถ้า เขาจะปราบปราม นี้แค่ออกหมายจับเพียง 2-3 เจ้าทั้งที่ควรออกหมายจับมานานแล้วก็ทำให้กลุ่มเสื้อแดงชะลอตัวเองไม่กล้าออกมาแม้กระทั่งการขึ้นเวทีครั้งสุดท้ายผู้ที่ถูกออกหมายจับก็ไม่กล้า เพราะถ้าก่อความวุ่นวายตำตรวจจะถอนประกัน เพราะฉะนั้นกลุ่มเสื้อแดง  70% ถูกจัดตั้งมา เพราะเมื่อจัดตั้งมาอุดมการณ์ในกลุ่มเสื้อแดงมีน้อยมาก เพราะฉะนั้นการต่อสู้กับกลุ่มไม่มีอุดมการณ์และยืนอยู่ผลประโยชน์ไม่ยาก ไม่เหมือนกับต่อสู้กับกับคนที่มีอุดมการณ์เช่นพันธมิตรฯที่มีปัญญา  ผ่านร้อนหนาว  ผ่านความเป็นความตายมานาน  7  ต.ค.และถูกยิงถล่มที่ทำเนียบ  หลายๆอย่างทำให้เกิดความแข็งแกร่งและคนที่สู้ต่อไปก็มั่นใจว่าที่เราสู้กันมาไม่ผิดเพราะฉะนั้นคนเหล่านี้เป็นอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่มาก

     สำหรับใครก็ตามที่อยากแทรกเข้ามาในสูญญากาศที่กลุ่มคนเสื้อแดงและทักษิณเริ่มอ่อนแรงไป   แต่การแทรกเพื่ออะไร  หากแทรกเพื่อการพัฒนาไปสู้การเมืองใหม่  ผมเชื่อว่าพันธมิตรฯจะไม่ขัดขวางและพร้อมสนับสนุน แต่การแทรกเพื่อกลับไปจุดเดิมคือแทรกแบบสมบัติพลัดกันชม เมื่อยึดอำนาจทักษิณได้ก็คิดว่าอำนาจอยู่ในมือแล้ว ทักษิณทำอะไรไม่ได้ เพราะฉะนั้นการปฏิรูปการเมืองหรือคดีที่เกี่ยวกับคุณทักษิณ เขาก็ใส่เกียร์ว่างหมดเลย  นี้คือลักษณะการมองคล้ายๆกัน เป็นเพียงแต่คราวนั้นเขาใช้อำนาจ ปฏิวัติรัฐประหารเข้ามาแต่ครั้งนี้จะใช้ช่องว่างสูญญากาศที่เกิดขึ้นและเข้ามา



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์