ท่านขุนน้อย

Wednesday, 30 November, 2011 - 00:00

หอยย่างจงเจริญ!!!

    อือมม์ม์ม์....คงต้องยอมรับว่า หอยย่าง-น้ำมะนาว นั้น ช่างเป็นอะไรที่มีคุณประโยชน์ มีคุณูปการ ไม่น้อยทีเดียว เพราะขนาดตลอดช่วง 2 เดือน 3 เดือนที่ผ่านมา ไม่ว่าจะถูกใครด่าว่า ซุบซิบ นินทา ปากหอย ปากปู เพียงใดก็ตาม ก็ไม่เคยก่อให้เกิดอาการระคายเคืองใดๆ ต่อท่านนายกรัฐมนตรี คุณน้อง ปู ยิ่งลักษณ์ เธอเลยแม้แต่น้อย แต่พอเจอกับหอยย่าง หอยเผา ตบท้ายด้วยน้ำมะนาวเพียงแค่ไม่กี่เอื๊อกเท่านั้นเอง...ถึงขั้นอ้วกแตก อ้วกแตน สลบสไล ไม่คิดจะลุกขึ้นมาปรับ ครม.ตามคำชี้นำของฝาละมีเอาดื้อๆ!!!
                           --------------------------------------------------------
    สรุปเอาเป็นว่า...กระทั่งสุดยอดนักด่าปากตะไกร ลิ้นใบมีดโกน ระดับ เกจินู้ด ก็เถอะ ยังไม่มีฤทธิ์ มีเดช เมื่อเทียบกับหอยย่าง หอยเผา แค่จานเดียวเท่านั้น ด้วยเหตุนี้...ไม่ว่าใครก็ตาม ที่ยังรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าว ทรมาน เพราะรัฐบาลภายใต้การนำของคุณน้อง ปู ยิ่งลักษณ์ มาโดยตลอด ก็อย่าถึงกับไปด่าทอ นินทา เสียดสีเยาะเย้ยเธออีกต่อไปเลย เพราะยังไงๆ ก็คงไม่สร้างความระคายเคืองให้กับเธอได้เลยแม้แต่น้อย สู้หันมาใช้บริการหอยเผา หอยย่าง ยุให้เธอออกไปรับประทานอาหารทะเลให้มากๆ เข้าไว้ ประเภทส้มตำปูดอง ยำไข่แมงดาทะเล หอยแครง พล่าหอยลายลวก ฯลฯ อะไรต่อมิอะไรประมาณนี้ เดี๋ยวเดียว...เธอก็คงหมดเรี่ยว หมดแรง ไปเอง ไม่มีโอกาสที่จะมาขยันในเรื่องโง่ๆ ให้ใครต่อใครต้องสยดสยอง สะเทือนขวัญ สั่นประสาท ได้อีกเลย...
                              ----------------------------------------------------------
    แต่จะอย่างไรก็ตาม...ในเมื่อเธอยังสามารถลุกขึ้นมายืนหยัด หลังจากได้ถ่ายท้องไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สิ่งซึ่งเป็นปัญหาในทุกสิ่งทุกอย่าง ก็ยังคงต้อง เป็นปัญหา ต่อไปอยู่แล้วแน่ๆ ชาวบ้านกับชาวบ้านที่ยังคงตีกันไม่แล้วเสร็จ กทม.ที่ต้องหันมาตีกับ ศปภ. ภายใต้การนำของคนเสื้อแดง คนที่อยากจะพา ทักษิณกลับบ้าน กับคนที่อยากจะให้ ทักษิณ กลับมาติดคุกก่อน ผสมผสานไปกับคนที่อยากจะได้บ้านหลังแรก รถคันแรกตามนโยบายรัฐบาล กับคนที่อยากจะได้เงินมาซ่อมบ้านหลังเดิม รถคันเดิม แต่รัฐบาลดันเจียดเศษเงินให้ได้แค่ 5,000 บาท แถมยังอมเรือลำแรก อมส้วมชุดแรก ที่ใครต่อใครเอามาบริจาค ชนิดคาปากกันเห็นๆ ฯลฯ สุดท้าย...อะไรต่อมิอะไรต่างๆ เหล่านี้ มันย่อมจะถูกแปรสภาพให้กลายเป็น ปัญหา ไปด้วยกันทั้งนั้น...
                            --------------------------------------------------------------
    ยิ่งเมื่อมองถึงสถิติตัวเลข ที่ใครต่อใครประมาณการ คาดการณ์ ออกมาเป็นชุดๆ ลักษณะของ ปัญหา ที่จะบานปลายต่อไปในอนาคตข้างหน้า มันน่าจะปลายบานซะยิ่งกว่าสัญญลักษณ์การบินไทย ไม่รู้กี่ร้อยกี่พันเท่า แค่เฉพาะมูลค่าความเสียหายในภาพรวม ซึ่งอุบัติขึ้นมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นชาวต่างชาติ หรือชาวไทยด้วยกันเอง สรุปไปในแนวเดียวกันว่า ไม่น่าจะต่ำกว่า 1-1.4 ล้านล้านบาทหรือเกือบครึ่งหนึ่งของงบประมาณประเทศไทยทั้งปีเอาเลยก็ว่าได้ แถมตัวเลขดังกล่าว มันไม่ใช่เป็นตัวเลขกลมๆ ที่หยุดอยู่นิ่งๆ ไม่กลิ้ง ไม่กลอก ไม่กระฉอก ไปก่อให้เกิดปัญหาซ้ำเติมใดๆ ขึ้นมาอีกเลย ตรงกันข้าม...มันกลับทั้งกลิ้ง ทั้งกระฉอก ทั้งยอกย้อน สามารถส่งผลกระหน่ำซ้ำเติม ให้กับปัญหาแทบทุกๆปัญหา เกิดอาการบานปลาย และปลายบานได้เสมอๆ ไม่ว่าปัญหางบประมาณ ดุลการเงิน การคลัง การค้า หรือแม้กระทั่งปัญหาอัตราเงินเฟ้อ ที่จะต้องพุ่งทะลุ 3.5 ไปถึง 4 ถึง 5 หรือไม่? อย่างไร? ก็ยังมิอาจประเมินได้...
                            ------------------------------------------------------------------
    และภายใต้สภาวะปัญหาเช่นนี้...ผู้ที่จะ โดนก่อน หรือผู้ที่จะต้องแบกรับปัญหาหนักหน่วงที่สุด ตามพื้นฐานทางธรรมชาติของระบบเศรษฐกิจแบบ ทุนนิยมเสรี ก็คงหนีไม่พ้นไปจากบรรดาชาว รากหญ้า ทั้งหลายนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นกรรมกร ที่ต้องเจอกับภาวะการย้ายทุนหนี การปิดโรงงาน การว่างงาน ตกงาน...แถมยังอาจถูกแย่งงาน โดยแรงงานต่างชาติที่ค่าจ้าง-ค่าแรง ถูกกว่าเป็นไหนๆ เฉพาะตัวเลขสดๆ ร้อนๆ ก็ปาเข้าไปประมาณ 8 แสน 9 แสน หวิดๆ จะถึงล้านคนเข้าไปแล้ว ยิ่งถ้าคิดจะไปอุ้มค่าแรง แบกค่าแรง ยิ่งกลายเป็นข้ออ้าง ข้อต่อรอง ของพวกนายทุนทั้งหลาย ที่สามารถย้ายฐาน ย้ายทุน ได้โดยเสรี การควบคุมค่าแรง ปรับลดสวัสดิการ ตามวิถีทางออกโดยธรรมชาติของทุนนิยมเสรี จึงมีแต่จะทำให้ชาวรากหญ้าอย่างกรรมกร มีแต่จะต้องตกระกำไปโดยตลอด...
                            ------------------------------------------------------------------
    อีกรายหนึ่งที่หนีไม่พ้นจะต้อง โดนก่อน เช่นกัน...นั่นก็คือ เกษตรกร ทั้งหลายนั่นเอง ไอ้ที่เคยหวังๆ ไว้ว่าจะได้ รูดปรื๊ด...รูดปรื๊ด แต่เมื่อเม็ดเงินมันหายไปในระดับแสนแสน ล้านล้าน แบบสดๆ เนื้อๆ สุดท้าย... คงต้องรูดเคียว รูดไถ กันไปก่อน ปริมาณหนี้สินที่ยังไงๆ คงไม่มีโอกาสบรรเทาเบาบางอยู่แล้วแน่ๆ เมื่อต้องเจอกับต้นทุนการผลิต ที่มีแต่เพิ่มกับเพิ่ม บวกกับค่าครองชีพ ที่มีแต่แพงกับแพง โอกาสที่ รากหญ้า จะกลายเป็น รากเน่า ไปแทบหมดทั้งแผง ย่อมเป็นที่เห็นๆ กันอยู่ แต่ในเมื่อบรรดาคนเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่เคยเป็นฐานคะแนนนิยมของ ทุนสามานย์ ไปด้วยกันทั้งสิ้น วิธีที่จะช่วยประคับประคอง บรรเทา เบาบาง ความเดือดร้อนลงไปได้บ้าง เพื่อรักษาคะแนนนิยมของตัวไม่ให้ตกต่ำไปกว่านี้ คงหนีไม่พ้นจะต้องอาศัย มาตรฐานแบบทุนสามานย์ ไปตามเรื่อง ตามราว นั่นเอง...
                           --------------------------------------------------------------------
    นั่นก็คือ...เฉพาะรากหญ้ารายใดที่เป็นแดงแท้ ไพร่แท้ ก็อาจพอได้รับการช่วยเหลือ เจือจาน ไปตามกลไกการจัดตั้งของหมู่บ้านแดง ตำบลแดง อำเภอแดง ฯลฯ หรือตามวิถีทางประชาธิปไตย อันมีตัวกู-ของกู-พวกกู เป็นที่ตั้ง ส่วนรากหญ้ารายใดที่ยังคงเขียวๆ อยู่ ยังเป็นเกษตรกรอาชีพ กรรมกรอาชีพ เอาแต่ทำมา หากิน จนไม่มีเวลาเพียงพอที่จะมาเป็นเครื่องมือให้กับทุนสามานย์ เพื่อโค่นล้มศักดินา อำมาตย์ ตามเส้นสาย กลไก ที่เชื่อมโยงนักการเมืองท้องถิ่น ไปจนถึงนักการเมืองระดับชาติ แม้ว่าจะเป็นชาวรากหญ้าโดยส่วนใหญ่ เป็นเกษตกรส่วนใหญ่ หรือกรรมกรส่วนใหญ่ก็ตาม โอกาสที่จะได้รับการช่วยเหลือ เจือจาน ได้รับความเมตตา กรุณา จากทุนสามานย์...ย่อมเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วแน่ๆ ไม่ต่างอะไรไปจาก คนจนในกรุงเทพฯ กับ คนจนในสมุทรปราการ หรือ คนจนในปทุมธานี นั่นแหละ ถึงแม้ว่าจะเป็นคนจนด้วยกันแท้ๆ แต่ถ้าหากไม่ได้อยู่ในเขตฐานเสียง ของตัวเองแล้วล่ะก็ ล้วนแล้วแต่ต้องกลายไปเป็นพวกอำมาตย์ เป็นชนชั้นกลาง ที่ต้องถูกปล่อยให้จมอยู่กับน้ำเน่า น้ำขัง พลีชีพให้ไพร่ ไปเป็นรายๆ...
                          --------------------------------------------------------------------
    ท่ามกลางสภาพปัญหา ที่มีแต่จะหนักหน่วงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ มาตรฐานของทุนสามานย์ หรือ มาตรฐานแบบไพร่ๆ เช่นนี้...จึงมีแต่จะทำให้ปัญหามันยิ่งกลายเป็นอภิมหาปัญหา ทวีความยุ่งยาก ซับซ้อน บานปลาย หนักหน่วงขึ้นไปอีก การแบ่งพวก แบ่งฝ่าย ระหว่างพวกมึงกับพวกกู ระหว่างประชาชน 15 ล้านเสียงกับประชาชนอีกไม่รู้กี่สิบต่อกี่สิบล้าน สุดท้าย...ย่อมมีโอกาสนำมาซึ่งภาวะ เลือดนองทั้งแผ่นดิน ได้ไม่ยากซ์ซ์ซ์ โอกาสที่จะคลี่คลายสภาวะเช่นนี้ จึงมีแต่จะต้องหันไปพึ่งบริการ หอยเผา หรือ หอยย่าง บวกกับ น้ำมะนาว ลูกเดียวเท่านั้นเอง...เอาชนิดให้พุ่งจู๊ดๆ ออกทั้งปาก ออกทั้งตูด ออกทั้งรูทวารทั้ง 5 ประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม อันเป็นที่รักของหมู่เฮา อาจพอ อยู่ๆ กันไปได้ ไม่ต้องหันมาตีกัน กัดกันเอง ให้เสียเวลา เสียเลือด เสียเนื้อ ของคนไทยด้วยกันเอง...
                          -------------------------------------------------------------------
    ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก สุภาษิตอีสป...เราจะรู้จักชนิดของต้นไม้ใดๆ ได้ ด้วยผลของมัน...
                        -------------------------------------------------------------------