สหรัฐอเมริกาบรรลุข้อตกลงกับเดนมาร์กเพื่อให้รัฐบาลวอชิงตันดำเนินการควบคุมอย่างถาวรเหนือความมั่นคงของกรีนแลนด์ ซึ่งจะช่วยหยุดยั้งไม่ให้รัสเซียและจีนสามารถตั้งฐานทัพในดินแดนอาร์กติกได้

(ภาพประกอบ) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา และนายกรัฐมนตรีเมตเต เฟรเดอริกเซน ของเดนมาร์ก (Photo by ANDREW CABALLERO-REYNOLDS and Odd ANDERSEN / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2569 ระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อวดผลงานล่าสุดสำหรับการบรรลุข้อตกลงกับเดนมาร์กเพื่อให้สหรัฐอเมริกาดำเนินการควบคุมความมั่นคงของกรีนแลนด์อย่างถาวร ซึ่งจะเป็นการหยุดยั้งไม่ให้รัสเซียและจีนสามารถตั้งฐานทัพในดินแดนอาร์กติกแห่งนี้ได้ในอนาคต
นับตั้งแต่กลับเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในทำเนียบขาวเมื่อเดือนมกราคม 2025 ทรัมป์ได้ยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่ารัฐบาลวอชิงตันจำเป็นต้องควบคุมกรีนแลนด์ด้วยเหตุผลทางยุทธศาสตร์ จนสร้างความวิตกกังวลให้กับเดนมาร์กซึ่งเป็นพันธมิตรนาโต และก่อให้เกิดการต่อต้านอย่างรุนแรงจากพันธมิตรรายอื่นๆในกลุ่ม
เดนมาร์กและกรีนแลนด์ซึ่งเป็นดินแดนปกครองตนเองที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลโคเปนเฮเกน ต่างก็ยินดีกับข้อตกลงนี้ และกล่าวว่าจะลงนามในข้อตกลงดังกล่าวระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่นิวยอร์กในสัปดาห์หน้า
"ผมยินดีที่จะประกาศว่าสหรัฐอเมริกาได้ลงนามในข้อตกลงกับราชอาณาจักรเดนมาร์กและกรีนแลนด์ ซึ่งจะทำให้สหรัฐอเมริกามีอำนาจควบคุมถาวรเหนือความมั่นคงและสิ่งจำเป็นอื่นๆ ทั้งหมดในกรีนแลนด์" ทรัมป์กล่าวผ่านเครือข่าย Truth Social
"นับจากนี้เป็นต้นไป ศัตรูของสหรัฐฯ จะไม่สามารถมีฐานทัพในกรีนแลนด์, มีกำลังทหารในกรีนแลนด์ หรือทำการลงทุนที่สำคัญในกรีนแลนด์ได้อีกต่อไป โดยไม่ได้รับการอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรจากเรา" ทรัมป์กล่าวเสริม
ผู้นำสหรัฐฯวัย 80 ปีระบุว่า นี่คือข้อตกลงชั่วชีวิต, ไม่มีวันสิ้นสุด และรัฐบาลของเขาจะเริ่มสร้างกำลังทหารขนาดใหญ่ในดินแดนดังกล่าวทันที
ทรัมป์ได้เตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่าเกี่ยวกับการที่รัสเซียและจีนพยายามเข้ามาตั้งฐานที่มั่นในกรีนแลนด์ ท่ามกลางการต่อสู้เชิงยุทธศาสตร์เพื่อความเป็นใหญ่ในแถบอาร์กติกที่กำลังร้อนแรงขึ้น และกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ก็ได้ยืนยันอย่างชัดเจนว่าจะไม่ยอมให้ทั้งสองประเทศดังกล่าวทำเช่นนั้น
เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า "ข้อตกลงนี้รับประกันว่าจีนและรัสเซียจะไม่สามารถมีฐานทัพในกรีนแลนด์, ไม่สามารถส่งกองกำลังไปยังกรีนแลนด์ และต้องผ่านกลไกที่จำเป็นเพื่อป้องกันการลงทุนในภาคส่วนที่อ่อนไหว"
ในการประชุมเศรษฐกิจดาวอสเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทรัมป์ได้บรรลุข้อตกลงกับเลขาธิการนาโตเกี่ยวกับอนาคตของกรีนแลนด์ แต่เงื่อนไขของข้อตกลงยังคงคลุมเครือ
นายกรัฐมนตรีเมตเต เฟรเดอริกเซน ของเดนมาร์ก กล่าวว่า เธอมองโลกในแง่ดีต่อการเจรจาที่กำลังดำเนินอยู่กับสหรัฐฯ และกรีนแลนด์ตั้งแต่เดือนมกราคมว่าจะสามารถแก้ไขข้อพิพาทได้ รวมทั้งยินดีสำหรับโอกาสที่จะบรรลุข้อตกลงที่ดีเพื่อกรีนแลนด์, ราชอาณาจักรเดนมาร์ก และสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะเป็นผลดีต่อนาโตและยุโรปด้วยเช่นกัน
ขณะที่นายกรัฐมนตรีเยนส์-เฟรเดอริก นีลเซน ของกรีนแลนด์ กล่าวว่าข้อตกลงกับสหรัฐอเมริกาจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงของดินแดนแห่งนี้
ทรัมป์ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการทำงานของข้อตกลง และยังไม่ชัดเจนว่าข้อตกลงนี้เชื่อมโยงหรือแตกต่างจากข้อตกลงกับเลขาธิการนาโตหรือไม่
แต่สื่อหลายแห่งรายงานว่าสหรัฐอเมริกาต้องการเปิดฐานทัพทหารใหม่ 3 แห่งในกรีนแลนด์ตอนใต้ นอกเหนือจากฐานทัพที่มีอยู่แล้วทางตอนเหนือของดินแดน
ทั้งนี้ สนธิสัญญาป้องกันประเทศปี 1951 ซึ่งได้รับการปรับปรุงในปี 2004 อนุญาตให้รัฐบาลวอชิงตันเพิ่มการประจำการทหารและฐานทัพบนเกาะได้ หากแจ้งให้เดนมาร์กและกรีนแลนด์ทราบล่วงหน้า
ในช่วงวิกฤตก่อนหน้า ทรัมป์ไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ที่จะใช้กำลังเข้ายึดครองดินแดนที่มีประชากร 57,000 คนแห่งนี้ จนสร้างความวิตกกังวลภายในสหภาพยุโรปและองค์การนาโต
นับตั้งแต่นั้นมา ความตึงเครียดได้ทุเลาลงบ้าง และในความเคลื่อนไหวที่เห็นได้ชัดเพื่อเอาใจทรัมป์ นาโตได้ใช้จ่ายงบในการเริ่มภารกิจใหม่เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในแถบอาร์กติก.

