Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

เขมรตรึงเข้ม/จับM79อีก


สวนดุสิตโพลประจานม็อบแดง ทำเพื่อคนคนเดียว ชี้ทำให้ภาพพจน์การชุมนุมตกต่ำ ส่วนใหญ่ 80% อยากเห็นสันติ "ทูตเยอรมัน" ปัด "แม้ว" เข้าประเทศ ระบุมีแบล็กลิสต์อยู่ "เขมร" สั่งตรึงทหารชายแดน หวั่นการเมืองไทยบานปลาย ตำรวจโชว์ผลงานไม่หยุด บุกขยายผลยึดโรงงานผลิตอะไหล่ M79 สมุทรปราการเพิ่ม "ขัตติยะ" ดักคออย่าโยงคนเสื้อแดง

วันอาทิตย์ที่ผ่านมา สถาบันสำรวจความคิดเห็น 2 แห่งได้สำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการชุมนุมของคนเสื้อแดง โดยสวนดุสิตโพลของสถาบันราชภัฏสวนดุสิต สำรวจประชาชนใน 8 จังหวัด 1,090 คน ที่อยู่ในเขตประกาศพระราชบัญญัติความมั่นคง

สำหรับคำถามแรกเรื่องความคิดเห็นต่อม็อบนั้น 30.71% ระบุว่าทำให้ต่างชาติมองว่าไทยไม่ปลอดภัยและคนไทยไม่รักกัน, 24.08% สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน, 23.42% มองว่าทำให้สื่อทั่วโลกสนใจ และ 13.83% ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจทำงานหนัก

สวนดุสิตโพลยังเผยว่า สื่อที่ทำให้ประชาชนรับข่าวสารมากที่สุด 68.87% เห็นว่าโทรทัศน์ และ 12.29% หนังสือพิมพ์ โดย 48.11% ต้องการให้สื่อรายงานข่าวรวดเร็ว 34.71% ต้องการให้เสนออย่างถูกต้องตรงไปตรงมา

"57.14% มองว่าไม่ได้เป็นการแสดงออกทางประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เพราะเรียกร้องเพื่อคนคนเดียว มีเพียง 23.81% ที่เห็นว่าเป็นการแสดงออกทางประชาธิปไตยที่แท้จริง ส่วนอีก 19.05% ไม่แน่ใจ" โพลล์เผยในคำถามเรื่องการชุมนุมเป็นการแสดงออกทางประชาธิปไตยที่แท้จริงหรือไม่

สำหรับบทเรียนจากการชุมนุมนั้น 27.30% บอกว่าทำให้ภาพลักษณ์ประเทศในสายตาต่างชาติแย่ลง, 25.18% สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ, 23.92% ทำให้ประชาชนที่ไม่ฝักใฝ่เครียด และ 13.49% ทำให้การจราจรติดขัด ส่วนการปฏิบัติตนของประชาชนใน 8 จังหวัดนั้น 37.20% บอกว่าให้อยู่บ้านติดตามข่าวสาร, 30.32% ช่วยกันเป็นหูเป็นตา และ 15.80% ไม่ออกมาเข้าร่วม

ด้านมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลสำรวจเอแบคโพลล์ ซึ่งสอบถามประชาชน 17 จังหวัด 1,877 คน ในเรื่องปัจจัยผลที่ทำให้กลุ่มพลังเงียบมีความสุขในช่วงชุมนุม โดยเฉพาะสิ่งในใจที่อยากบอกผู้ชุมนุมนั้น ส่วนใหญ่ถึง 82.7% บอกว่าขอให้ชุมนุมโดยสันติ, 80.9% บอกว่าวิตกกังวลจะวุ่นวายมากกว่าปีที่แล้ว, 78.5% ขอให้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ให้การชุมนุมเรียบร้อย, 76.1% ขอให้เคารพกฎหมาย และ 73.3% ขอให้คนไทยรักกัน

ด้านความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผู้ต้องคำพิพากษายึดทรัพย์และติดคุก 2 ปีนั้น สื่อเครือเนชั่นได้รายงานคำกล่าวของนายฮันส์ ชูมาร์คเคอร์ เอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำไทย ปฏิเสธเสธข่าวเดินทางมาพบบุตรสาวที่อยู่ในเยอรมนี โดยระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณถูกสั่งห้ามจากรัฐบาลเยอรมนีไม่ให้เดินทางเข้าประเทศตั้งแต่ปี 2552 ส่วนจะเดินทางเข้ามาโดยใช้ชื่อหรือพาสปอร์ตอื่นหรือไม่นั้น ยังไม่ทราบข้อมูล ซึ่งต้องตรวจสอบ แต่หากเข้ามาก็เป็นเรื่องผิดกฎหมายและต้องถูกดำเนินคดีเช่นกัน

นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ชัดเจนแล้วว่าถูกขับไล่ออกจากยูเออีแล้ว แม้ พ.ต.ท.ทักษิณพยายามพูดเพื่อให้ดูดี และอยากถามว่าประเทศที่ไปนั้นคือประเทศอะไร เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณถ้าไปอยู่ประเทศที่มีชื่อเสียงคงไม่ปกปิด เพราะชอบโอ้อวดอยู่แล้ว ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณคงไปแค่ประเทศเล็กๆ และใช้วีซ่าแบบเชงเก้น หลบหนีเข้าไปในลักษณะโรบินฮู้ด เช่น มอนเตเนโก ปาปัวนิวกินี หรือนิการากัว แต่สุดท้ายไปไหนไม่รอดก็ต้องกลับมากัมพูชา เพราะนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ น้องเขยไปรออยู่แล้ว

นสพ.กัมพูชาใหม่เผยแพร่บทสัมภาษณ์ พล.อ.เจีย ดารา รอง ผบ.สส. ถึงสถานการณ์ตามแนวชายแดนด้านเขาพระวิหารว่า ยังคงปกติ ทหารไทยยังไม่มีการเพิ่มกำลังพล แต่ในสถานการณ์ความมั่นคงภายในของไทยที่อยู่ในภาพจลาจล ทหารของเราได้รับคำสั่งให้เตรียมพร้อมมากกว่าช่วงที่ผ่านมา เพราะบทเรียนเก่าๆ ที่ผ่านมาเมื่อไทยตกอยู่ในสถานการณ์ความตึงเครียดเขามักจะส่งกำลังพลรุกเข้ามาในดินแดนกัมพูชา

ส่วนความคืบหน้าภายหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 1 เข้าตรวจค้นภายในบริษัท ฟูจิ ออโต้ อินดัสตรี ต.วังจุฬา อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งตั้งอยู่ที่บริเวณภายในอุตสาหกรรมแฟคเตอร์รี่วังน้อย ตรวจยึดชิ้นส่วนประกอบเครื่องยิงกระสุนอาวุธสงครามเอ็ม 79 ขนาด 40 มม.จำนวนมาก ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 14 มี.ค. พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย พล ต.ต.ชิษณุพงศ์ ยุกตะทัต ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ฝ่ายสืบสวน บก.สส.ภ.1 และตำรวจ สภ.บางบ่อ นำกำลังเข้าตรวจค้นห้างหุ้นส่วนจำกัด สยาม เคเอส แมชชีน แอนด์ เซอร์วิส เลขที่ 407/41-42 ถ.บายพาส ม.1 ต.บางบ่อ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ

บริษัทดังกล่าวเป็นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น 2 คูหา คูหาแรกเปิดเป็นโรงกลึง มีเครื่องจักร เครื่องปั๊มเหล็ก เครื่องกลึง จำนวน 10 ตัว ส่วนอีกคูหาเป็นที่เก็บอะไหล่ ทั้ง 2 คูหาเจาะประตูถึงกันโดยใช้ตู้และแผ่นกระดานวางปิดประตูที่เจาะเอาไว้ และบริเวณประตูทางเข้าบริษัท พบว่าเพิ่งถมดินลูกรังใหม่ ตำรวจจึงได้ขุด กระทั่งพบของกลางเป็นชิ้นส่วนอาวุธปืนเอ็ม 79 ประกอบพร้อมใช้งานจำนวน 600 กระบอก และชุดอะไหล่ประกอบอาวุธปืน จำนวนกว่า 5,000 ชิ้น และจับกุมนายสุภวิทย์ เกษกุล อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 201/191 ซ.6 หมู่บ้านออร์คิดวิลล่า ถ.บางนา-ตราด กม.23 อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ เจ้าของร้าน

พล.ต.ท.กฤษฎากล่าวว่า จากการสืบสวนขยายผลในเบื้องต้นทราบว่า นายสุภวิทย์ได้จ้างให้นายเชิดยศ จีระวัฒนรักษ์ ซึ่งถูกจับที่ อ.วังน้อย โดยนายสุภวิทย์รับสารภาพว่านายจิรพงศ์ หรือกุ้ง แก้ววารี อายุ 44 ปี เป็นผู้ว่าจ้างให้ผลิตชิ้นส่วนอาวุธปืนอีกต่อหนึ่ง

"จะเกี่ยวกับกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงหรือไม่ ตำรวจยังไม่สามารถบอกได้ในตอนนี้ ต้องทำการขยายผลสอบสวนก่อน" ผบช.ภ.1 กล่าว

จากนั้น พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร. พร้อมนายสุรชัย ขันอาสา ผู้ว่าฯ สมุทรปราการ เดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุและสอบปากคำเบื้องต้นของที่มาที่ไปของชิ้นส่วนดังกล่าวกับนายสุภวิทย์

พล.ต.อ.ปทีปกล่าวว่า ผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นเพียงผู้รับจ้างผลิต โดยมีนายจิรพงศ์ หรือกุ้ง เป็นผู้ว่าจ้าง ซึ่งชิ้นส่วนเหล่านี้หากนำไปประกอบก็จะสามารถนำไปใช้งานได้ แต่อาจจะไม่มีคุณภาพ

"ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนเร่งขยายผลถึงสาเหตุที่แท้จริง แต่เบื้องต้นสันนิษฐานผู้สั่งอาจทำส่งขาย 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามตัวนายจิรพงศ์มาสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป" รักษาการ ผบ.ตร.กล่าว

ต่อมาเวลา 13.00 น. พล.ต.ท.กฤษฎานำกำลังตำรวจขยายผลไปเข้าตรวจค้นบริษัท สยาม เคน เทค เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 33/18 หมู่ 10 ซอยบางปลา 16 ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นบริษัทที่นายสุภวิทย์ทำงานเป็นผู้จัดการบริษัทอยู่ ซึ่งประกอบกิจการเกี่ยวกับการผลิตชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์

จากการตรวจ พบตัวล็อกกระบอกปืนเอ็ม 79 จำนวน 300 ชิ้น ซุกซ่อนอยู่ภายในลังกระดาษ และภายในห้องทำงานของนายสุภวิทย์มีเอกสารจำนวนหนึ่ง รวมทั้งยึดคอมพิวเตอร์มาตรวจสอบ เบื้องต้นมีการบันทึกต้นแบบในการผลิตชิ้นส่วนปืนอยู่ในสารบบคอมพิวเตอร์และระบุผู้สั่งซื้ออยู่ในจังหวัดชลบุรี

นายปณิธาน วัฒนายากร รักษาการโฆษกรัฐบาล กล่าวว่า ได้รับรายงานเรื่องการจับกุม ขยายผลสืบสวนดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตอาวุธสงคราม เอ็ม 79 ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ติดตามตัวผู้ที่ได้ถูกพาดพิงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องสั่งทำเป็นเจ้าของและกระจายอาวุธเหล่านี้

"อาวุธที่จับได้บางส่วนครบชุด สามารถใช้ได้เลยประมาณ 100 ชุด เพราะฉะนั้นกำลังติดตามว่ากระจัดกระจายจะไปที่ไหน เพราะยังไม่ได้มีข้อสรุปว่าเป็นของผู้ใด แต่ตำรวจยืนยันว่าขณะนี้เข้าไปใกล้คนที่สั่งทำ รู้ตัวรู้ที่อยู่แล้ว กำลังดำเนินการ" รักษาการโฆษกรัฐบาลกล่าว

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษก ปชป. กล่าวว่า ประชุมคณะทำงานปฏิบัติการทางการเมือง หรือวอร์รูม ปชป. ประเมินสถานการณ์การชุมนุมคนเสื้อแดงขณะนี้ยังสุ่มเสี่ยงต่อการจะเกิดความวุ่นวาย สังเกตได้จากความกังวลของประชาชน ทั้งการหายไปของอาวุธทั้งจากคลังแสงทหารที่พัทลุง และการพบโรงงานผลิตชิ้นส่วนอาวุธสงครามที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา และ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ เพราะอาวุธที่พบส่วนใหญ่ใช้ยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 ซึ่งเป็นอาวุธชนิดเดียวกับที่เคยยิงใส่สถานที่ราชการหลายแห่ง ทั้งทำเนียบรัฐบาล กองทัพบก ฯลฯ ด้าน พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก กล่าวว่า วัตถุที่ตำรวจจับได้ไม่ใช่เครื่องลั่นไกเอ็ม 79 เป็นเพียงแค่โครงจานท้ายของเครื่องยิงเอ็ม 79 ซึ่งเป็นแค่อะไหล่ประกอบชิ้นหนึ่ง ไม่สามารถนำไปประกอบเป็นปืนไว้ใช้ก่อเหตุได้ ขณะนี้ประเทศไทยรับผลิตอะไหล่ประกอบจำนวนมาก เช่น ตีนตะขาบ เนื่องจากค่าจ้างแรงงานในการผลิตถูก และในประเทศไทยใช้วัตถุมีคุณภาพดีในการผลิต

"ในประเทศไทยยังไม่มีใครสามารถผลิตเครื่องลั่นไกเอ็ม 79 ได้ วัตถุที่ตำรวจจับได้เป็นเพียงอะไหล่เพื่อส่งบริษัทแม่ในต่างประเทศ รัฐบาลทำแบบนี้ถือว่าเสียหายต่ออุตสาหกรรมรับจ้างผลิตอะไหล่ทั่วไปภายในประเทศ เพราะการกระทำแบบนี้ถือว่าโอเวอร์เกินไป รัฐบาลนี้เป็นศรีธนญชัยหวังสร้างประเด็นเพื่อต้องการโยนความผิดและใส่ร้ายให้กลุ่มคนเสื้อแดง โดยไม่คิดถึงความเสียหายต่อภาคเศรษฐกิจ ทำแบบนี้ส่งผลฉิบหายต่อประเทศไทย" พล.ต.ขัตติยะกล่าว

ขณะที่ความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงในต่างจังหวัด ยังคงทยอยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง โดยคนเสื้อแดงจังหวัดกาญจนบุรีกว่า 1,000 คน เดินทางไปรวมตัวกันที่บริเวณสนามหญ้าข้างสนามกีฬากลางจังหวัด (กลีบบัว) ต.ท่ามะขาม อ.เมืองฯ จ.กาญจนบุรี นำโดย พล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ ส.ส.เขต 1 พรรคเพื่อไทย, พล.ท.มะ โพธิ์งาม ส.ส.เขต 1 พรรคเพื่อไทย เพื่อขึ้นรถยนต์และรถกระบะไปรวมกลุ่มคนเสื้อแดง อ.ท่าม่วง และกลุ่มคนเสื้อแดง อ.ท่ามะกา ที่รออยู่ประมาณ 300 คน รถยนต์ประมาณ 60 คัน เข้ากรุงเทพฯ



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์