อิหร่านโจมตีตะวันออกกลางตอบโต้สหรัฐฯ ไม่สนคำขู่ทรัมป์

อิหร่านโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯ รอบตะวันออกกลางเ และประกาศว่าจะตอบโต้ด้วยมาตรการรุนแรง หากสหรัฐฯ โจมตีพวกเขาอีกครั้งตามคำขู่ของโดนัลด์ ทรัมป์

(ภาพประกอบ) โดรนลำหนึ่งของอิหร่านถูกปล่อยจากสถานที่ที่ไม่เปิดเผย โดยมุ่งเป้าหมายของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง (Photo by SEPAHNEWS.COM / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพุธที่ 2 กันยายน 2569 ระบุว่า การแลกเปลี่ยนการโจมตีรอบใหม่เริ่มขึ้นแล้วเมื่ออิหร่านส่งอาวุธไปทำลายผลประโยชน์ของสหรัฐฯ รอบตะวันออกกลาง และประกาศว่าจะตอบโต้ด้วยมาตรการรุนแรง หากสหรัฐฯ โจมตีสาธารณรัฐอิสลามอีกครั้ง

การโจมตีครั้งล่าสุดเหนือช่องแคบฮอร์มุซได้ขยายวงกว้างไปยังฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค และดึงพันธมิตรของวอชิงตันในอ่าวเปอร์เซียเข้าสู่ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมาหกเดือน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยเตือนก่อนหน้านี้ว่าจะมีการโจมตีรุนแรงและหนักหน่วงกว่ามาก หากอิหร่านตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ ซึ่งสื่อของอิหร่านระบุว่ามีผู้เสียชีวิต 11 รายในภาคใต้และตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ

กองกำลังเตหะรานระบุว่าพวกเขาได้ยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ 2 แห่งในจอร์แดน เพื่อเอาคืนอย่างทันควัน

กองทัพจอร์แดนได้สกัดกั้นขีปนาวุธ 10 ลูกที่ยิงมาจากอิหร่าน และไม่ได้ยืนยันว่ามีผู้บาดเจ็บหรือถูกโจมตีแต่อย่างใด ขณะที่อีก 3 ลูกตกลงในพื้นที่ห่างไกล

มีรายงานการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนในคูเวตเช่นกัน โดยกองทัพคูเวตระบุว่าเป็นการกระทำที่เป็นปรปักษ์ของอิหร่าน และผู้สื่อข่าวในบาห์เรนได้ยินเสียงสัญญาณเตือนภัยทางอากาศดังขึ้นในช่วงเช้าวันพุธ

กองทัพอิหร่านระบุว่าพวกเขาโจมตีด้วยโดรนโดยมีเป้าหมายคือกองกำลังสหรัฐฯ ที่ฐานทัพอากาศในบาห์เรนซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของวอชิงตันในอ่าวเปอร์เซีย

ในเขตปกครองตนเองเคอร์ดิสถานของอิรัก กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านได้โจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ด้วยขีปนาวุธและโดรน เพื่อทำลายศูนย์ซ่อมบำรุง, คลังสินค้า และอุปกรณ์ต่างๆ

ความขัดแย้งรอบล่าสุดเริ่มต้นขึ้นเมื่อกองกำลังสหรัฐฯโจมตีเป้าหมายในอิหร่านเมื่อวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นการโจมตีครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ หลังจากนั้นกองกำลังของเตหะรานได้โจมตีทหารสหรัฐฯ ในจอร์แดนและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และมีการยิงขีปนาวุธใส่เรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำโดยไม่มีผู้ใดอ้างความรับผิดชอบ

การโจมตีของสหรัฐฯ เกิดขึ้นอีกครั้งในวันอังคาร โดยสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่าเกิดระเบิดในภาคใต้ของประเทศตามแนวช่องแคบฮอร์มุซและบนเกาะแห่งหนึ่งในอ่าวเปอร์เซีย และกองกำลังสหรัฐฯ ได้โจมตีสนามบินในจังหวัดเคอร์มานทางตอนใต้

สำนักข่าว IRNA รายงานว่า "ขีปนาวุธ 4 ลูกตกในพื้นที่ภายในเขตชาบาฮาร์และโคนารัก" โดยไม่ได้ระบุว่ามีความเสียหายใดๆ หรือไม่ แต่รายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 7 รายและบาดเจ็บอีก 8 คนจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธในจังหวัดคูเซสถานทางตอนใต้

ก่อนหน้านี้ สภาเสี้ยววงเดือนแดงของอิหร่านกล่าวว่าสะเก็ดระเบิดจากขีปนาวุธของสหรัฐฯ คร่าชีวิตผู้คน 4 ราย รวมถึงเด็ก 1 ราย และทำให้มีผู้บาดเจ็บมากกว่า 50 คนระหว่างงานแต่งงานแห่งหนึ่งในเมืองคูเฮสตัก จังหวัดฮอร์โมซกัน

แต่กองทัพสหรัฐฯ ไม่ได้ออกมายอมรับหรือปฏิเสธโดยตรง

ทิม ฮอว์กินส์ โฆษกของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) กล่าวแค่เพียงว่า กองทัพสหรัฐฯ ไม่เคยโจมตีพลเรือน

โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวย้ำคำของตนเองว่า "การโจมตีครั้งใหญ่และรุนแรงนั้นจะเป็นการตอบโต้ความพยายามที่ล้มเหลวของอิหร่านในการวางทุ่นระเบิดในช่องแคบ รวมถึงการที่อิหร่านยิงขีปนาวุธ 8 ลูกซึ่งถูกสกัดกั้นได้สำเร็จทั้งหมด ที่ฐานทัพทหารของเราในจอร์แดน"

ฮอสเซน โมเฮบี โฆษกของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน เตือนว่า รัฐบาลวอชิงตันจะต้องเสียใจกับการโจมตีครั้งใหม่ เพราะการลงโทษอย่างรุนแรงกำลังรอคอยผู้รุกรานอยู่

ขณะที่อิบราฮิม โซลฟาการี โฆษกของกองบัญชาการทหารคาตาม-อัล อันบิยาห์ ของอิหร่าน ประกาศเตือนเช่นกันว่า "ประเทศใดก็ตามที่ร่วมมือกับกองทัพอเมริกันที่ก้าวร้าว จะต้องเผชิญกับการตอบโต้ที่รุนแรง, กว้างขวาง และทำลายล้างมากขึ้น"

หลังจากสงครามยืดเยื้อมา 6 เดือน คู่ขัดแย้งยังคงตกอยู่ในภาวะชะงักงัน โดยอิหร่านยังคงปิดช่องแคบฮอร์มุซ ในขณะที่สหรัฐฯ ยังคงใช้มาตรการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านเพื่อตอบโต้

รัฐบาลวอชิงตันระบุว่ากองกำลังของตนได้โจมตีฐานยิงจรวดของอิหร่านบนเกาะลารัคเมื่อวันอาทิตย์ เพื่อป้องกันไม่ให้กองกำลังเตหะรานวางทุ่นระเบิดในเส้นทางเดินเรือสำคัญของช่องแคบ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เตือนผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social เมื่อวันอังคารว่า หากอิหร่านตอบโต้ พวกเขาจะถูกโจมตีอีกครั้งในระดับที่รุนแรงและหนักหน่วงกว่ามาก แต่จะไม่ใช่การโจมตีครั้งใหญ่ที่สุด

"สิ่งนั้นกำลังรออยู่เบื้องหลัง และเมื่อมันจบลงแล้ว สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะเหลืออะไรอยู่ไม่มากนัก!" ผู้นำสหรัฐระบุ

นอกจากนี้ เขายังกล่าวว่าเขาไม่ได้พยายามบีบบังคับอิหร่านให้มาเจรจา และไม่สนใจเลยว่าอิหร่านจะลงนามในข้อตกลงหรือไม่ แถมยังทิ้งท้ายด้วยว่า "เมื่อไหร่ประชาชนชาวอิหร่านจะลุกขึ้นต่อสู้"

บริษัท Marisks ซึ่งเป็นบริษัทบริหารความเสี่ยงทางทะเลของกรีก กล่าวเมื่อวันอังคารว่า เรือบรรทุกน้ำมันดิบ 2 ลำถูกโจมตีด้วยวัตถุไม่ทราบชนิดเมื่อช่วงดึกของวันก่อนหน้า

หน่วยงานปฏิบัติการการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักรได้บันทึกเหตุการณ์หนึ่งไว้ โดยระบุว่าไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

แม้กำลังติดอยู่ในภาวะชะงักงันทางการทูต ประธานาธิบดีอิหร่านก็ให้คำมั่นเมื่อวันอังคารว่าจะตอบโต้การกระทำใดๆ ของสหรัฐฯ ที่พยายามบีบบังคับให้พวกเขากลับไปสู่ข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม

เขายังเตือนด้วยว่า การที่สหรัฐฯ กลับไปใช้นโยบายกดดันและข่มขู่ อาจทำให้เส้นทางการทูตต้องหยุดชะงักอย่างถาวร.

เพิ่มเพื่อน