Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

ตกลงจะ...สู้กับใคร???


สองวันที่ผ่านมา...ก็ยังไม่มีอะไรถึงกับน่าหวั่นไหว น่าวิตก อย่างที่ใครต่อใครเคยคาดๆ กันเอาไว้ บรรดาม็อบเสื้อแดงนับหมื่น นับแสน หรือนับล้าน ก็แล้วแต่ใครจะนับ ยังคงสนุกสนานเริงร่าอยู่กับการตากแดดเปรี้ยงๆ คึกคักไปกับอุณหภูมิความร้อนระดับ 30 กว่าองศา อย่างน่าตื่นตะลึงพรึงเพริดเป็นอันมาก...

---------------------------------------

ส่วนบรรดาแกนนำทั้งหลาย...ก็ยังคงถนัดในการพ่น แมงโม้ ให้บินว่อน ฟุ้งกระจายออกมาระลอกแล้ว ระลอกเล่า ความมุ่งมั่น มาดหมาย ที่จะปิดเกม ปิดฉาก บดขยี้รัฐบาลให้พังพินาศต่อหน้าต่อตาภายใน 3 วัน 7 วัน ด้วยยุทธการเดินมา-เดินไป แถไปโน่น แถกไปนี่ จนกว่านายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะเกิดอาการถอดใจตัดสินใจยุบสภาฯ เพราะกลัวรถติด อะไรประมาณนั้น สงครามครั้งสุดท้ายก็จะจบลงไปแบบแฮปปี้เอนดิ้ง สามารถไต่กระไดลงโดยไม่เกิดการบาดเจ็บ ล้มตาย ให้ต้องเป็นที่ระเคือง ระคาย ต่อความรู้สึกของบรรดานักสันติวิธีในแต่ละกลุ่มแต่ละบุคคล...

----------------------------------------

แต่ก็อย่างว่า...ในโลกแห่งความเป็นจริง อะไรต่อมิอะไรมันคงไม่ถึงกับง่ายดาย สะดวกโยธิน เหมือนกับโลกในจินตนาการกันซักเท่าไหร่ แม้นว่านับตั้งแต่วันจันทร์เป็นต้นไป ถนนหนทางมันคงไม่โล่งตลอดเหมือนเมื่อ 2 วันก่อน การประกอบกิจธุระประจำวันของพี่น้องในกรุงเทพมหานคร เพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ไปตามวิชาชีพของใคร-ของมัน ซึ่งอาจจะสวนทางกับการประกอบธุรกรรมทางการเมือง ของพี่น้องในชนบท ที่เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ด้วยธนบัตรแต่ละใบ ซึ่งหัวหน้าสายแต่ละสายงัดมาแจกกันสดๆ คากล้อง คาคลิป อย่างที่เห็นๆ กันไปบ้างแล้ว อาจก่อให้เกิดแรงเสียดสี แรงต้านทาน ขึ้นมาได้ง่ายๆ เนื่องจากจำนวนพื้นผิวถนนในกรุงเทพมหานครนั้น มันคงไม่เหลือมากพอที่จะตอบสนองความต้องการของทุกๆ ฝ่ายได้ครบหมด การแถกมา แถกไป เพื่อสร้างแรงกดดันให้กับรัฐบาล ตามยุทธการดาวกระจาย หรือดาวฤกษ์ก็แล้วแต่ ย่อมสามารถเพิ่มอุณหภูมิความหงุดหงิดผสมปนเปไปกับอุณหภูมิความร้อนได้เสมอๆ....

-------------------------------------------

อย่างไรก็ตาม...การอาศัยภาวะรถติด เป็นแรงกดดันให้รัฐบาลต้องตัดสินใจยุบสภาฯ กันเลยนั้น มันออกจะง่ายเกินไปซักหน่อย เพราะในประวัติศาสตร์การเมืองไทยเท่าที่ผ่านมา ก็ยังไม่เคยปรากฏว่ารัฐบาลไหนยอมลาออก หรือยุบสภาฯ เพราะกลัวรถติดเอาเลยแม้แต่น้อย ด้วยเหตุนี้...นอกจากจะแถกมา แถกไป สร้างปัญหาการจราจร สร้างความหงุดหงิดให้กับพี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร ซึ่งล้วนแต่เป็นคนไทยเช่นเดียวกับตัวเองทั้งสิ้น ความจำเป็นที่จะต้อง ยกระดับแรงกดดัน ให้มุ่งตรงไปที่รัฐบาลกันโดยเฉพาะ ย่อมเป็นสิ่งที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้ เพียงแต่จะยกกันแบบไหน? กดกันแบบไหน? อันนี้...คงต้องอาศัยศิลปะ ยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี อาศัยทั้งสติและปัญญาที่ละเอียด ประณีตเอาจริงๆ จะออกลูกโง่ ลูกหยาบคาย ไม่ได้เป็นอันขาด...

------------------------------------------------

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...คงต้องตอบคำถามให้ชัดเจนซะก่อนว่า เอาเข้าจริงๆ แล้วคู่ต่อสู้อันดับแรก หรือคู่ต่อสู้ที่แท้จริงของพวกเสื้อแดงนั้น เป็นใครกันแน่??? เป็น รัฐบาล หรือว่าเป็น อำมาตย์ (ซึ่งจนบัดนี้ก็ยังไม่รู้ว่าหมายถึงใคร? หรืออะไร?) การเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภาฯ แต่ดันแห่บุกไปบ้านอำมาตย์ ทั้งๆ ที่ไม่ว่าอำมาตย์รายนั้นจะเป็นใคร? หรือเป็นอะไร? ก็ล้วนแล้วแต่ไม่ได้มีอำนาจที่จะยุบสภฯ ด้วยกันทั้งสิ้น ข้อเรียกร้องในลักษณะที่ว่า...มันจึงออกไปในทาง ฟังไม่ขึ้น ไม่ได้มีเหตุมีผล ไม่ได้สะท้อนถึงการใช้สติ ใช้ปัญญา หรือออกลูกโง่ หนักไปทางเคืองแค้น อาฆาต พยาบาท ซะมากกว่า...

----------------------------------------------------

และถ้าหากรัฐบาลเกิดถอดใจ ตัดสินใจยุบสภาฯ เพราะกลัวรถติดกันจริงๆ...คำถามก็มีอยู่ว่า แล้วมันจะเกี่ยวอะไรกับ อำมาตย์ ด้วยเล่า??? ในเมื่ออำมาตย์ก็ยังคงอยู่ต่อไปได้เรื่อยๆ เนื่องจากไม่ได้มีอำนาจหน้าที่ใดๆ เกี่ยวข้องกับการเมืองอยู่แล้ว การประกาศ สงครามไพร่เพื่อโค่นล้มอำมาตย์ ก็คงต้อง...ลากยาวว์ว์ต่อไป ต้องหาทางเอาชนะเลือกตั้ง ไม่ว่าด้วยการออกไล่ล่านักการเมืองฝ่ายตรงข้าม ในสนามเลือกตั้งแต่ละเขต ชูตีนตบ หัวใจตบ ปิดประตูล้อมกรอบนักการเมืองรายใดก็ตามที่ไม่ใช่พวกตัวเอง ในแต่ละจังหวัด ในแต่ละพื้นที่ แถมยังต้องงัดเอาธนบัตรใบละพันสองพัน ออกมาแจกจ่ายกันแบบในคลิปวิดีโออีกไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ ถูกจับได้ไล่ทันขึ้นมาเมื่อไหร่ ยังต้องยกขบวนไปล้อมกรอบข่มขู่ กกต. ห้ามไม่ให้ยุบพรรคซะอีก ฯลฯ

-----------------------------------------------------

แม้นว่าจะสามารถรวบรวมเสียงส่วนใหญ่ในสภาฯ ได้แล้วก็ตาม...การทำสงครามไพร่เพื่อโค่นล้มอำมาตย์ ด้วยการหาทางแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวดกษัตริย์ แก้ไขพระราชอำนาจในการแต่งตั้งองคมนตรี ตลอดไปจนถึงการนำเอา กษัตริย์ของไพร่ หรือ พระเจ้ามูลเมือง กลับสู่ประเทศไทย เพื่อทวงเงินทอง ทรัพย์สิน และทวงอำนาจคืนมา ด้วยการออกกฎหมายนิรโทษกรรมในสภาฯ ย่อมนำไปสู่ การลุกฮือ ของพี่น้องร่วมแผ่นดินเดียวกันกับตัวเองขึ้นมาอีกจนได้ เพราะคงไม่มีใครที่คิดจะเอามือซุกหีบแน่ๆ ไม่ว่าจะเป็นชาวกรุงเทพมหานคร หรือชาวชนบทในจังหวัดไหนๆ ก็ตามที...

-------------------------------------------------------

แล้วคราวนี้...จะเอายังไงกันต่อไป??? จะปลุกระดมกองทัพไพร่ให้ลุกขึ้นมาทำสงครามกับราษฎรไทยด้วยกันเอง แบบครั้งที่พยายามนำเอาพวก เสื้อแดง มาชนกับพวก เสื้อเหลือง จนผู้ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบความมั่นคงทนไม่ไหวกับการยุยงให้ประชาชนลุกขึ้นมาเข่นฆ่ากันและกัน จนต้องตัดสินใจทำ รัฐประหาร ยึดอำนาจรัฐบาลในวันที่ 19 กันยายน 2549 กระนั้นหรือ??? ถ้าหากเป็นเช่นนั้น...การเรียกร้องให้ ยุบสภาฯ ในคราวนี้ ก็เท่ากับไม่มีอะไรใหม่ มีแต่วนมา-วนไป ไม่ได้ถือเป็น ทางออก หรือ ทางเลือก ใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย...

------------------------------------------------------

ด้วยเหตุนี้...สำหรับรัฐบาลที่ยังพอมีสติ ปัญญา แจ่มใส ไม่ได้ขี้ตกอกตกใจ จนอุจจาระขึ้นสมอง คงยากที่จะยอมรับข้อเรียกร้อง อันขาดความสมเหตุสมผล ไม่ได้นำไปสู่ ทางออก หรือ ทางเลือก ใดๆ กันง่ายๆ ความพยายาม ยกระดับแรงกดดัน โดยไม่คิดที่จะเปลี่ยนข้อเรียกร้อง...ท้ายที่สุดคงนำไปสู่การปิดฉาก ปิดเกม ที่ไม่น่าจะแฮปปี้เอนดิ้งซักเท่าไหร่ แต่จะถึงขั้นโศกเศร้า เคล้าน้ำตา นำไปสู่โศกนาฏกรรมแบบไหน? อย่างไร? นั่นคงขึ้น

อยู่กับบรรดา แกนนำ ทั้งหลาย ว่าจะมีความ ถนอมรักมวลชน มากน้อยเพียงใด? หรือคิดแต่เพียงว่าคนเหล่านี้เป็นแค่ เครื่องมือทางการเมือง ของตัวเองเท่านั้น???

-----------------------------------------------------

ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก เจ. โดนัลด์ วอลเตอร์..."ความเป็นผู้นำ...คือการมีโอกาสได้รับใช้ผู้อื่น ไม่ใช่เสียงแตรที่ป่าวประกาศความสำคัญของตัวเอง...".

------------------------------------------------------



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์