กลุ่มผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่นำโดยซาอุดีอาระเบียและรัสเซีย เริ่มเจรจาประเด็นการเพิ่มผลผลิตน้ำมัน หลังจากสหภาพยุโรปเห็นชอบแบนการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย

(จากขวาไปซ้าย) เซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซีย, ชีค อับดุลลาห์ บิน ซาเยด อัล นาห์ยาน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี), อับดุลลาตีฟ บิน ราชิด อัลซายานี รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของบาห์เรน, เจ้าชายไฟซาล บิน ฟาฮัด ของซาอุดิอาระเบีย, ซาอิด บาร์ด อัล-บูไซดี ของโอมาน, โมฮัมเหม็ด บิน อับดุลราห์มัน อัล ทานี รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของกาตาร์, ชีค อะหมัด นัสเซอร์ อัล-โมฮัมเหม็ด อัล-ซาบาห์ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของคูเวต และนาเยฟ อัล-ฮาจราฟ เลขาธิการสภาความร่วมมือแห่งชาติอ่าวอาหรับ (จีซีซี) ถ่ายภาพร่วมกันระหว่างการประชุมสภาความร่วมมือแห่งชาติอ่าวอาหรับ ในกรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน (Photo by FAYEZ NURELDINE / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 มิถุนายน 2565 กล่าวว่า การประชุมขององค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน หรือ โอเปก ครั้งล่าสุดเมื่อวันพุธ ในประเด็นด้านการเพิ่มผลผลิตน้ำมัน หลังชาติพันธมิตรอย่างรัสเซียถูกสหภาพยุโรปแบนการนำเข้าน้ำมัน มีการคาดการณ์ว่าโอเปกจะเพิ่มผลผลิตน้ำมันครั้งละไม่มาก ตามสถานการณ์โลก เช่นเดียวกับนโยบายในครั้งก่อนที่ปฏิบัติมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปี 2564
ราคาน้ำมันโลกร่วงลงมากว่า 2% ในวันพฤหัสบดี ตามรายงานของสื่อไฟแนนเชียลไทมส์ ซึ่งระบุว่าซาอุดีอาระเบียกำลังพิจารณาแผนการเพิ่มกำลังการผลิต ทดแทนรัสเซียที่โดนคว่ำบาตรจากกรณีสงครามยูเครน
สมาชิก 13 ชาติของโอเปกซึ่งมีซาอุดีอาระเบียเป็นประธาน และ 10 ชาติพันธมิตรที่นำโดยรัสเซีย ได้ลดกำลังการผลิตลงอย่างมากในปี 2563 เนื่องจากอุปทานน้ำมันลดลงเพราะการระบาดของโคโรนาไวรัสและการล็อกดาวน์ในหลายพื้นที่ทั่วโลก
ตั้งแต่ปีที่แล้ว โอเปกได้เพิ่มกำลังการผลิตเพียงเล็กน้อยจนถึงระดับ 400,000 บาร์เรลต่อวัน ในแต่ละเดือน เพื่อลดแรงกดดันจากผู้บริโภครายใหญ่ รวมทั้งสหรัฐอเมริกา ที่ต้องการให้เพิ่มกำลังการผลิตมากกว่าเดิม และเป้าหมายในปัจจุบันคือการเพิ่มผลผลิตให้ถึง 432,000 บาร์เรลต่อวัน ในเดือนกรกฎาคม
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า “โอเปกมีแนวโน้มที่จะยึดติดกับแผนการเพิ่มการผลิตเดิมและคงไม่มีเซอร์ไพรส์ในการประชุมสัปดาห์นี้ แต่อาจมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงได้ในเดือนกันยายน”
ผู้นำสหภาพยุโรปเห็นพ้องต้องกันเมื่อวันจันทร์ที่จะแบนการนำเข้าน้ำมันของรัสเซียมากกว่า 2 ใน 3 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการคว่ำบาตรครั้งที่ 6 ต่อรัสเซียจากประเด็นการสู้รบในยูเครน
ชาติยักษ์ใหญ่อย่างอังกฤษ หยุดนำเข้าก๊าซจากรัสเซียไปแล้วและมีแผนจะยุติการนำเข้าน้ำมันของรัสเซียภายในสิ้นปี 2565 ด้านสหรัฐอเมริกาได้แบนน้ำมันและก๊าซของรัสเซีย หลังจากรัสเซียบุกโจมตียูเครนเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์
การรุกรานยูเครนของรัสเซียทำให้ความกังวลเรื่องอุปทานน้ำมันรุนแรงขึ้นทั่วโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีนี้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สเปน คุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันต้องสงสัยว่าเป็นกองเรือเงาของรัสเซีย ไปยังท่าเรือโมร็อกโก
ทางการสเปนระบุว่า กำลังคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งเชื่อว่าเป็นของกองเรือเงาของรัสเซีย ที่ประสบปัญหาเครื่องยนต์ขัดข้อง
รัสเซียอันตรายเกลื่อนภูเก็ต ตร.รวบยกแก๊งคอลเซ็นเตอร์-บัญชีม้า
ตำรวจภูเก็ต จับกุมเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ขณะที่ตม.รวบหนุ่มชาวรัสเซีย ตามหมายจับบัญชีม้า
ทางการรัสเซียตีตราวงดนตรีพังก์ ‘Pussy Riot’ เป็นองค์กรหัวรุนแรง
ทางการรัสเซีย จัดให้วงดนตรีพังก์เฟมินิสต์ Pussy Riot เป็น “กลุ่มหัวรุนแรง” ศาลในกรุงมอสโกประกาศเมื่อกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมาว่า ได้อนุมัติคำร้องจากสำนักงานอัยการให้ “รับรองวงดนตรีพังก์ Pussy Riot ว่าเป็นองค์กรหัวรุนแรง และห้ามดำเนินกิจกรรมใด ๆ ในดินแดนของสหพันธรัฐรัสเซีย” ซึ่งหมายความว่าการติดต่อใด ๆ กับคนกลุ่มนี้ในรัสเซียถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย รวมถึงการ “กดไลก์” ในโซเชียลมีเดียด้วย
มอสโกเดือดที่เคียฟสั่งโจมตีที่พำนักของปูติน แต่เซเลนสกีปัดว่าเป็นเรื่องโกหก
รัสเซียกล่าวหาเคียฟว่าใช้โดรนโจมตีที่พำนักของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน หนึ่งวันหลังจากที่ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีพบกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
รัสเซียพร้อมหนุนเวเนซุเอลาอย่างไม่มีเงื่อนไข ในความขัดแย้งกับสหรัฐฯ
ท่ามกลางความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และเวเนซุเอลา มอสโกได้ให้คำมั่นว่าจะสนับสนุนการากัสอย่างไม่มีเงื่อนไข คำประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์โดยรัฐบาลของทั้งสองประเทศ หลังจากการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่าง เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ-รัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซีย และอีวาน กิล-รัฐมนตรีต่างประเทศของเวเนซุเอลา
รัสเซีย เตรียมพร้อมลากยาวสงครามอีกปี
ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ตีความคำแถลงล่าสุดของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ว่าเป็นหลักฐานแสดงถึงความเต็มใจที่จะทำสงครามในยูเค

