"คนต่างจังหวัด" ที่มากันหลายหมื่น มากที่สุดไม่เกินแสน ตรงข้าม "ราคาคุย" ที่ว่าจะมากันเป็นล้านวานนี้ (๑๔ มี.ค.๕๓) จะล้มรัฐบาลได้หรือไม่? กลายเป็นหัวข้อถกเถียงและต่อรองของทั้ง "คนต่างจังหวัด" และ "คนในกรุงเทพฯ" ไปแล้วตอนนี้!?
แต่หลักธรรมชาติมีอยู่ว่า "ฝูงสัตว์ต้องต้อน-ฝูงคนต้องนำ" ฉะนั้น ในความเห็นผม คนแสนหรือคนล้านไม่ใช่คำตอบในเงื่อนไข เพราะในข้อเท็จจริง "คุณภาพคนนำ" ย่อมเหนือกว่า "ปริมาณคนตาม" เสมอ
ผมเข้าใจที่ "นายวีระ มุสิกพงศ์" แกนนำเสื้อแดงยื่นเงื่อนไขถึงนายกฯ อภิสิทธิ์ให้ "ยุบสภาฯ" หรือ "ลาออก" โดยต้องให้คำตอบภายใน ๒๔ ชั่วโมง
นายวีระประกาศตอนเที่ยงวันวานนี้ ฉะนั้น ตอนเที่ยงวันนี้ (๑๕ มี.ค.) นายกฯ อภิสิทธิ์ต้องมีคำตอบให้กลุ่มคนเสื้อแดง หรือนายวีระว่า จะ เยส หรือ โน?
ทำไมนายวีระจึงให้เวลานายอภิสิทธิ์แค่ ๒๔ ชั่วโมง ทั้งที่เรื่องการยุบสภาฯ หรือลาออก มันเป็นเรื่องใหญ่ที่นายอภิสิทธิ์จะตัดสินใจปุบปับเพียงคนเดียวไม่ได้ ซึ่งนายวีระ แม้กระทั่งทักษิณซึ่งเคยเป็นนายกฯ มาก่อนก็ย่อมเข้าใจดีว่า เวลา ๒๔ ชั่วโมง กับการค้นหาคำตอบเรื่องนี้ มันควรต้องมีเวลามากกว่าเวลาที่ให้?
ก็คงมองได้ ๓-๔ สาเหตุ สาเหตุแรก เพราะนายวีระไม่ได้ต้องการคำตอบจากเงื่อนไขนั้นจริงๆ หวังเพียงให้เป็นข้ออ้างว่า ให้เวลาแล้ว แต่ฝ่ายอภิสิทธิ์ไม่ทำตามเงื่อนไขเอง
จากนั้น พวกเขาจะใช้มวลชนตามแผนสอง ปฏิบัติการนำไปสู่เป้าหมายที่ "ตั้งใจ" จะไปให้ถึงจุดนั้นอยู่แล้ว คือ "เผด็จศึก" ด้วยรูปแบบ รุกไล่-รุนแรง-รวดเร็ว
สาเหตุที่สอง นายวีระมองเห็นปริมาณเสื้อแดงแล้วปลงกับตัวเองว่า "เต็มที่แล้ว" ระดมทั้งประเทศ กระทั่งหว่านล้อมด้วยอามิสแล้วก็ตาม ก็ยังได้เท่านี้ ยืดเยื้อนานหลายวันไป มวลชนที่มาจากหลายเจตนา หลายรูปแบบ และจากหลายแกนนำ อันคุมกันให้เป็นเอกภาพไม่ได้
นานไป "ดีนอก-แตกใน" ก็จะวุ่นวายกันเอง
เพราะไม่แน่ว่า แต่ละแกนนำที่นำมวลชนมา ตกลงกันมาแบบค้างคืน แบบเช้าไป-เย็นกลับ แบบถึงไหนถึงกัน หรือแบบแค่ ๓ วัน ๓ คืน ดังนั้น ขืนเงื่อนไขไม่รวบรัด-รีบจบ ทอดเวลาให้ยืดยาวออกไป มวลชนจากฮึกเหิมกลายเป็นกระสับกระส่าย กระหาย-ใคร่กลับบ้าน การศึกครั้งนี้ก็จะเสีย
สาเหตุที่สาม เท่าที่สดับตรับฟัง ทั้งข้อมูลข่าวสายอีสาน และทั้งสายมอเตอร์ไซค์เมืองกรุง ตรงกันอยู่อย่างว่า มาชุมนุมด้วยใจ แต่ร่างกาย และมอเตอร์ไซค์มันต้องใช้พลังงาน บวก-ลบ-คูณ-หาร แล้ว หัวละ ๒,๐๐๐ ตามอัตราเงินเฟ้อ ตั้งโต๊ะลงชื่อเกร่อตามซอก ตามซอย ฉะนั้น ขืนชุมนุมลากยาวเป็นสัปดาห์-เป็นเดือน
มันสะเทือนถึงงบ แล้วอาจไปจบที่ "เบี้ยว" น่ะ!?
สาเหตุที่สี่ ถึงตอนนี้ฝ่ายแกนนำเสื้อแดงเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า ที่วางแผนแต่แรก ให้นำรถเก๋ง รถกระบะ รถบรรทุก รถอีแต๋น เข้ามา "ยึดกรุงเทพฯ" นั้น เป็นการคิดถูก หรือคิดผิด เพราะทำไป-ทำมา กลายเป็นพาพวกตัวเองมาติดกับดัก ตำรวจ-ทหาร ปล่อยให้เข้ามาสบาย แต่เข้ามาแล้ว เอามาจอดรวมกันไว้เป็นพันๆ คันตามลานพระบรมรูปนั้น
กลายเป็น "หลักฐาน-หลักทรัพย์" พันตัวเอง จะไปไหน จะทำอะไร ต้องห่วงรถ-ห่วงรา กลายเป็นว่าเข้ามาง่าย แต่เอากลับออกไปยาก
ถ้าเกิดเหตุด่วน-เหตุร้าย ซึ่งไม่รู้แหละว่า...ใครจะก่อ?
น้ำมันจากรถตั้งหลายพันคันที่จอดกระจุกกันไว้นั้น มันเหมือน "กอดระเบิดชุมนุม" ถ้าเกิดอุบัติเหตุ บึ้มมมมม ขึ้นมา คนซวยอันดับแรกน่ะไม่ใช่รัฐบาลหรอก แต่จะเป็นพวกตัวเองนั่นแหละ แล้วจะไปโทษใคร นอกจากนาย ๓ เกลอหัวขวด "เจ้าของแผน" ที่ให้เอาอีแต๋น เอากระบะ เข้ามายึดกรุง พะรุงพะรัง!
สาเหตุที่ห้า "โฆษณาล้าน-มาร้อย" ทั้งทักษิณ ทั้งแกนนำ รู้แล้วว่า ณ บัดนี้ ประชากรไทยในจำนวน ๖๓ ล้านคน "เอาทักษิณในหลักแสน" ยิ่งคนในกรุงเทพฯ ทั้ง กลาง-ล่าง-บน "ส่วนใหญ่" นอกจากไม่เอาทักษิณและขบวนการเสื้อแดงแล้ว นับวันยิ่งรังเกียจ นอกจากถ่อย-เถื่อน แล้ว ยังทำเยี่ยงอันธพาล ปิดบ้าน-ปิดเมือง
ขนาดนักเรียนยังไปสอบไม่ได้ แล้วใครล่ะยังจะรักทักษิณ!?
ยิ่งที่วิดีโอลิงค์มาถึงวงชุมนุมเสื้อแดงเมื่อคืน ที่ว่า "สงครามครั้งสุดท้าย" นั้น ผมฟังที่ทักษิณตะโกนพล่ามยาวนานกว่าทุกครั้ง บอกได้เลยว่าเป็น "สงครามครั้งสุดท้าย" ของทักษิณจริงๆ ด้วย!?
ก็บอกแล้ว "คุณภาพคนนำ" สำคัญกว่า "ปริมาณคนตาม" ทักษิณพล่ามเมื่อคืนนี้ สรุปเบ็ดเสร็จได้ที่
ทักษิณ "บ้า" สนิทแล้ว!
สาเหตุสุดท้าย ที่นายวีระรวบรัดเอาคำตอบ เยส หรือ โน จากอภิสิทธิ์บ่ายวันนี้ ผมประเมินว่า ขืนให้ชาวบ้านมานั่งๆ นอนๆ ตากแดดอยู่กลางถนนในภาวะใกล้ ๔๐ องศา โดยไม่มีเงื่อนไขเวลาว่าจะจบวันไหน คงต้องถอดใจด้วยกันทั้ง ๒ ฝ่าย คือฝ่ายแกนนำเสื้อแดงเอง ขืนทอดยาวไป มันเกินงบ-เกินเงินที่ตั้งไว้ แล้วใครรับผิดชอบ?
ฝ่ายชาวบ้านนั้น วันเดียวก็พอสนุก หลายวันมันจะสุก ขืนให้ตากแดดเป็นสัปดาห์ ทั้งข้าวปลาอาหาร ทั้งน้ำท่าอาบ-กิน-ถ่าย ยากจะให้ร่างกายเป็น "ปลาร้าหมัก" อยู่ได้ยาวนาน
ดังนั้น สรุปจากสาเหตุดังกล่าวแล้ว อภิสิทธิ์ เซย์โน แน่!
ฝ่ายเสื้อแดง รุกไล่-รุนแรงแน่!!
ยิ่งทักษิณวิดีโอลิงค์คลุ้มคลั่งมาเป่าขม่อมอย่างนั้น เหมือนราดน้ำมันใส่ไฟ เมื่ออภิสิทธิ์ไม่ยุบสภาฯ-ไม่ลาออก จากวันที่ ๑๕ มี.ค.นี้ไป คงต้องใช้แผนสองตามยุทธศาสตร์ "สงครามครั้งสุดท้าย" ฉะนั้น ท่านใดที่ดูและฟังดาวเทียมเสื้อแดง อาจเห็นการพูดจาปราศรัยที่สาดใส่ตำรวจ-ทหาร-รัฐบาล และประธานองคมนตรี "พลเอกเปรม ติณสูลานนท์" แสบสุดๆ เป็น ๒ เท่า
เพราะอะไร?
เพราะหวังให้ทหาร-รัฐบาล "ตบะแตก" คือฝ่ายไหน "ออกอาวุธ" ก่อน ฝ่ายนั้นจะแพ้ทางมวลชน และสังคมโลกทันที ยิ่งฝ่ายเสื้อแดงกำลังเสียมวลชน มีคนถูกตำรวจจับเครื่องยิงเอ็ม ๗๙ ชนิดยกโรงงาน ฝ่ายเสื้อแดงยิ่งต้อง "เปิดประเด็นใหม่" หวังให้คนสนใจเบี่ยงกระแสไปจากที่ "ตกเป็นรอง"
ประเมินแล้ว สงครามครั้งสุดท้ายนี้อึดได้นานที่สุดไม่เกินสัปดาห์!
และสถานการณ์ที่บ่มเพาะ "สุกงอม" ที่สุดแล้ว ถ้าลากยาวถึงอาทิตย์ ๒๑ จันทร์ ๒๒ ใครเป็นหมู่-เป็นจ่า น่าจะเห็น แต่ถึงแม้ทักษิณจะพล่ามว่า "ยินดีล่วงหน้ากับพี่น้องเสื้อแดงที่มาร่วมสร้างประวัติศาสตร์ เปลี่ยนแปลงจากยุคอำมาตย์ปกครองมาเป็นยุคประชาธิปไตย (ทักษิณปกครอง)" ก็เถอะ
ลงท้ายแล้ว ลองตำรวจ-ทหาร-รัฐบาล-มวลชนส่วนใหญ่ "ผนึกแน่น" อย่างนี้ ฝ่ายทักษิณคงเป็นได้แค่หมู่ ส่วนยศจ่า นายกฯ อภิสิทธิ์น่าจะได้ไปครอง...ผมว่านะ!
แต่ความเห็นของผม ในสถานการณ์ที่ "ความรุนแรง" รอระเบิด นายกฯ อภิสิทธิ์น่าจะ "เปิดทางถอย" ให้ฝ่ายแกนนำเสื้อแดงเขาเดินแบบไม่เสียหน้า-เสียราคาบ้าง เพราะถ้าผมเป็นแกนนำเสื้อแดงเอง ด้วยสถานการณ์ที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาถึงขั้นนี้แล้ว เพียงอภิสิทธิ์เซย์โน แล้วจะให้เอาปี๊บปลาร้าคลุมหัว สลายวงชุมนุม กลับบ้านใคร-บ้านมัน...อย่างนั้น...ตายดีกว่า
มันก็ต้อง "ฟาดงวง-ฟาดงา" เป็นธรรมดา ฉะนั้น อย่าไปตัดเยื่อใยข้อเสนอยุบสภาฯ ทันที-ทันใด ควรคิดว่าการยุบสภาฯ มันก็เป็นกลไกตามรัฐธรรมนูญ อาจตอบว่า "วันนี้-ไม่ยุบสภาฯ" แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า พรุ่งนี้..มะรืนนี้..มะเรื่องนี้ จะยุบไม่ได้!
ถนอมน้ำใจ-ให้โอกาสกันตามวิถีทางประชาธิปไตยซึ่งจะไม่มีใคร "ได้" ฝ่ายเดียวบ้าง จะกว่าดีมั้ย?
พูดชัดๆ ก็คือ นายกฯ อภิสิทธิ์น่าจะรับข้อเสนอ "ยุบสภาฯ-ลาออก" ไว้พิจารณา โดยมีข้อเสนอมิตรภาพกลับไปว่า ขอเชิญฝ่ายเสื้อแดง ฝ่ายพรรคเพื่อไทย มานั่งจิบกาแฟปรึกษากับฝ่ายรัฐบาล อันประกอบด้วยพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคร่วมอีก ๔ พรรค เพื่อหากรอบเวลาที่เหมาะสม อันประเทศชาติ รัฐบาล ฝ่ายค้าน ประชาชน และกลไกประเทศไม่เสียหาย และไม่เสียประโยชน์
เสื้อแดงจะให้ยุบ วันนี้-พรุ่งนี้ ดูมันจะเอาแต่ใจ และรัฐบาลจะยืดไปถึงปี ๒๕๕๔ อันเป็นปีสุดท้ายของเทอม นั่นก็เอาแต่ได้ ไม่เห็นใจคนตะกายข้างฝาอีกเหมือนกัน
เอาที่มันเหมาะๆ แต่กลไกประเทศไม่เสีย ซักสิงหา-กันยาเป็นไง ๓ เกลอหัวขวด พอรับได้มั้ย หรืออย่างช้า ตุลา "ยุบสภาฯ" แล้ว เลือกตั้งกันใหม่ตอนปลายปี อย่างนี้ ผมว่าไม่มีใครเสีย มีแต่ WIN..WIN..WIN กันทุกฝ่าย คือฝ่ายรัฐบาลก็ได้ ฝ่ายค้านก็ได้ ฝ่ายชาติบ้านเมือง คือประชาชนก็ได้
จะไม่เป็นตำหนิให้คน "ทั้งโลก" ติฉินประเทศไทย-คนไทย ทั้งการลงทุนก็ไม่เสียบรรยากาศอะไร ทุกอย่าง-ทุกฝ่ายกลับจะได้จากการ "ตั้งต้น" เดินร่วมกันไปใหม่
ผมว่าแฟร์กับทุกฝ่ายนะ คืนการตัดสินใจเรื่องอำนาจบริหารประเทศให้ประชาชนเขาเลือกกันใหม่ ใครดี-ใครได้ไป ถ้าคนเสื้อแดงเขาเลือกพรรคเพื่อไทยมาเป็นอันดับ ๑ ผมก็ยินดี ส่วนคนอีก ๖๐ ล้านกว่าคน เอาแต่นอนหลับทับสิทธิ์ ประชาธิปัตย์ และพรรคอื่นๆ ได้รับเลือกกะหร็อมกะแหร็ม
ผมก็ยินดี กับประเทศไทย และคนไทย ในเมื่อจะไปกันแบบนี้ ผมก็ยินไปด้วย!
คุยกันเถอะครับ ไม่มีอะไรดีกว่าได้คุยกัน ถ้าต้องการจบแบบฆ่ากัน ก็ต้องจบในถนน แต่ถ้าต้องการจบแบบจูบปากกัน มันก็ต้องจบบนโต๊ะ ผมห่วงชาวบ้าน วันนี้เขาถูกทักษิณ "ย้อมสี" ให้เวลาเขาสักนิดเถอะครับ สีย้อมก็จะตก คืนสภาพกลับมาเอง ในขณะที่ "ทักษิณบ้าไปแล้ว" ผมก็อยากให้ "นายกฯ อภิสิทธิ์" ใช้จิตพินิจ พยายามเข้าใจ วีระ-จตุพร-ณัฐวุฒิ และอีกหลายๆ คนให้มากเข้าไว้
"เรา-คนไทย" อุ้มๆ กันไว้เถอะน่ะ!








