Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

ร่วมสร้างประเทศไทยให้น่าอยู่ นาทีทองขับเคลื่อนปฏิรูป


ากมีการสำรวจเวทีสัมมนาบ้านเรายามนี้  ผมเชื่อว่าส่วนใหญ่จะต้องชูประเด็น ปฏิรูปเป็นลำดับแรก ซึ่งผมถือว่าเป็นนิมิตที่ดีครับ  เพราะย่อมหมายความได้ว่า  ประชาชนคนไทยโดยรวมแทบทุกภาคส่วนเห็นความจำเป็นและความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย

                วันนี้..ถือได้ว่าเป็นนาทีทองของการขับเคลื่อนงานการปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นจริง หลังจากที่หลายฝ่ายตั้งความใฝ่ฝัน และวาดความหวังไว้นานพอประมาณ

                ฉะนั้น  ใครที่สนใจเรื่องของการปฏิรูป เปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุดในโลก ไม่ควรรอช้า  ปล่อยกาลเวลาให้เปล่าประโยชน์ไปนะครับ อย่างน้อยหากไม่ว่างไปร่วมแสดงความคิดเห็นที่เวทีสัมมนา  หรือไม่ถนัดที่จะโชว์ตัว ก็มีหลายเวทีทีเดียวที่เปิดโอกาสให้คนไทยมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยผ่านช่องทางต่างๆ         

                อาทิ ที่เว็บไซต์ www.facebook.com/Assemblyreform  และอีเมลล์ที่  assemblyreform2010@gmail.com  ซึ่งประกาศเชิญชวน ประชาชนร่วมเสนอความคิดเห็นต่อสมัชชาปฏิรูปประเทศไทย ตอบคำถามเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย  2 ข้อ อันได้แก่ 1.สังคมมีความเป็นธรรมในความฝันอันสูงสุดของท่านอย่างไร 2. ท่านเสนอมาตรการอะไรบ้างที่จะลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย

นอกจากนั้น ที่น่าสนใจและน่าติดตามเห็นจะเป็นโครงการ ไอเดียประเทศไทย (Ideas for Thailand)”  ของรัฐบาล ภายใต้แนวคิด "เมืองไทยเราสร้างได้"  เพื่อสร้างความมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงพัฒนาสังคมไทยโดยระดมความคิดเห็นและความร่วมมือจากภาคเอกชน

                ความน่าสนใจของโครงการนี้ มิใช่แค่รัฐบาลโดยสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพหลักเพื่อการขับเคลื่อนให้ประชาชนร่วมกันแสดงความคิดเห็นในการปฏิรูปประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังใช้ยุทธศาสตร์ด้านการตลาดมาผลักดันให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างจริงจังต่อเนื่อง มิใช่ปล่อยให้ข้าราชการรับผิดชอบแต่ฝ่ายเดียว หลังรัฐบาลประกาศนโยบายเหมือนวิธีการเก่าๆที่ผ่านมานับศตวรรษ

                มีคำอธิบายในการทำโครงการนี้ว่า โครงการนี้เป็นการสร้างพื้นที่ให้ความคิดดีๆ ต่างๆ มารวมกันได้ เป็นตลาดความคิด พื้นที่ซื้อขายความคิดในการพัฒนาสังคม ไม่ว่ามิติด้านสุขภาพ

เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีและสื่อสารสนเทศ ศิลปวัฒนธรรม และคุณภาพชีวิต โดย ไอเดียประเทศไทย จะเปิดรับข้อเสนอความคิดจากทุกคนในสังคมทุกภาคส่วนในการร่วมพัฒนาสังคม โดยจะเปิดรับข้อเสนอวันนี้ถึง 31 ส.ค. จากนั้นจะคัดเลือกเหลือ 50 โครงการ ซึ่งภายในก.ย.นี้จะเกิด

กิจกรรมเทศกาลความคิด (Ideas Festival) เพื่อนำเสนอความคิดเหล่านี้ และคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะคัดเลือกให้เหลือเพียง 20 โครงการและนำมาให้ประชาชนร่วมโหวตเพื่อเลือก 5 โครงการสุดท้ายในการร่วมพัฒนาสังคมไทยและจะได้รับทุน 1 แสนบาท พร้อมการประสาน

ความร่วมมือสนับสนุนทั้ง 5 โครงการให้เกิดผลรูปธรรมจริง และโครงการที่เสนอเข้ามาทั้งหมดหากโครงการใดสามารถทำได้จริงก็จะมีการผลักดันต่อไป โดยทั้งหมดจะมีการนำเสนอผ่านรายการไอเดียประเทศ ทางช่องสทท. (ช่อง11) ด้วย

                ใคร..คนไหน..ผู้ใด..จะมองมุมต่างว่าเป็นการสร้างภาพ ก็ห้ามกันไม่ได้เพราะมันเป็นอิสรภาพแห่งความคิด ตราบเท่าที่มิได้ละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่นนะครับ แต่ผมเห็นตรงกันข้าม 360 องศาครับ 

ผมเห็นว่า  ทำดีกว่าไม่ทำ  และได้ทำก็จะได้รู้ว่า  ทำได้หรือได้แค่(ขาย)ฝันไปวันๆ

นอกจากนั้นที่มองข้ามไม่ได้คือ การได้ความคิดของ คนนอก  ซึ่งหมายถึงประชาชนทั่วไปช่วยทำพิมพ์เขียวสร้างประเทศไทยให้ดีกว่าเก่า  ย่อมเปิดช่องทางใหม่ๆแหวกออกจากวงจรเดิมๆ  แนวคิดเก่าๆ ที่ข้าราชการมักจะยึดติดเป็นรูปแบบ  ใช้เป็นข้ออ้างว่าทำไม่ได้หรือติดขั้นตอนนั้นขั้นตอนนี้มานานแสนนาน  

                สรุปได้ว่า วิธีคิด วิธีทำเพื่อระดมสมอง  ขอความร่วมมือ  ขับเคลื่อนเปลี่ยนแปลงหรือปฏิรูปประเทศไทยที่ทุกฝ่ายกำลังทำกันอย่างมีความหวังและความปรารถนาดี อีกทั้งเชื่อมั่นว่า เป็นเวลาอันสมควรเพื่อพาชาติออกจากวิกฤตนั้น เป็นสิ่งที่ดีและสมควรแล้ว  แต่ความสำเร็จจะสัมฤทธิ์ตามเป้าหมาย 3 ปี หรือขยายไปถึง 10 ปีหรือเปล่านั้น ...ต้องติดตามต่อไป  เพราะคิดกับทำนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

                การคิดและการทำ ยังต้องพิสูจน์กันอีกยาวไกลครับ เพราะผมจำได้ว่า  ผมได้อ่านแนวคิดของอาจารย์หมอประเวศ วะสี เกี่ยวกับ  หนึ่งมหาวิทยาลัยหนึ่งจังหวัด  อันเป็นการนำเสนอการปฏิรูปประเทศไทยจากรากฐาน และอาศัยภูมิปัญญามาตั้งแต่ปี 2552  มาถึงวันนี้วิสัยทัศน์อันมองเห็นถึงการสร้างคนเพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคมนี้ก็ยังนอนนิ่งอยู่ในกระดาษ  หรือมีเพียงสถาบันการศึกษาบางแห่งเท่านั้น ที่ขับเคลื่อนเดินตามแนวทางนี้  ด้วยปัญหาและข้อจำกัดต่างๆ โดยเฉพาะโครงสร้างใหญ่ว่าด้วยระบบการศึกษาไทยนั่นแหละ

                อาจารย์หมอประเวศ ที่ตอนนี้เป็นประธานสมัชชาปฏิรูปประเทศไทยอีกตำแหน่ง เคยกล่าวไว้เมื่อปีที่แล้วว่า ปัจจุบันมีวิกฤตการณ์ต่างๆ เช่นวิกฤตเศรษฐกิจ วิกฤตสังคม วิกฤตสิ่งแวดล้อมวิกฤตการเมืองที่เชื่อมโยงกันอย่างสลับซ้อนและยากต่อการเข้าใจและแก้ไขสังคมคงต้องการปัญญามากกว่านี้จึงจะออกจากสภาวะวิกฤตได้ระบบอุดมศึกษาควรจะเป็นหัวรถจักรทางปัญญาที่พาประเทศออกจากวิกฤตเพราะมหาวิทยาลัยเป็นขุมกำลังทางวิชาการที่ใหญ่ที่สุดแต่มหาวิทยาลัยในปัจจุบันก็เหมือนติดอยู่ในวิธีคิดบางอย่างที่ทำให้มหาวิทยาลัยไม่มีพลังทางปัญญาเท่าที่ควร                 

                ถ้าระบบอุดมศึกษาไม่สามารถมองภาพใหญ่ แล้วใครจะมองนักการเมืองหรือข้าราชการหรือสื่อมวลชน หรือนักธุรกิจหรือชุมชนท้องถิ่น หรือภาคประชาสังคมหรือถ้าเรามองภาพใหญ่ไม่ได้เราก็ไม่สามารถใช้ศักยภาพที่เรามีอยู่พาชาติออกจากวิกฤตได้

            ผ่านมาถึงปี 2553  แนวคิดนี้ถูกหยิบยกมาระดมความคิดเห็นกันอย่างจริงจังแล้ว  ก็หวังว่า นี่จะเป็นโอกาสทองในภาคปฏิบัติ...ผมขอภาวนาให้ทำได้ครับ

 

                                                                                                            นายใฝ่ฝัน  ปฏิรูป



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์