ยิ่งนานยิ่งแน่นแฟ้น! การเยือนเกาหลีเหนือของสีจิ้นผิงมีความหมายอย่างมากต่อรัฐนิวเคลียร์

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงเดินทางเยือนเกาหลีเหนือ เพื่อกระชับสัมพันธ์กับรัฐนืวเคลียร์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์

ผู้นำคิม จองอึน ของเกาหลีเหนือ (ขวา) และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ถ่ายภาพร่วมกันหน้าอนุสาวรีย์ที่ระลึกถึงการปลูกต้นไม้ ณ โรงเรียนแกนนำกลางของพรรคแรงงานเกาหลีในกรุงเปียงยาง เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน (Photo by KCNA VIA KNS / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพุธที่ 10 มิถุนายน 2569 กล่าวว่า ประธานาธิบดีจีนเดินทางเยือนเกาหลีเหนือที่ถูกโดดเดี่ยวทางการทูต หลังจากเป็นเจ้าภาพต้อนรับผู้นำโลกหลายคน รวมถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ที่กรุงปักกิ่ง

การเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือและรัสเซียอบอุ่นเป็นพิเศษ โดยรัฐบาลเปียงยางได้ส่งทหารและยุทโธปกรณ์ไปช่วยเหลือในการรุกรานยูเครน

สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) ของรัฐบาลเกาหลีเหนือ รายงานว่า คิม จองอึน และสี จิ้นผิงแสดงความพึงพอใจและซาบซึ้งใจอย่างยิ่งที่ได้วางแผนระยะยาวสำหรับการพัฒนาความสัมพันธ์

"ระหว่างการเยือนสองวันทั้งสองประเทศได้กระชับมิตรภาพและสายสัมพันธ์ฉันมิตรที่ใกล้ชิดให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และยืนยันเจตจำนงอันแน่วแน่ที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ฉันมิตรแบบดั้งเดิมระหว่างเกาหลีเหนือและจีนให้เป็นแบบอย่างของความสัมพันธ์ที่ทรงพลังและมีกลยุทธ์ที่สุด" สำนักข่าวฯระบุ

สี จิ้นผิง และคิม จองอึน เยี่ยมชมโรงเรียนฝึกอบรมบุคลากรกลางของพรรคแรงงาน ซึ่งพวกเขาได้หารือเกี่ยวกับการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่พรรคฯและปลูกต้นไม้เพื่อเป็นอนุสรณ์ ก่อนที่จะเยี่ยมชมอนุสรณ์หอมิตรภาพเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารจีนที่เข้าร่วมรบในสงครามเกาหลี

สี จิ้นผิงได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ในการเดินทางครั้งนี้ ซึ่งเขาเดินทางไปพร้อมกับภรรยาและเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่นๆ

หลังจากนั้น เขาได้ขอบคุณคิม จองอึนในจดหมาย โดยกล่าวว่าผู้นำทั้งสองได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างลึกซึ้งในประเด็นที่ต่างฝ่ายต่างสนใจ และบรรลุความเข้าใจร่วมกันที่สำคัญหลายประการ

มีรายงานว่า สี จิ้นผิงเขียนในจดหมายว่า การเจรจาแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นแน่วแน่ของทั้งสองฝ่ายที่จะเสริมสร้างมิตรภาพอันดีงาม, ส่งเสริมการพัฒนาและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน และปกป้องสันติภาพและความมั่นคงทั้งในภูมิภาคและส่วนอื่นๆ ของโลก

สี จิ้นผิงกล่าวว่า เขาได้บรรลุฉันทามติที่สำคัญกับคิม จองอึนเกี่ยวกับการพัฒนาความสัมพันธ์จีน-เกาหลีเหนือในยุคใหม่ ตามรายงานของสำนักข่าวซินหัว

นอกจากนี้ สี จิ้นผิงยังผลักดันให้เสริมสร้างความสัมพันธ์ทางการทูต, การบังคับใช้กฎหมาย และการทหาร

การเดินทางของสี จิ้นผิง เกิดขึ้นหลังจากการเจรจากับทรัมป์เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งทำเนียบขาวระบุว่าผู้นำทั้งสองยืนยันเป้าหมายร่วมกันในการลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ

แต่รายงานข่าวจากสื่อทางการของทั้งจีนและเกาหลีเหนือไม่ได้กล่าวถึงการลดอาวุธนิวเคลียร์ในการรายงานข่าวการประชุมสุดยอดระหว่างสี จิ้นผิง และคิม จองอึน

นักวิเคราะห์เชื่อว่า นั่นแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลปักกิ่งยอมรับสถานะของเปียงยางในฐานะรัฐที่มีอาวุธนิวเคลียร์โดยปริยาย

คิม จองอึนเคยให้คำมั่นซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าจะไม่มีวันละทิ้งคลังอาวุธนิวเคลียร์ของตน และน้องสาวผู้ทรงอิทธิพลของเขากล่าวไว้ก่อนการเยือนของสี จิ้นผิง ว่าโครงการนิวเคลียร์เป็น "แนวป้องกันที่ไม่สามารถถอยได้" ของรัฐบาลเปียงยาง

เนื่องจากในอดีตเกาหลีเหนือพึ่งพาการสนับสนุนทางการเมืองและเศรษฐกิจจากจีนอย่างมาก คิมจึงพยายามดึงเกาหลีเหนือใปใกล้ชิดกับรัสเซียมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

เขายังเสริมสร้างพันธมิตรกับปูตินโดยการส่งกองกำลังไปร่วมรบกับกองกำลังรัสเซียเพื่อต่อต้านยูเครน

ถึงกระนั้น รัฐบาลปักกิ่งก็ยังคงเป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจของเกาหลีเหนือซึ่งเศรษฐกิจของประเทศถูกบั่นทอนมานานหลายปีจากมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์.

เพิ่มเพื่อน