รัฐบาลวอชิงตันได้กำหนดมาตรการคว่ำบาตรต่อโทโมโกะ อากาเนะ ประธานศาลอาญาระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ต่อต้านองค์กรที่โดนัลด์ ทรัมป์กล่าวหาว่าถูกแทรกแซงทางการเมือง

ผู้พิพากษาโทโมโกะ อากาเนะ ชาวญี่ปุ่นซึ่งดำรงตำแหน่งประธานศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือไอซีซี (Photo by Kazuhiro NOGI / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพุธที่ 19 สิงหาคม 2569 กล่าวว่า สหรัฐอเมริกาได้กำหนดมาตรการคว่ำบาตรต่อโทโมโกะ อากาเนะ ประธานศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือไอซีซี (ICC) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ต่อต้านองค์กรที่โดนัลด์ ทรัมป์กล่าวหาว่าถูกแทรกแซงทางการเมือง
รัฐบาลวอชิงตันยังได้กำหนดมาตรการคว่ำบาตรต่ออับดูลาเย เซเย ทนายความอาวุโสชาวเซเนกัลของศาลอาญาระหว่างประเทศ ในการโจมตีครั้งล่าสุดของสหรัฐฯต่อศาลที่ตั้งอยู่ในกรุงเฮก
"บุคคลเหล่านี้มีส่วนร่วมโดยตรงในความพยายามของศาลอาญาระหว่างประเทศ ในการสืบสวน, จับกุม, ควบคุมตัว หรือวิพากษ์วิจารณ์เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลที่ไม่ยินยอมให้ศาลอาญาระหว่างประเทศมีอำนาจพิจารณาคดี" มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวในแถลงการณ์
แถลงการณ์ระบุเพิ่มเติมว่า "รัฐบาลทรัมป์ได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า ศาลอาญาระหว่างประเทศเป็นศาลเหนือชาติที่ทุจริตและถูกแทรกแซงทางการเมืองอย่างร้ายแรง อีกทั้งยังได้ใช้อำนาจในทางที่ผิดและเกินขอบเขตอำนาจหน้าที่อย่างมุ่งร้าย ซึ่งเราจะไม่มีวันยอมให้ศาลแห่งนี้โจมตีอธิปไตยของอเมริกา"
ศาลอาญาระหว่างประเทศออกมาตอบโต้ความเคลื่อนไหวนี้ทันที โดยกล่าวว่ามาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ เป็นการบ่อนทำลายหลักนิติธรรม
"เมื่อผู้ทำหน้าที่ทางตุลาการถูกคุกคามจากการบังคับใช้กฎหมาย ระบบกฎหมายระหว่างประเทศเองก็ตกอยู่ในความเสี่ยง" ศาลฯระบุในแถลงการณ์
ศาลอาญาระหว่างประเทศก่อตั้งขึ้นในปี 2002 และดำเนินคดีกับบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าก่ออาชญากรรมร้ายแรงที่สุด รวมทั้งทำหน้าที่เป็นทางเลือกสุดท้ายเมื่อประเทศต่างๆ ไม่มีระบบกฎหมายที่เพียงพอที่จะรับประกันความรับผิดชอบ
สหรัฐอเมริกาซึ่งไม่ได้เป็นภาคีของสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่จัดตั้งศาลอาญาระหว่างประเทศ ได้กำหนดมาตรการคว่ำบาตรต่อเจ้าหน้าที่ของศาลฯมาหลายคนแล้ว
มาตรการดังกล่าวห้ามไม่ให้พวกเขาเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกาและทำธุรกรรมในระบบการเงินของสหรัฐฯ
นี่เป็นการตอบโต้ต่อการสอบสวนของศาลอาญาระหว่างประเทศที่มุ่งเป้าไปที่อิสราเอลซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ
ในปี 2024 ศาลได้ออกหมายจับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ด้วยข้อหาเกี่ยวข้องกับสงครามในฉนวนกาซา
เมื่อเดือนที่แล้ว รัฐบาลวอชิงตันได้เปิดฉากการทูตครั้งใหญ่ต่อศาลฯ โดยกล่าวหาว่าศาลฯคุกคามชาวอเมริกัน และเรียกร้องให้ประเทศพันธมิตรถอนตัวออกจากองค์กรดังกล่าว ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่ชาดและเวเนซุเอลาประกาศไปแล้ว หลังจากทั้งสองประเทศได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯเมื่อไม่นานมานี้
ศาลอาญาระหว่างประเทศแสดงความกังวลต่อการถอนตัวเหล่านั้น โดยยืนยันว่าประเทศเหล่านั้นอาจบ่อนทำลายการแสวงหาความยุติธรรมร่วมกัน
ทั้งนี้ สหรัฐฯ ลงนามในธรรมนูญกรุงโรมเพื่อจัดตั้งศาลอาญาระหว่างประเทศ แต่ไม่เคยให้สัตยาบันสนธิสัญญาดังกล่าว ขณะที่อิสราเอลและรัสเซียก็ไม่ได้เป็นสมาชิกของศาลฯเช่นกัน
สัปดาห์ที่แล้ว กลุ่มสิทธิมนุษยชน 4 กลุ่มได้ฟ้องร้องประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ในศาลนิวยอร์ก เกี่ยวกับการคว่ำบาตรที่เขาใช้กับศาลอาญาระหว่างประเทศ โดยร้องเรียนว่ามาตรการดังกล่าวเป็นการขัดขวางไม่ให้เหยื่อของอาชญากรรมสงครามมีช่องทางในการแสวงหาความยุติธรรมได้
ในปี 2023 ศาลอาญาระหว่างประเทศได้ออกหมายจับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ในข้อหาเกี่ยวข้องกับสงครามยูเครน ทำให้รัฐบาลมอสโกตอบโต้ด้วยการออกหมายจับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของศาลฯด้วยเช่นกัน.

