ผู้ใช้แรงงานหลายพันคนประท้วงหยุดงานทั่วฝรั่งเศส และออกมารวมตัวเดินขบวนต่อต้านภาวะค่าครองชีพสูง ถือเป็นการยกระดับครั้งใหม่ต่อเนื่องการประท้วงบนท้องถนนตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาหยุดยั้งสถานการณ์ความรุนแรงและการทำลายทรัพย์สินในบางเมือง

ผู้ประท้วงโบกธงชาติฝรั่งเศสและถือป้ายพร้อมข้อความมากมายระหว่างการเดินขบวนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวันแห่งการเคลื่อนไหวทั่วประเทศ โดยสหภาพแรงงานจัดการประท้วงหยุดงานควบคู่ไปกับการชุมนุมที่นำโดยนักเรียน ในเมืองลีลล์ ทางตอนเหนือของฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน (Photo by Sameer AL-DOUMY / AFP)

ปฏิบัติการฉีดน้ำแรงดันสูงของตำรวจ ระหว่างการชุมนุมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวันแห่งการประท้วงทั่วประเทศ ในเมืองลีลล์ ทางตอนเหนือของฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน (Photo by Sameer AL-DOUMY / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ระบุว่า เกิดการประท้วงครั้งใหม่ทั่วฝรั่งเศสโดยกลุ่มผู้ใช้แรงงานหลายพันคนที่ผละงานและออกมารวมตัวเดินขบวนต่อต้านภาวะค่าครองชีพสูง
กระทรวงมหาดไทยระบุว่า เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. ประชาชนประมาณ 600,000 คนซึ่งประกอบไปด้วยนักเรียน, ครู, นักเคลื่อนไหวกลุ่มเสื้อเหลือง, เกษตรกร และผู้ใช้แรงงานอื่นๆ ได้ออกมารวมตัวประท้วงภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้น ในเมืองหลวงปารีสและเมืองอื่นๆทั่วประเทศ
การประท้วงครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ประเทศขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสองของยูโรโซนกำลังดิ้นรนเพื่อแก้ไขปัญหาการเงิน ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ในอีก 6 เดือนข้างหน้าซึ่งปัจจุบันพรรคขวาจัดมีคะแนนนำในผลสำรวจความคิดเห็น
การเคลื่อนไหวของนักเรียนมัธยมปลายที่เริ่มต้นจากการประท้วงเรื่องสภาพการเรียนการสอน ได้เกิดขึ้นพร้อมกับความโกรธแค้นอย่างกว้างขวางต่อค่าครองชีพที่สูงขึ้นและความเหลื่อมล้ำซึ่งถึงจุดสูงสุดเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ในเหตุการณ์จลาจลที่รุนแรงที่สุดของฝรั่งเศสในรอบหลายปี
ขณะที่สหภาพแรงงานเรียกร้องให้มีการขึ้นค่าแรงทั่วประเทศ, การปฏิรูปภาษี และร้องเรียนการทำหน้าที่ของตำรวจในการใช้ความรุนแรงต่อกลุ่มผู้ประท้วง
แม้ว่าการเดินขบวนส่วนใหญ่จะเป็นไปอย่างสงบ แต่ก็เกิดการปะทะกันระหว่างผู้ประท้วงและตำรวจในบางเมือง เช่น เมืองลียงซึ่งมีรถยนต์อย่างน้อย 1 คันถูกเผาและมีการยิงแก๊สน้ำตา
ในกรุงปารีส หอไอเฟลและประตูชัยซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยว ถูกปิดให้บริการในวันนี้
มีรายงานว่าตำรวจใช้แก๊สน้ำตาเพื่อพยายามป้องกันไม่ให้นักเรียนปิดกั้นทางเข้าโรงเรียนมัธยมปลาย 'Helene-Boucher' ทางตะวันออกของเมือง
ทั้งนี้ นักเรียนมัธยมปลายรวมตัวประท้วงในหลายเมือง โดยรัฐบาลรายงานว่ามีการปิดกั้นโรงเรียน 81 แห่งจากทั้งหมด 3,700 แห่งทั่วประเทศ
สมาคมนักเรียนมัธยมปลายระบุว่ามีการระงับการเรียนการสอนในโรงเรียนมัธยมปลาย 1,000 แห่ง
ครูประมาณ 16% ทั่วประเทศหยุดงานประท้วง ตามรายงานของกระทรวงศึกษาธิการ
สหภาพแรงงานด้านการศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชนเรียกร้องให้มีการหยุดงานประท้วง เช่นเดียวกับสหภาพแรงงานที่เป็นตัวแทนของพนักงานรถไฟ, โรงพยาบาลของรัฐ และบริการไปรษณีย์
ก่อนหน้านี้ ลอรองต์ นูเนซ รัฐมนตรีมหาดไทยประกาศว่าจะส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจและกำลังรักษาความปลอดภัย 70,000 นายไปประจำการทั่วประเทศ พร้อมให้คำมั่นว่าจะตอบโต้อย่างเด็ดขาดต่อการกระทำรุนแรงหรือความไม่สงบใดๆ
สถานการณ์โดยทั่วไปถือว่าการประท้วงส่วนใหญ่เป็นไปอย่างสงบ แต่บางส่วนก็แตกกระจายกลายเป็นการปะทะกับตำรวจ ซึ่งได้ใช้แก๊สน้ำตาและปืนฉีดน้ำแรงดันสูง
การตอบโต้ของตำรวจถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ารุนแรงเกินไป และมีการสอบสวนภายในของหน่วยงานฯ เกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องความโหดร้ายซึ่งเป็นเหตุให้ผู้ประท้วงวัยรุ่นหลายคนได้รับบาดเจ็บสาหัส และมีผู้ถูกจับกุมหลายพันคน
การประท้วงที่คล้ายกันนี้ได้ปะทุขึ้นในประเทศอื่นๆ ของยุโรปเช่นกันในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ดร.ศาสดา' ชำแหละฝรั่งเศสจากต้นแบบ 'รัฐชาติ' กลายเป็น 'รัฐ' ที่ไม่มีความเป็น "ชาติ"
ดร.ศาสดา วิริยานุพงศ์ (อาจารย์บอล) เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยการจัดการเพื่อการพัฒนา (Management For Development College

