13 ก.ค.2565 - กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าดูแลเกษตรกรชาวสวนปาล์ม "ระดมสายตรวจเฉพาะกิจ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลุยตรวจสอบเครื่องชั่งรถยนต์ที่ใช้ในการรับซื้อผลผลิตปาล์มน้ำมัน รวม 552 เครื่อง" พบผู้กระทำผิด 47 ราย ผูกบัตรห้ามใช้ 10 ราย เปรียบเทียบปรับ 33 ราย ส่งตำรวจดำเนินคดี 4 รายนายอาวุธ วงศ์สวัสดิ์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.-8 ก.ค.2565 ที่ผ่ามา กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้บูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเครื่องชั่งรถยนต์รับซื้อปาล์มน้ำมัน โดยระดมสายตรวจเฉพาะกิจ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) จัดชุดสายตรวจ จำนวน 10 สาย ออกตรวจสอบเครื่องชั่ง เพื่อดูแลพี่น้องเกษตรกรชาวสวนปาล์มไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ ในการซื้อขายปาล์มน้ำมันตามลานรับซื้อทั่วเขตพื้นที่ภาคใต้
ทั้งนี้ ผลการตรวจสอบเครื่องชั่งรถยนต์ ณ ลานรับซื้อปาล์มน้ำมัน จำนวน 552 เครื่อง ในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ชุมพร และกระบี่ พบผู้กระทำความผิดตามพ.ร.บ.ชั่งตวงวัด พ.ศ.2542 จำนวน 47 ราย ได้ดำเนินการผูกบัตรห้ามใช้เครื่องชั่ง 10 ราย เปรียบเทียบปรับ 33 ราย และส่งพนักงานสอบสวนจำนวน 4 ราย
“จากการตรวจสอบเครื่องชั่งรถยนต์อย่างเข้มงวด กรมการค้าภายในมีความเชื่อมั่นว่า จะช่วยให้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันได้รับความเป็นธรรมในการขายผลผลิตทางการเกษตร และขอยืนยันว่าจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด โดยหากพบสถานที่รับซื้อสินค้าเกษตรแห่งใด หรือผู้ใด แก้ไขหรือดัดแปลงส่วนประกอบของเครื่องชั่งรถยนต์ หรือโปรแกรมที่ใช้กับเครื่องชั่งรถยนต์ ในการรับซื้อสินค้าเกษตรให้มีความคลาดเคลื่อนเกินอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดที่กำหนด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 280,000 บาท” นายอาวุธกล่าวอย่างไรก็ตาม รองอธิบดีกรมการค้าภายในระบุว่าด้วยนโยบายการดูแลเกษตรกรให้ได้รับความเป็นธรรมทุกฤดูกาลของ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กำชับติดตามอย่างใกล้ชิดและกระทรวงพาณิชย์ดำเนินการตรวจสอบติดตามมาอย่างต่อเนื่อง
และในการตรวจสอบนั้นขอเรียนว่าเกษตรกรสามารถสังเกตจากสติ๊กเกอร์ตรวจสอบประจำปีของกองชั่งตวงวัด และหนังสือสำคัญแสดงการให้คำรับรองประจำเครื่องชั่งตวงวัด โดยหากพบเห็น หรือไม่ได้รับความเป็นธรรม ในการใช้เครื่องชั่งซื้อขายสินค้าเกษตร สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ทั้งนี้รองนายกรัฐมนตรีนายจุรินทร์ ฝากพี่น้องเกษตรกรสังเกตและใช้เบอร์ตรงถึงกระทรวงพาณิชย์โดยสายด่วนนี้ได้ตลอด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พาณิชย์ลุยตรวจเข้มย่านห้วยขวางพบกลุ่มเสี่ยงส่อเค้านอมินี-โยงใยเว็บพนันออนไลน์
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าผนึกกำลังส่งทีมลงพื้นที่ตรวจสอบร้านอาหาร บ่อตกกุ้ง และธุรกิจสปา พื้นที่ห้วยขวาง พบกลุ่มเสี่ยงส่อเค้านอมินี-โยงใยเว็บพนันออนไลน์ และรับชำระเงินผ่านบัญชีบุคคลชาวต่างชาติ เตรียมขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินและระบบชําระเงินเชิงลึกหากพบผิด ดำเนินการตามกฎหมายทันที
จ่อคลอดปุ๋ยคนละครึ่ง! 'ศุภจี' ผนึก 'เอกชน' การันตีสถานการณ์ปุ๋ยคลี่คลาย
‘ศุภจี’ ผนึกเอกชน แจ้งสถานการณ์ปุ๋ยคลี่คลาย หลังเรือขนส่งที่ติดค้างเริ่มเดินทางได้ตามปกติ เดินหน้าเจรจาอิหร่าน-รัสเซียหนุนซัพพลายเต็มที่ มั่นใจทิศทางราคาตลาดโลกเริ่มปรับลดลงแล้ว ลุยมาตรการ ‘ปุ๋ยธงเขียว’ จ่อคลอด ‘ปุ๋ยคนละครึ่ง’ ช่วยลดภาระเกษตรกรไทย
ประธาน กมธ.พาณิชย์ ยันขยายเวลานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไม่เกิน 31 ส.ค. ยึดกรอบเดิม AFTA
ประธานกมธ.พาณิชย์ หวั่นเกษตรกรเข้าใจผิด ระบุครม.ขยายเวลานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้านถึง 31 ส.ค. 2569 เป็นการดำเนินการภายใต้กรอบ AFTA มาตั้งแต่ปี 2554 ไม่ใช่การขยายเวลาเพิ่ม พร้อมย้ำปีนี้ยังต้องบริหารสมดุลระหว่างผลผลิตในประเทศกับความต้องการใช้ของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ เพื่อไม่ให้กระทบราคาและเกษตรกรในระยะยาว
'กล้าธรรม' จี้พาณิชย์รับมือของแพง ชี้เงินเฟ้อพุ่ง-ชาวบ้านรับภาระหนัก
“พีรวัส สมวงศ์” รองโฆษกพรรคกล้าธรรม เรียกร้องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เร่งออกมาตรการคุมราคาสินค้าอย่างเป็นรูปธรรม หลังเงินเฟ้อไทยเร่งตัวต่อเนื่อง เตือนต้นทุนพลังงานกำลังส่งผ่านสู่สินค้าอุปโภคบริโภค พร้อมตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพการทำงานของกระทรวงพาณิชย์ ท่ามกลางภาระค่าครองชีพที่ประชาชนต้องเผชิญทุกวัน
'ฝ่ายค้าน' บี้ล่า 'นอมินี' หลังพาณิชย์เจอแหล่งใหญ่ห้วยขวาง 53 บริษัท ชี้เป้าลุย 'สมุย-กระบี่-ภูเก็ต'
รองหน.พรรคปชป.ชี้กรณีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ตรวจพบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงนอมินีในพื้นที่เขตห้วยขวาง จำนวน 53 ราย
“ศุภจี”สั่งเชื่อมข้อมูล 3 กระทรวง พาณิชย์-เกษตร-อว. พัฒนาแดชบอร์ดสินค้าข้าว
“ศุภจี”สั่งการเดินหน้าพัฒนา Dashboard สินค้าข้าว เชื่อมข้อมูล 3 กระทรวง พาณิชย์-เกษตร-อว. ใช้ดาวเทียม ข้อมูลการผลิต และการตลาด ให้เป็นข้อมูลชุดเดียวกัน เพื่อช่วยคาดการผลผลิตได้แบบเรียลไทม์ นำร่อง จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนขยายให้ครบทั้งประเทศ

