Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

เมื่อสหรัฐ "ขัดขา" ตัวเอง


  เรื่อง "นายวิคเตอร์ บูท" นี่กำลังสนุก เพราะถึงตอน "คมเฉือนคม" ระหว่าง "คมรัสเซีย" เฉือนกับ "คมสหรัฐ" ประเด็นที่ต้องจับตาก็คือ สหรัฐจะทำอย่างไรจึงสามารถเอาตัวนายบูทไปได้ภายใน ๓๐ วัน และทำอย่างไรที่รัสเซียจะสามารถพิสูจน์ให้เห็นตามที่พูด "ทำทุกทางเพื่อไม่ให้นายบูทถูกส่งตัวไปสหรัฐ"?
 "คุกบางขวาง" ตอนนี้ (๒๖ ส.ค. ๕๓) คงเป็นที่รู้จักกันไปทั้งโลกแล้วกระมัง เพราะกลายเป็นจุดชุมนุมกองทัพนักข่าวจากเกือบทุกมุมโลก ทั้งกล้องโทรทัศน์ ทั้งกล้องถ่ายภาพนิ่งจับจ้องเขม็ง-เล็งปากประตู นายวิคเตอร์ บูท ปรากฏกายไปขึ้นเรือบินเมื่อไหร่ ก็หมายความว่า...
 อเมริกากินหมี!
 แต่ตอนนี้ยังหรอกครับ และดูท่าไม่เร็วนัก เหตุที่ไม่เร็วก็จะโทษใครไม่ได้ ต้องโทษสหรัฐเองนั่นแหละ เพราะนอกจากคดีที่จบไปแล้ว ทางสหรัฐยังได้ยื่นคำร้องต่อศาลไทยขอให้ส่งตัวนายวิคเตอร์ บูท ไปดำเนินคดีที่สหรัฐอีกคดี ในข้อหาฟอกเงิน และฉ้อโกงอิเล็กทรอนิกส์เป็นคดีที่ ๒
 ก็เลยสะดุดขาตัวเอง...น่าเจ็บใจ!
 แทนที่จะได้รับตัวไปทันที แต่เพราะคดีที่ตัวเองประสานอัยการไทยยื่นคำร้องต่อศาลอาญาไว้อีกคดีนั่นแหละ ก็เลยซวย เท่ากับว่านายวิคเตอร์ บูท จบไปคดีหนึ่ง แต่ยังมีอีกคดีคาศาล ก็ยังจะออกนอกราชอาณาจักรไทยไปทางไหนไม่ได้ จนกว่าคดีที่คาอยู่นี้จะจบสิ้น
 ป่านนี้อัยการสหรัฐคงเขกหัวตัวเองไปแล้ว แต่เท่าที่ฟัง ทางสถานทูตสหรัฐประสานกับกระทรวงการต่างประเทศของไทย เพื่อมอบให้อัยการยื่นคำร้อง "ขอถอนฟ้อง" ต่อศาลแล้ว ถึงขณะนี้ทางอัยการของเราได้ยื่นคำร้องไปถึงศาลแล้วหรือยังผมก็ไม่แน่ใจ เพราะข่าวหลายกระแส
 บ้างก็ว่ายื่นแล้ว บ้างก็ว่าอยู่ระหว่างทำเอกสาร แต่จะแล้วหรือยังไม่แล้วก็ตาม สุดท้ายก็ต้องยื่นขอถอนคำร้องในคดีที่ ๒ แน่ เพราะเป็นทางเดียวที่สหรัฐจะได้ตัวนายวิคเตอร์ บูท กลับไปตามคำตัดสินของศาลอุทธรณ์เร็วที่สุด นี่...เป็นความเข้าใจสหรัฐ
 และตรงนี้แหละเป็น "ทีเด็ด-เคล็ดลับ" ที่หมีขาวจะใช้กระบวนการตามขั้นตอนกฎหมายเป็นฝ่ายหักปีกอินทรีบ้าง ต้องเข้าใจก่อนว่าประเด็นนี้ ศาลท่านไม่เกี่ยวด้วย เพราะอะไรก็ตาม ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนและกระบวนการกฎหมาย ศาลท่านก็จะยึดดุลยธรรมและดำเนินไปตามขั้นตอนนั้น ไม่เห็นแก่หน้าใครทั้งสิ้น
 ที่ผมพูดนี้ก็จาก "ประสบการณ์จำเลย" ที่ต้องขึ้น-ลงศาลในรอบ ๑๕-๑๖ ปี ผมก็เลยพอได้รู้จาก  "ของจริง" ที่เกิดกับตัวเอง ฉะนั้น ที่ฝ่ายรัสเซียบอกว่า "จะทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้สหรัฐเอาตัวไป" นั้น ไม่ได้หมายไปในแนวบู๊ล้างผลาญอย่างที่เข้าใจกัน
 แต่จะหักเหลี่ยม-เฉือนคมด้วย "เงื่อนกฎหมาย" ก็ตรงช่องที่สหรัฐเปิดไว้ให้เอง คือ สหรัฐฟ้องนายวิคเตอร์ บูท เป็นคดีที่ ๒ คาไว้ที่ศาล ก็เท่ากับสหรัฐนั่นแหละ "สร้างเงื่อนไข" ผูกมัดให้นายบูทยังไปจากประเทศไทยไม่ได้ และทนายของนายวิคเตอร์ บูท "นายลักษณ์ นิติวัฒนวิจารณ์" ก็เห็นช่องนี้
 และกำลังใช้ช่องนี้ "ยื้อ" ไม่ให้สหรัฐเอาตัวนายบูทไป!
 ถึงสหรัฐขอถอนคำฟ้องต่อศาลก็เถอะ นั่นก็ใช่ว่าศาลท่านจะอนุญาตให้ถอนได้ทันที ตรงนี้แหละที่ผมบอกว่าขึ้นศาลเป็นจำเลยจนได้ประสบการณ์เป็นความรู้ด้วยตัวเอง
 คือเมื่อคดีถึงศาลแล้ว แม้โจทก์จะขอถอน แต่ถ้าจำเลยไม่ยอมให้ถอน ก็ไม่สามารถถอนคดีออกไปได้ นี่คือกฎกติกาตามข้อกฎหมาย ดังนั้น ผมจึงไม่แน่ใจว่าสหรัฐจะสามารถรับตัวนายบูทไปได้ เพราะพ้นไปคดีหนึ่ง ยังคาอยู่อีกหนึ่ง ถึงคดีนี้สหรัฐจะขอถอน แต่ถ้าจำเลยคือนายบูทไม่ยอมให้ถอน ก็ถอนไม่ได้
 เมื่อถอนไม่ได้ "ตามกฎหมายไทย" นายบูทก็ยังไปไหนไม่ได้!?
 เหตุทำนองนี้เคยเกิดกับผม เมื่อปี ๒๕๓๖-๓๗ ราวๆ นี้แหละ นายโภคิน พลกุล ขณะนั้น ถ้าจำไม่ผิดท่านเป็นรัฐมนตรีช่วยมหาดไทย ฟ้องผมต่อศาลอาญา ตอนฟ้องผมก็ทำงานอยู่ แต่ตอนขึ้นศาลตกงานแล้ว เงินถึงมีก็มีหร็อมแหร็ม เลยไม่รู้จะไปจ้างทนายยังไง ดุ่ยๆ ไปขึ้นศาลทั้งที่ไม่มีทนายนั่นแหละ
 ศาลท่านก็คงสมเพชเวทนา ขั้นแรกก็ช่วยไกล่เกลี่ยให้ตกลงกันซะ ทางทนายท่านรัฐมนตรีโภคินก็ไม่ยอมท่าเดียว จนขึ้นศาลผ่านไป ๒-๓ นัด ท่านมารุต บุนนาค ทราบข่าวก็เลยมอบให้ "คุณสุชาติ เสียงสืบชาติ" ช่วยมาเป็นทนายให้เอาบุญ
 ลงท้าย มีอยู่วันระหว่างรอผู้พิพากษาขึ้นนั่งบัลลังก์ ทนายคุณโภคินก็มาขออนุญาต "ถอนคดี" ผมก็ว่า
 "ถอนก็ถอนไปซีครับ จะต้องมาขออนุญาตผมทำไม" ทนายก็บอกว่า
 "ถอนไม่ได้หรอกครับ ถ้าจำเลยไม่ยินยอม"!
 ครับ..ก็เลยได้ความรู้ว่า ถ้าจำเลยไม่ยอมให้ถอน โจทก์ก็ไม่สามารถถอนคดีได้ ฉะนั้น เมื่อมาเห็นคดีนายวิคเตอร์ บูท ผมก็เกรงว่าสหรัฐจะ "ตายตอนจบ" เพราะสะดุดล้มทับมีดตัวเอง เนื่องจากในคดีที่ ๒  ที่กำลังให้อัยการยื่นคำร้องขอถอน ศาลท่านก็ต้องถามจำเลย คือนายบูทว่า "ยินยอมให้ถอนคดีมั้ย"
 แล้วนายบูทเขาจะยอมให้ถอนหรือ?
  เพราะถ้ายอม เท่ากับว่าต้องการหนีเมียไปอยู่คุกสหรัฐ แต่ถ้าไม่ยอม ก็ตกเป็นจำเลยระหว่างคดี  ยังจะไปไหนไม่ได้จนกว่าคดีจะสิ้นสุด!
 เอาละ..จบไปประเด็นหนึ่ง ทีนี้ก็มาถึงประเด็น "ตัวอับเฉา" บ้าง นายจตุพรเขาเปลี่ยนจากตัวแทนประเทศเขมร มาทำหน้าที่ตัวแทนประเทศรัสเซียแล้ว แถมตอนนี้มีผู้ช่วยพระเอกออกมาผสมโรงกันหลายคน ทั้งทิดเข ทั้งยี่เกหน้าขาว เรื่องที่น่าสนใจคือที่นายจตุพรบอกว่า
 "กรณีนางเอลลา บูท ภรรยานายวิคเตอร์ บูท จะเปิดเผยเทปลับการสนทนาระหว่างนายศิริโชคกับนายวิคเตอร์ บูท นั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องของนางเอลลาจะเป็นผู้ดำเนินการ แต่ที่สำคัญขณะนี้คือ ประจักษ์พยาน ๒ คน คือ ๑.ภรรยาของนายวิคเตอร์ บูท และ ๒.นายนิติภูมิ นวรัตน์ คอลัมนิสต์ชื่อดัง ซึ่งเป็นผู้ได้เข้าสัมภาษณ์นายวิคเตอร์ บูท ด้วยตัวเองได้ยืนยันว่า นายวิคเตอร์ บูท ได้ยืนยันว่าในบทสนทนานั้น มีการต่อรองกัน โดยผมสามารถยืนยันคำพูดของนิติภูมิในข้อเขียนของนายนิติภูมิในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  ฉบับวันที่ ๒๔-๒๕ สิงหาคมที่ผ่านมา"
 นี่แหละน้า...เพราะนายจตุพรพึ่งใบบุญ ส.ส.ไม่ต้องเข้าคุก-เข้าตะราง ก็เลยขาดประสบการณ์ "ในคุก" เมื่อขาดคำพูดของท่านจึงเกิดช่องโหว่ให้คนอื่นเขาจับได้ว่า ถ้าไม่โม้ ก็โกหก เพราะกฎระเบียบการเข้าเยี่ยมในเรือนจำนั้น "เฮี้ยบนัก" นอกจากอัดเทปไม่ได้แล้ว ผู้ต้องหาหรือนักโทษก็จะให้สัมภาษณ์ไม่ได้ด้วย
 ฉะนั้น ๑.ที่ว่านางเอลลาจะเอาเทปลับมาแฉ และ ๒.ที่อ้างว่านายนิติภูมิเข้าไปสัมภาษณ์วิคเตอร์  บูท
 ระวัง..คำพูดจะแก้ผ้าตัวเอง!
 เอาละ..เดี๋ยวจะหาว่าผมเบรกเพราะไม่ชอบหน้ากัน มาดูคำพูดอันเป็นเหมือน "คำจับโกหก" จากคนที่เป็นตัวแทนนายวิคเตอร์ บูท เองดีกว่า ซึ่งว่าไปแล้ว น่าจะทึกทักเป็นฝ่ายจตุพรด้วยซ้ำ คือคุณลักษณ์ นิติวัฒนวิจารณ์ เขาเป็นทนายแก้ต่างให้นายบูทก็จริง แต่เขาบอกกับนักข่าวเมื่อวาน (๒๖ ส.ค.)  ดังนี้ครับ
 "วันนี้ผมได้เดินทางไปพบนายวิคเตอร์ บูท อีกครั้งที่เรือนจำกลางบางขวาง พร้อมกับเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้เขาฟังว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อวานนี้ รวมทั้งเล่าเรื่องที่ภรรยาของเขาบอกว่าจะส่งเทปลับการสนทนาระหว่างนายวิคเตอร์ กับนายศิริโชค โสภา ช่วงที่มาพบไปยังรัสเซีย เพื่อถอดข้อความในเทป และจะนำมาแจกให้กับสื่อมวลชน ซึ่งเมื่อนายวิคเตอร์ได้ยินเรื่องดังกล่าวถึงกับหัวเราะดังลั่นเรือนจำ จนเจ้าหน้าที่ต้องเข้ามาดูแล โดยนายวิคเตอร์บอกว่าเป็นเรื่องตลกสิ้นดี จะเอาเวลาไหนไปอัด และเขายังพูดอีกว่า เรื่องลักษณะนี้ที่ประเทศรัสเซียของเขาต่อให้พูดให้ตายก็ไม่มีใครฟัง ไม่มีใครสนใจ"
 ฟังชัดๆ จากอีกคนก็ได้ "นายชาติชาย สุทธิกลม" อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้อธิบายถึงการเข้าเยี่ยมของนายศิริโชค โสภา โดยใช้สิทธิ์ ส.ส.การพูดคุยวันนั้น มีเฉพาะนายศิริโชคกับนายบูท ๒ คนเท่านั้น  นอกนั้นเป็นเจ้าหน้าที่เรือนจำ ๒-๓ คน คอยดูแลตามระเบียบตลอดระยะเวลาการพูดคุย และก่อนเข้าไปต้องตรวจค้นตัว ห้ามอัดเทปเด็ดขาด
 นั่นคือ ไม่มีนางเอลลา หรือนายนิติภูมิในห้องนั้น ซ้ำ "ห้องพบทนาย" ที่นายศิริโชคใช้เป็นที่สนทนากับนายบูท ก็เป็นห้องที่ไม่อนุญาตให้ญาติไม่ว่าคนใดเข้าเยี่ยมด้วยประการทั้งปวงอยู่แล้ว!
 อ้างผิด อ้างใหม่ อ้าง "ผู้คุม" เป็นประจักษ์พยานจะเข้าท่ากว่าอ้างเมีย อ้างคอลัมนิสต์นะ...จตุพร!
 แต่ก็เถอะ ผมอยากให้ทักษิณฟ้องนายศิริโชคตามที่นายนพดลบอก ฟ้องเค้า แล้วเจ้าตัวต้องมาศาลนะ และก็อยากให้จตุพรจัดการให้นางเอลลาเปิดเทปลับเร็วๆ อยากฟังเหมือนกันว่า เสียงใคร..ต่อรองอะไรกัน และที่บอกว่า "สามารถยืนยันคำพูดนิติภูมิ" น่ะ
 ในฐานะ "ร่วมขบวนการ" งั้นใช่มั้ย...ตู่สกี้?
 



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์