“ทักษิณ” ถอดกำไล EM แล้ว “กรมคุมประพฤติ” บริการถึงบ้านจันทร์ส่องหล้า หลังศาลอาญาธนบุรีตรวจเอกสารรายชื่อผู้ได้รับอภัยโทษปล่อยตัวพ้นโทษ แย้มเตรียมบินไปดูไบสิ้นเดือน มิ.ย. “ศุภชัย” ขู่ฟ้อง "คนพาดพิง-สื่อ" โยงคดีที่ดินเขากระโดงทำ "ภท.-หน.พรรค" เสียหาย แจงที่ดิน "ปู่ชัย" ไม่เกี่ยวคดี 5,083 ไร่ ซัด “เสรีพิศุทธ์” อย่ามั่วหลังอ้างเคยจับ “เนวิน” ทุจริตเลือกตั้ง “ปชน.” ร้อง ป.ป.ช.สอบแชตอ้างอธิบดีปกครองสั่งช่วยน้ำเงิน “พท.” ปรับแก้ร่าง รธน.ยึดโมเดลปี 40-กมธ.ร่างแก้ไข รธน.ชุดที่แล้ว เตรียมเปิดร่างก่อนสิ้น มิ.ย. เชื่อได้เสียง สส.ลงชื่อแน่ “ภาค ปชช.” ล่า 5 หมื่นรายชื่อยื่นแก้รธน. ดัน ส.ส.ร.เลือกตั้ง 100%
เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2569 มีรายงานว่า เมื่อช่วงเช้า (9มิ.ย.) มีกระแสข่าวได้มีการปลดกำไล EM ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีแล้ว โดยเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 ได้ดำเนินการถอดกำไล EM ให้ที่บ้านพักจันทร์ส่องหล้า ภายหลังจากขั้นตอนทางกฎหมายที่ศาลอาญาธนบุรี ได้พิจารณาตรวจสอบรายชื่อผู้ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งปรากฏรายชื่อของนายทักษิณเป็นหนึ่งในผู้ได้รับสิทธิดังกล่าวอย่างเป็นทางการ
“หลังจากนี้คาดว่านายทักษิณมีกำหนดการเดินทางไปยังเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในช่วงก่อนสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ ซึ่งจะใช้เวลาอยู่ที่ดูไบระยะเวลาหนึ่งเพื่อทำธุระส่วนตัว ก่อนที่จะเดินทางกลับมายังประเทศไทย และหลังจากนั้นจะมีการเดินทางไปกลับอีกหลายครั้ง” แหล่งข่าวระบุ
ต่อมากรมคุมประพฤติยืนยันกระแสข่าวดังกล่าวว่า ภายหลังจากที่ศาลอาญาธนบุรีได้มีการตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับอภัยโทษเรียบร้อยแล้ว จึงได้มีหมายปล่อยตัวพ้นโทษและลดโทษ ส่งแจ้งไปยังสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 รวมจำนวนทั้งสิ้น 22 ราย ซึ่งหนึ่งในนั้นมีชื่อของนายทักษิณ ชินวัตร โดยสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 จะต้องดำเนินการปล่อยตัวผู้ถูกคุมความประพฤติตามขั้นตอน หรือแจ้งให้ผู้ที่ได้รับการลดโทษระหว่างคุมประพฤติรับทราบ
อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าหน้าที่สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 ได้รับหมายแจ้งปล่อยตัวดังกล่าว จึงได้เดินทางมาถอดกำไลอิเล็กทรอนิกส์ (EM) ให้แก่นายทักษิณเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยตามกรอบระยะเวลาการพักโทษคุมประพฤติของนายทักษิณ ภายหลังจากที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษให้ปล่อยตัวไป ก็ตรงกับวันที่ 9 มิ.ย. 69 จึงเป็นเหตุผลว่านายทักษิณต้องได้รับการปล่อยตัวพ้นโทษและถอดกำไล EM ในวันนี้ (9 มิ.ย.)
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับแนวทางปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2569 ผู้ได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติ มีดังนี้ 1.สำนักงานคุมประพฤติในเขตพื้นที่คุมประพฤติจัดทำบัญชีรายชื่อนักโทษเด็ดขาดซึ่งมิได้ปฏิบัติผิดเงื่อนไขก่อนหรือในวันที่พระราชกฤษฎีกาใช้บังคับ ให้เรือนจำ/ทัณฑสถานทราบเพื่อจะได้ไม่ดำเนินการอภัยโทษให้ 2.เรือนจำ/ทัณฑสถานในเขตพื้นที่คุมประพฤติตรวจสอบบัญชีรายชื่อนักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติซึ่งมิได้ปฏิบัติผิดเงื่อนไขก่อนหรือในวันที่พระราชกฤษฎีกาใช้บังคับ และจัดทำรายชื่อนักโทษเด็ดขาดเพื่อดำเนินการตามมาตรา 7 ต่อไป 3.เสนอคณะกรรมการตรวจสอบผู้ซึ่งจะได้รับพระราชทานอภัยโทษตามมาตรา 21 วรรคแรก ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดแห่งท้องที่ (กรณีเรือนจำกลาง เรือนจำอำเภอ เรือนจำพิเศษ ทัณฑสถาน มอบอำนาจให้ผู้บัญชาการเรือนจำ) ผู้พิพากษาศาลแห่งท้องที่ หรือตุลาการศาลทหารแห่งท้องที่ 1 คน และพนักงานอัยการแห่งท้องที่หรืออัยการทหารแห่งท้องที่ 1 คน รวม 3 คนเป็นกรรมการ พิจารณาตรวจสอบและส่งรายชื่อต่อศาลแห่งท้องที่ตามมาตรา 21 เพื่อออกหมายลดโทษหรือหมายปล่อย
4.เรือนจำ/ทัณฑสถาน จัดทำบัญชีรายชื่อนักโทษเด็ดขาดผู้ได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติซึ่งได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวไป หรือลดโทษแล้วคุมประพฤติต่อไป และส่งบัญชีรายชื่อดังกล่าวไปยังสำนักงานคุมประพฤติในเขตพื้นที่คุมประพฤติโดยเร็วเพื่อจะได้ยุติการคุมประพฤติ หรือคุมประพฤติต่อไป 5.สำนักงานคุมประพฤติในเขตพื้นที่คุมประพฤติดำเนินการถอดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวหรือกำไล EM ให้แก่ผู้ได้รับอภัยโทษปล่อยตัวตามมาตรา 7 ที่สำนักงานคุมประพฤติในเขตพื้นที่คุมประพฤติ และ 6.สำนักงานคุมประพฤติในเขตพื้นที่คุมประพฤติแจ้งให้ผู้ได้รับอภัยโทษปล่อยตัวตามมาตรา 7 ไปรับใบสุทธิ (รท.25) ที่เรือนจำในเขตพื้นที่คุมประพฤติ
ภท.ขู่ฟ้องโยงเขากระโดง
ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท. ในฐานะฝ่ายกฎหมายของพรรค กล่าวถึงกรณีที่ดินเขากระโดงว่า สิ่งที่สังคมต้องรอฟังคือ การรอผลการตัดสินในคดีแพ่งที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ทยอยฟ้องผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินบริเวณดังกล่าว ซึ่งมีอยู่ 5,083 ไร่ ซึ่งในการตัดสินของศาลฎีกาและศาลยุติธรรมเกี่ยวกับ 35 รายนั้นที่แพ้คดี ไม่ได้มีผลผูกพันกับผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่เป็นโฉนดที่ดินหรือ น.ส.3 แปลงอื่นๆ อีก 995 ราย เพราะทุกคนมีอีกเอกสารสิทธิที่ออกโดยราชการถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งข้อเท็จจริงของ 995 รายมีข้อเท็จจริง ข้อต่อสู้ที่แตกต่างกับ 35 ราย ฉะนั้นจะนำคำพิพากษาศาลฎีกาของ 35 รายมาบังคับใช้กับ 995 รายนี้ไม่ได้
ถามถึงกรณีสัญญาที่ดินของนายชัย ชิดชอบ อดีตประธานรัฐสภาและอดีต สส.บุรีรัมย์ที่ทำกับการรถไฟฯ ในปี 2513 นายศุภชัยยืนยันว่า ที่ดินแปลงนี้ไม่เกี่ยวกับที่ดิน 5,083 ไร่ แต่เป็นที่ดินที่ใกล้เคียงกับบริเวณรางรถไฟ ที่โรงโม่หินของนายชัยใช้ประโยชน์ในการกองหินรอขนใส่ขบวนรถไฟ แล้วบรรทุกไปดำเนินการก่อสร้างหรือซ่อมแซมของการรถไฟฯ เส้นทางสายอีสาน
“วันนี้มีคนพยายามผูกโยงว่านายชัยยอมรับ ว่าเป็นที่ของการรถไฟฯ เฉพาะพื้นที่ที่ติดกับรางรถไฟ ซึ่งประชาชนทั่วไปก็ยอมรับ แต่ไม่ได้หมายความว่า 5,083 ไร่จะเป็นที่ของการรถไฟฯ ทั้งหมดด้วย ซึ่งไม่เกี่ยวกันเลย และทำให้ประชาชนเกิดความสับสน บอกว่าปู่ยอมรับแล้ว แต่หลานยังไม่ยอมรับ ตอนที่นายชัยขอเอกสารสิทธิในส่วนของเฉพาะบ้านของนายชัย ผมเห็นหลักฐานการขอเอกสารสิทธิเมื่อปี 2551 ผมทำเรื่องนี้มานาน ซึ่ง รฟท.เองก็ได้ชี้แนวเขตของตัวเองด้วย เรื่องเหล่านี้ทำให้เกิดความสับสนกับประชาชน โดยสื่อเองก็มีการดำเนินการอะไรบางอย่างที่ไปตัดต่อทำอินโฟ (กราฟิก) บางเรื่องโค้ดคำพูดซ้ำๆ ทำให้เกิดความเข้าใจผิดต่างๆ ก็ขอฝากตรงนี้ด้วย” นายศุภชัยกล่าว
ฝ่ายกฎหมายพรรค ภท.รายนี้ระบุว่า มีการกล่าวร้ายป้ายสีพรรค ภท.จำนวนมาก แต่วันนี้ใครก็ตามที่แชร์ด้วยความไม่ฉลาดของตัวเอง ความรู้สึกเชื่อโดยสนิทใจแบบนั้นก็ไม่ว่ากัน แต่ถ้าตั้งใจมีเจตนาประสงค์ไม่ดีต่อพรรคหรือหัวหน้าพรรค หรือใครก็ตามที่เกี่ยวข้องกับพรรคนับจากนี้เป็นต้นไป จะดำเนินคดีทุกคดีกับผู้ที่มีเจตนาที่จะใส่ร้ายป้ายสีทำให้พรรค ภท.เสียหาย แม้แต่สื่อมวลชนเองก็ตาม ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้สื่อมวลชนจำนวนมากจับกระแสบางส่วนนำไปบิดเบือนก่อให้เกิดความเสียหาย
จากนั้นนายศุภชัยได้นำโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเปิดรายการข่าวของสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งมาให้สื่อมวลชนได้เห็น โดยเป็นการนำเสนอข่าว “ย้อนอดีตบุกจับเนวิน สะเทือนวงการเลือกตั้งไทย” พร้อมยืนยันว่า นายเนวินไม่เคยถูกจับเรื่องทุจริตการเลือกตั้งในเหตุการณ์ครั้งนั้น
“ที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ออกมาเล่าว่าเคยจับนายเนวิน อันนี้เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย และผมจะดำเนินคดี พร้อมกับแจ้งให้นายเนวินดำเนินคดีด้วย เพราะสิ่งเหล่านี้ถือเป็นการมักง่ายต่อคนอื่น ปากพล่อย และใช้เวทีของสื่อช่องหนึ่ง ซึ่งช่องนั้นไม่เคยศึกษาประวัติศาสตร์ ขึ้นตัวหนังสือเช่นนี้ ทั้งที่คดีนี้ไม่เคยบุกจับเนวิน เพราะฉะนั้นแม้ว่านายเนวินจะไม่เกี่ยวข้องกับพรรค แต่จะมีการมอบหมายทนายทนายความให้ดำเนินคดีต่อไป” นายศุภชัยกล่าว
ส่วน น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงเวทีการเปิดรับฟังความคิดเห็นโครงการ TH-AI PASSPORT ในวันที่ 11 มิ.ย.ว่า เวทีการรับฟังความคิดเห็นนี้ถือเป็นนิมิตหมายใหม่ เพราะทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่าการทำโครงการรัฐ จะต้องมีการทำประชาพิจารณ์ก่อนที่จะมีการเซ็นสัญญา ซึ่งโครงการนี้ตามความเป็นจริงก็มีเหมือนกัน แต่ในขณะนั้นที่ทำประชาพิจารณ์ ไม่มีใครเข้ามาให้ความเห็นอะไรเลย แต่เมื่อโครงการผ่านแล้วได้ผู้รับจ้างและกำลังเริ่ม แต่ขั้นตอน เพิ่งมีความเห็น แต่เราก็เห็นว่าเปิดโอกาส เนื่องจากกระทรวงเห็นว่าเป็นโครงการที่ดี จึงอยากทำให้ดีตามที่ทุกคนตั้งใจ
ร้อง ป.ป.ช.สอบแชตช่วยน้ำเงิน
ถามถึงกรณี น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ระบุว่าเวทีรับฟังความคิดเห็นนี้จะเป็นเวทีฟอกขาวให้โครงการ น.ส.แนนกล่าวว่า ถ้าบอกเป็นเวทีฟอกขาว ถ้าอย่างนั้นเราต้องเชิญเฉพาะบุคคล เพื่อต้องการให้ข้อมูลเชิงบวกอย่างเดียว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเราไม่ได้เชิญเฉพาะบุคคล พร้อมเปิดเป็นสาธารณะ เพราะเราพร้อมที่รับฟังความคิดเห็น ฉะนั้นจะมาบอกว่าฟอกขาวได้หรือไม่
“วันนี้ขออย่าชี้นำสังคมแบบนี้ ขอให้คุยกันด้วยเนื้องานจริงๆ กลายเป็นว่าตอนนี้ใครที่ออกมาสนับสนุนโครงการดังกล่าว ทั้งที่อาจจะเป็นความเห็นต่างของสังคม ทุกคนมีความคิดเห็นได้หมดไม่ว่าจะเป็นมุมไหน ทั้งดี ไม่ดี และความเป็นกลาง เพราะฉะนั้นการชี้นำไปว่าใครทำแบบนี้ถือว่าผิด เป็นความคิดเห็นที่จิตใจไม่ค่อยเป็นประชาธิปไตยเท่าไหร่ ในการที่จะมองว่าทุกคนสามารถเห็นต่างได้” น.ส.แนนระบุ
ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรค ปชน. พร้อมด้วยนายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต พรรค ปชน. นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ เดินทางมายื่นหนังสือถึงเลขาธิการ ป.ป.ช. กรณีที่มีการเปิดเผยแชตข้อความ ซึ่งอ้างว่าเป็นแชตของนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง สั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาทางไลน์ว่าให้ช่วยน้ำเงินด้วย
นายวิโรจน์กล่าวว่า การเป็นข้าราชการจะต้องมีความเป็นกลางทางการเมือง ไม่ฝักใฝ่หรือใช้อำนาจรัฐไปเอื้อผลประโยชน์ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพื่อให้อีกฝ่ายหนึ่งได้ผลประโยชน์จากการเลือกตั้ง หรือการใช้อำนาจรัฐเพื่อเอื้อให้ฝ่ายการเมืองใดฝ่ายการเมืองหนึ่ง โดยวันนี้ (9 มิ.ย.)นอกจากจะร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.แล้ว นายเฉลิมพงศ์จะเดินทางไปร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ควบคู่กันไปด้วย
ส่วนนายเฉลิมพงศ์กล่าวว่า ตนเชื่อว่าหากมีการเปิดแชตไลน์ของปลัดทั้ง 77 จังหวัด ก็จะทราบว่ามีการสั่งการจริงหรือไม่ และแชตไลน์ที่มีการพูดคุยกันเป็นของจริงหรือไม่ อยากฝากไปถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย เหตุใดจนถึงทุกวันนี้ยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีแชตไลน์อธิบดี ทั้งที่นายกฯ เคยสั่งการให้ข้าราชการวางตัวเป็นกลางและเก็บความรู้สึกไว้เป็นเบื้องหลัง
ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) เวลา 15.00 น. มีการประชุม สส.ประจำสัปดาห์ โดยมีนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค พท. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธาน สส.พรรค และนายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารพรรค เป็นประธานการประชุมร่วม
พท.แก้ร่าง รธน.ยึดโมเดล 40
นายประเสริฐแถลงผลประชุมว่า ในประเด็นเรื่องรัฐธรรมนูญพรรค พท.ยังคงเดินหน้าจะยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยที่ประชุมประเมินสถานการณ์ตรงกันว่า เมื่อพรรค ภท.และพรรคกล้าธรรมถอนชื่อจากร่างฉบับของพรรค พท. โดยที่ความเห็นของสมาชิกรัฐสภาส่วนใหญ่ก็น่าจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยที่นัยทางการเมืองที่เกิดขึ้นคือร่างของพรรค พท.นี้อาจจะไม่ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภาตั้งแต่วาระแรก ดังนั้นพรรคจึงมีข้อสรุปว่าจะนำร่างเดิมมาปรับเนื้อหาในส่วนที่มาของ ส.ส.ร. โดยนำแนวทางการได้มาของ ส.ส.ร.ฉบับปี 2540 และความเห็นในชั้นกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญชุดที่แล้วมาพิจารณา เพื่อให้ ส.ส.ร.ยึดโยงกับประชาชนให้มากที่สุด ยึดในหลักการประชาธิปไตย และมีโอกาสจะผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา เพื่อพิจารณาในชั้นกรรมาธิการต่อไป โดยเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่มีการแก้ไขจะมีการแถลงอีกครั้งหลังปรับแก้แล้วเสร็จ
“หลังจากจัดทำร่างเสร็จแล้ว จะกลับไปขอเสียงจากสมาชิกรัฐสภาเพิ่มเติมหลังจากที่มีการแก้ไขแล้ว โดยเราจะมีการประกาศร่างแก้ไขและเชิญชวนสมาชิกให้มาช่วยลงนาม โดยคาดว่าภายในสิ้นเดือน มิ.ย.ตัวร่างรัฐธรรมนูญจะแล้วเสร็จ และคาดว่าจะนำร่างรัฐธรรมนูญบรรจุเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาในวันที่ 7-8 ก.ค.นี้” เลขาฯ พรรค พท.กล่าว
วันเดียวกัน ที่รัฐสภา เครือข่ายภาคประชาชนในนามกลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ (ConforAll) นำโดย นายณัชปกร นามเมือง ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล แกนนำเครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ ได้ยื่นเจตจำนงต่อการริเริ่มรวบรวมรายชื่อประชาชน เพื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนต่อนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาฯ คนที่สอง
นายเลิศศักดิ์กล่าวว่า หลังจากนี้จะทำตามขั้นตอนของสภาฯ เมื่อรับเรื่องแล้วจะเสนอต่อนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ขณะที่ประชาชนสามารถเริ่มกระบวนการเข้าชื่อให้ได้ 5 หมื่นชื่อ เมื่อครบแล้วสามารถยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญต่อรัฐสภา โดยสภาฯ จะใช้เวลาตรวจสอบรายชื่อ เมื่อครบถ้วนและมีความพร้อมจะบรรจุเข้าสู่วาระต่อไป
ด้านนายณัชปกรกล่าวว่า บนหลักการกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตย โดย สสร.มาจากการเลือกตั้งของประชาชน 100% โดยมีที่มา 2 แบบ คือ ส.ส.ร.ตัวแทนจังหวัด เพื่อให้เป็นตัวแทนระดับพื้นที่ และ ส.ส.ร. แบบบัญชีรายชื่อ มาจากกลุ่มประเด็นความหลากหลายต่างๆ พร้อมกำหนดให้ ส.ส.ร.มีอำนาจกำหนดกรอบการร่างรัฐธรรมนูญ ตั้งกรรมาธิการสามัญ (กมธ.) กำกับ ซักถามและเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมและออกแบบรัฐธรรมนูญ ส่วนการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญให้มี กมธ.ยกร่าง 35 คน มาจาก ส.ส.ร. 25 คน ส่วนอีก 10 คนให้มาจากการเชิญบุคคลที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ เมื่อยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้วเสร็จต้องส่งให้ ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งเห็นชอบ ก่อนส่งให้ประชาชนออกเสียงประชามติ
"ในวันที่ 12 มิ.ย.นี้ จะเปิดให้ประชาชนเข้าชื่อสนับสนุนผ่านทางเว็บไซต์ของเครือข่าย ทั้งนี้คาดว่าจะใช้เวลารวบรวมรายชื่อได้ครบภายใน 1 เดือน อย่างไรก็ดีการเข้าชื่อดังกล่าวจะใช้กระบวนการออนไลน์ เบื้องต้นจะช่วยร่นระยะเวลาของสภาต่อการตรวจสอบรายชื่อผู้สนับสนุนที่เชื่อว่าจะใช้เวลาตรวจสอบน้อยกว่า 45 วัน" นายณัชปกรกล่าว
ผู้จัดการไอลอว์กล่าวว่า ภาคประชาชนเห็นว่าการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรค ภท.นั้นไม่ตรงกับหลักการของประชาชน และไม่สามารถยอมรับได้ เนื่องจากเนื้อหาเอื้อให้เกิดการผูกขาด ทำให้มี สสร.สีน้ำเงินที่จับเลือก และไม่เอาสว.สีน้ำเงิน ทั้งนี้หากการแก้ไขรัฐธรรมนูญนำไปสู่ ส.ส.ร.ของระบอบสีน้ำเงิน ภาคประชาชนก็พร้อมโหวตโน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศิลปินขึ้น"ฮาล์ฟไทม์โชว์"นัดชิงฯ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์"เวิลด์คัพ"
สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า ประกาศข่าวใหญ่ที่ถือว่าเรียกเสียงฮือฮาเป็นอย่างมากผ่านทางอินสตาแกรมอย่างเป็นทางการ ยืนยันว่า "เวิลด์คัพ 2026" จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของนัดชิงชนะเลิศ ที่จะมีการแสดงโชว์ในช่วงพักครึ่งจากเหล่าศิลปินระดับโลก
โต้เป่าคดีฮั้วสว. กกต.ทำบุญใหญ่ แหวงขอน้ำมนต์
ประธาน กกต.เดินหน้าบวงสรวงฉลอง 28 ปี ลั่นคดีฮั้ว สว.ไม่สะดุด-ไม่เป่าคดี
คลังแจงได้งบบัตรคนจน กษ.ชงเพิ่มแจกไร่ละพัน
"ปลัดคลัง" คอนเฟิร์ม 11 มิ.ย.นี้ "บอร์ดบัตรคนจน" นัดถก รื้อเกณฑ์ลูกใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเลี้ยงดูพ่อแม่
อนุทินฮึ่ม!ฮุนเซนคิดให้ดีใช้กำลัง
นายกฯ โชว์วิสัยทัศน์เวที ASEAN Future Forum ผนึกกำลังสมาชิกวางรากฐานสันติภาพ-ความมั่นคงที่จับต้องได้จริง
‘จอม’ เปิดปมลี้ภัย 11 ปี ถามกลับ ‘ทักษิณ-เพื่อไทย’ ควรทวงบุญคุณหรือไม่
“จอม เพชรประดับ” สื่อมวลชนอิสระผู้ลี้ภัยในสหรัฐฯ เล่าเบื้องหลังการตัดสินใจออกจากไทยหลังรัฐประหารปี 2557 เผยเคยได้รับการชักชวนเข้าร่วมขบวนก
ไทย-เวียดนาม ร่วมมือทุกด้าน เติบโตไปด้วยกัน
นายกฯ อนุทินนำคณะบินเวียดนาม ร่วมเวที ASEAN Future Forum พบเอกชนไทยในเวียดนาม

