การเมืองทั้งในและนอกรัฐสภา จะทวีความร้อนแรง-เข้มข้นมากขึ้นตั้งแต่ปลายสัปดาห์หน้าเป็นต้นไป
เพราะหลังเปิดสมัยประชุมสภาฯ 25 ส.ค. วาระร้อนการเมืองหลายเรื่องจ่อคิวไหลเข้าสภาฯ เช่น การอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วาระ 2 เรียงรายมาตราก่อนโหวตผ่านวาระ 3-การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ค้างมาจากสมัยประชุมที่แล้ว แต่ที่เป็นไฮไลต์สำคัญอันดับ 1 ที่คอการเมืองกางมุ้งรอชมก็คือ ศึกซักฟอกเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ที่คาดว่าจะระเบิดศึกโม่แข้งกันช่วงเดือน ต.ค.-พ.ย.
แต่สำหรับเดือนนี้ สิงหาคม การทำงานของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถือว่าอยู่ในโหมดที่คนจับตามองกันอย่างมาก เพราะมี 2 วาระร้อน ที่เป็นเดิมพันการทำงานของ กกต. อันประกอบด้วย
1.การสู้คดีกลางห้องพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ ในคำร้องคดีบัตรเลือกตั้ง สส. 8 ก.พ.2569 ที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด ในวันที่ 26 ส.ค. บนเดิมพันคือ การเลือกตั้งที่ กกต.ชุดปัจจุบัน เป็นคนจัดเลือกตั้ง จะเป็นโมฆะหรือไม่?
2.การสรุปความเห็นของ กกต.ในคดีฮั้ว สว. ที่ล่าสุด กกต.ยืนยันว่าจะสรุปปิดจบภายในเดือนสิงหาคมนี้
ทั้ง 2 เรื่องเป็น เดิมพันสำคัญในการทำงานของ กกต.ชุดปัจจุบันที่มี ณรงค์ กลั่นวารินทร์ เป็นประธาน และมีแสวง บุญมี เป็นเลขาธิการกกต.
เพราะอย่างเรื่องแรก การสู้คดีที่ศาล รธน.วันที่ 26 ส.ค.นี้ หากฝ่าย กกต.ที่นำโดย แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.ที่ศาล รธน.เรียกไปไต่สวนให้ถ้อยคำ หากทำการบ้านมาไม่ดี ชี้แจงไม่เคลียร์ ไม่สามารถอธิบายให้ตุลาการศาล รธน.เข้าใจและมั่นใจได้ว่า บัตรเลือกตั้งยังไงก็ยังเป็นความลับ ไม่มีใครล่วงรู้ได้ว่าใครลงคะแนนให้พรรคการเมืองและผู้สมัคร สส.คนใด รวมถึงไม่สามารถชี้แจงเหตุผลความจำเป็นที่ กกต.ต้องพิมพ์คิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ดให้ตุลาการศาล รธน.เข้าใจได้ว่าเป็นวิธีการที่ได้ผลในการป้องกันการปลอมแปลงบัตร และควบคุมยอดบัตรไม่ให้มีการทุจริตเลือกตั้ง โดยหากเลขาธิการ กกต.ชี้แจงไม่เคลียร์ ก็อาจทำให้รูปคดีพลิกได้ ที่นอกจากจะทำให้หน้ากระดานการเมืองเปลี่ยนแล้ว ถ้าคำตัดสินของศาล รธน.ออกมาไม่เป็นคุณกับ กกต. สิ่งที่จะตามมาก็คือ กระแสเรียกร้องให้ กกต.-เลขาธิการ กกต.แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจะตามมา
แม้จะพบว่า กระแสการเมืองตอนนี้ส่วนใหญ่ยังเชื่อว่า ผลคำวินิจฉัยของศาล รธน.จะออกมาในทางที่สภาฯ ไปต่อได้ จะไม่มีการออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ อย่างไรก็ตาม คนการเมืองบางส่วนก็ยังมองว่า ของแบบนี้ มันก็ไม่แน่ อะไรก็เกิดขึ้นได้ รูปคดีอาจพลิก
เชื่อได้ว่า ก่อนถึงวันที่ 26 ส.ค. ทาง 7 เสือ กกต.คงต้องเปิดวอร์รูม เพื่อกำชับและติวเข้ม 3 ตัวแทนจากสำนักงาน กกต.ที่ศาล รธน.เรียกไปไต่สวนคือ แสวง บุญมี, นิตรีญา รัตนทัศนีย์ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ชำนาญการ สำนักงาน กกต. และวรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผอ.สำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง สำนักงาน กกต. เพื่อให้การถ้อยคำของทั้ง 3 คน-รัดกุม-เคลียร์ทุกประเด็น-ปิดทุกช่องโหว่ที่จะทำให้รูปคดีพลิก
สังเคราะห์รูปคดีนี้เห็นชัด เมื่อศาล รธน.นัดไต่สวนวันที่ 26 ส.ค. ผลคือศาล รธน.คงนัดลงมติและอ่านคำวินิจฉัยคดีบัตรเลือกตั้งภายในเดือนกันยายน และไม่แน่อาจนัดอ่าน-ปิดคดีเร็ว หลังผ่าน 26 ส.ค.ไปไม่กี่วัน เพื่อป้องกันการสร้างกระแส-ปล่อยข่าวลือ มีการล็อบบี้ศาล รธน.ไม่ให้วินิจฉัยว่าให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ!
สำรวจกระแสการเมืองและความเห็นทางกฎหมาย พบว่าเสียงแตกออกเป็นเสี่ยงๆ แต่ส่วนใหญ่ยังมองว่าแนวโน้มผลคำวินิจฉัยคดีบัตรเลือกตั้ง สูตรคำตัดสินหลักๆ จะมี เช่น
-ยกคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งยังเป็นความลับ โดยไม่ได้มีความเห็นประกอบเพิ่มเติม
-ยกคำร้อง แต่มีความเห็นศาล รธน.ประกอบในคำวินิจฉัยกลาง ในลักษณะมีข้อเสนอแนะต่อ กกต.บางอย่างต่อการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง สส.ในอนาคต เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก
-มีคำวินิจฉัยว่า บัตรเลือกตั้งทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อ ที่มีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ผลที่ตามมาคือ กกต.ต้องไปจัดให้มีการลงคะแนนเสียงใหม่
-มีคำวินิจฉัยว่า ให้จัดการลงคะแนนเสียงกันใหม่ เฉพาะการเลือกแบบบัญชีรายชื่อ แต่ระบบเขตไม่ต้อง เพราะบัตรเลือกตั้งระบบเขตที่ใช้คิวอาร์โค้ด มีระบบป้องกันที่ดีกว่าบัตรปาร์ตี้ลิสต์ที่ใช้บาร์โค้ด อย่างไรก็ตาม สูตรนี้หลายส่วนแย้งว่า ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ หากจะโมฆะก็ต้องโมฆะทั้ง 2 ระบบ
เชื่อว่าหลังการไต่สวน 26 ส.ค.เสร็จสิ้นลง คงมีการคาดการณ์ถึงผลคำวินิจฉัยของศาล รธน.ออกมาอีกบางสูตรที่แตกต่างออกไป แต่จะถึงขั้นมีสูตรที่หลายคนคาดไม่ถึงหรือไม่ ต้องรอชม
นอกจากนี้ในเดือน ส.ค. 7 เสือ กกต.และแสวง ก็ยังต้องแบกรับความกดดันในการพิจารณาคดีฮั้ว สว. หลัง กกต.ขีดเส้นจบแน่ในเดือนนี้ แต่บางส่วนก็ยังไม่เชื่อเต็มร้อย เพราะมองว่าถึงช่วงสิ้นเดือน กกต.อาจขอขยายไปถึงกันยายน โดยอ้างเหตุพิจารณาไม่ทัน สำนวนหลายหมื่นหน้า
แต่ท่าทีจากฝ่ายการเมือง ทางปีกฝ่ายค้าน-พรรคประชาชนออกมาดักคอไว้ กกต.จะปิดจบคดีฮั้ว สว.วันที่ 31 ส.ค.และอาจเป่าคดีโดยยกคำร้องหมด ไม่ส่งสำนวนคดีฮั้ว สว.เอาผิด 229 ชื่อไปศาลฎีกาฯ ตามสำนวนของอนุกรรมการชุดที่ 26 ที่มีชื่ออนุทิน นายกฯ และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยรวมอยู่ด้วย พร้อมกับขู่ฟอด หากผลออกมาแบบนี้ จะเช็กบิล เอา กกต.เข้าคุก
ต้องปักหมุดไว้ว่า การสรุปคดีฮั้ว สว.ของ กกต.ก็จะมีผลไปถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านด้วย
เช่น หากสุดท้าย กกต.ส่งคำร้องไปศาลฎีกาฯ แต่คนที่ชื่อโดนเอาผิด เป็นพวกระดับ “น้ำเงินอ่อน ไม่มีน้ำเงินเข้ม” เช่นไม่มีชื่ออนุทิน นายกฯ และรัฐมนตรีในรัฐบาลบางคนรวมอยู่ด้วย เช่น ภราดร ปริศนานันทกุล, สุขสมรวย วันทนียกุล 2 รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รวมถึงพวกบิ๊กสภาสูงอย่าง มงคล สุระสัจจะ ปธ.วุฒิสภา ถ้าออกมาแบบนี้ ฝ่ายค้านคงยังไม่ยอม เพราะเป้าคือต้องการให้ กกต. เอาผิดยกพวง 229 ชื่อ
ประเมินว่า หากมติ กกต.ออกมาแบบนี้ จะทำให้ฝ่ายค้านเร่งเวลาการยื่นซักฟอกเร็วขึ้นเพื่อตีเหล็กที่กำลังร้อน โดยมีเป้าทุบอนุทินกลางสภาฯ เพื่อขย้ำว่า ระบอบสีน้ำเงินสร้างปัญหาให้ประเทศ
แต่หากออกมาอีกแบบคือ กกต.ทนแรงเสียดทานไม่ไหว ยอมปล่อยจอย ส่งสำนวนไปศาลฎีกาหมด 229 ชื่อ โดยมีชื่ออนุทินรวมอยู่ด้วย ซึ่งศาลฎีกาฯ ก็จะรับคำร้องไว้ตามปกติ แต่สำหรับคนที่ไม่ใช่พวก สว. เช่นพวกรัฐมนตรี หรือ สส. ตามกฎหมาย จะไม่ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ จะสั่งเฉพาะสว.
หากออกมาแบบนี้ ฝ่ายค้านจะพลิกเกมไปอีกแบบ บอกว่าการที่อนุทินมีชื่อส่งไปศาลฎีกา แม้ไม่ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ก็ไม่สง่างาม เพราะตกเป็นผู้ถูกร้องเอาผิดที่ศาลสูง ไม่เหมาะสมที่จะเป็นนายกฯ ได้อีกต่อไป จึงต้องยื่นซักฟอก แล้วหันดาบ พุ่งแทงอนุทินกลางสภาฯ โดยใช้คดีฮั้ว สว.เป็นธงหลักในการซักฟอก
2 เรื่องหนักๆ ของ กกต.ในเดือนสิงหาคม คือการสู้คดีบัตรเลือกตั้งและปิดคดีฮั้ว สว.จึงเป็น 2 เรื่องที่มีเดิมพันการเมืองทั้งต่อ กกต.และรัฐบาลอนุทินในระดับแรงสั่นสะเทือนสูง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
หมากของไทยในสมรภูมิมหาอำนาจ กระแสต้าน'สหรัฐ-จีน'ยังเชี่ยวกราก
ในสถานการณ์ที่รัฐบาลยังต้องเจอ “วิบากกรรม” จากผลพวงของโมเดลสร้างความเข้มแข็งให้องค์ประกอบทางการเมือง “ขั้วสีน้ำเงิน” จึงต้องเร่ง “ทำงาน” อย่างเต็มสูบ เพื่อใช้ผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์
ขอบคุณ 'แสวง' ต่อจิ๊กซอว์ 8.6 แสน ฉายภาพชัดยกคำร้อง สส.อำนาจเจริญ
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "ขอบคุณแสวง" โดยระบุว่า
รัฐบาลสอบโกงท้องถิ่น จบแบบคาใจ จี้ลากคอ'บิ๊กการเมือง'สยบข้อครหา
วิกฤตการณ์ทุจริตการสอบแข่งขันพนักงานและข้าราชการส่วนท้องถิ่นครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งพบผู้กระทำผิดในการแก้ไขคะแนนสอบสูงถึง 5,925 คน จนนำไปสู่กระบวนการเพิกถอนผู้ที่ถูกบรรจุเข้ารับราชการ กำลังกลายเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดของรัฐบาล ว่าจะสามารถกวาดล้างโครงข่ายนี้ ให้สิ้นซากได้จริง หรือสุดท้ายจะเป็นเพียงแค่การลูบหน้าปะจมูก
มติ กกต. 5 ต่อ 2 'แสวง' ผ่านประเมิน นั่งเลขาฯ ต่อถึง มี.ค.70
ที่ประชุม กกต.ลงมติ 5 ต่อ 2 ให้ “แสวง บุญมี” ผ่านประเมินผลงานปีงบประมาณ 2568
ยกระดับ“ล้อมคอก”อาวุธปืน “บิ๊กต่าย”ประมืองานร้อน"ทิ้งทวน"
เพียงสัปดาห์เดียวเกิดเหตุสลดถึง 2 เคส ที่สังคมไทยต้องนำมาถอดบทเรียนอีกครั้ง ศุกร์ที่ 7 ส.ค. “เหตุกราดยิง” ภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี นักเรียนชาย ม.3 พกอาวุธปืนขนาด 9 มม.มาจากบ้าน พร้อมกระสุน 98 นัด ก่อเหตุที่ไม่มีใครคาดคิด เดินลั่นไกใส่ครู-นักเรียน ไม่ต่างกับในเกมหรือภาพยนตร์
วิ่งหัวชนกำแพง อภิสิทธิ์ชน 'พรรคส้ม'รอมหาชนทุบเอง
กลายเป็นชนวนร้อนสั่นสะเทือนไปทั้งสภาฯ และโซเชียลมีเดีย เมื่อสงครามวาทกรรม “วิ่งหัวชนกำแพง” ถูกจุดพลุขึ้นโดย “ไหม” น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แห่งค่าย พรรคส้ม ที่ออกมาเปิดใจสะท้อนสภาวะถดถอยและความกดดันของการสู้กับระบบ

