ศรีลังกาเปิดตัวหอคอยรูปดอกบัว สร้างด้วยทุนจีน

หอคอยรูปดอกบัวสีเขียวและม่วงขนาดใหญ่ในศรีลังกาซึ่งได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากจีน เตรียมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการสัปดาห์นี้

แฟ้มภาพ หอคอยรูปดอกบัวตั้งตระหง่านกลางกรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา (Photo by Ishara S. KODIKARA / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันจันทร์ที่ 12 กันยายน 2565 กล่าวว่า หอคอยสื่อสารรูปดอกบัวสูง 350 เมตร ซึ่งตั้งตระหง่านและสามารถมองเห็นได้จากทั่วทุกมุมของกรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา เตรียมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้วสัปดาห์นี้ หลังใช้เวลาก่อสร้างกว่า 10 ปี

หอคอยดังกล่าวใช้งบประมาณในการสร้างกว่า 113 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4,100 ล้านบาท) และถูกกล่าวหาว่ามีการทุจริตคอร์รัปชันตั้งแต่เริ่มก่อสร้างในปี 2555 ภายใต้รัฐบาลอดีตประธานาธิบดีมหินทา ราชปักษา

หอคอยหลังนี้เป็นหนึ่งในโครงการ "ช้างเผือก" หลายโครงการที่สร้างขึ้นด้วยเงินกู้จากจีนภายใต้การบริหารรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีมหินทา ราชปักษา ซึ่งเป็นพี่ชายของโกตาบายา ราชปักษา อดีตประธานาธิบดีที่นำประเทศไปสู่วิกฤตหนักในปัจจุบัน

บริษัทโคลัมโบ โลตัส ทาวเวอร์ แมเนจเมนท์ ซึ่งเป็นบริษัทของรัฐกล่าวว่า พวกเขาตัดสินใจที่จะเปิดหอคอยดอกบัวแก่ผู้มาเยี่ยมชมตั้งแต่วันพฤหัสบดีเป็นต้นไป เพื่อให้มีรายรับจากการขายตั๋วและนำมาใช้บรรเทาภาวะขาดทุน

บริษัทฯวางแผนจะเปิดให้เช่าพื้นที่สำนักงานและร้านค้า ซึ่งรวมถึงร้านอาหารหมุนได้ด้านล่างหอคอยดังกล่าว ซึ่งจะสามารถมองเห็นทัศนียภาพของเมืองหลวงศรีลังกา รวมทั้งมหาสมุทรอินเดีย

เดิมทีหอคอยแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเป็นหอสื่อสารโดยได้แรงบันดาลใจจากหอวิทยุและโทรทัศน์กลางสูง 405 เมตร ในกรุงปักกิ่งของจีน ก่อนจะประสบปัญหาคอร์รัปชันและขาดสภาพคล่องจนเหลือสภาพเป็นแค่หอคอยอเนกประสงค์

ช่วงที่มหินทา ราชปักษาดำรงตำแหน่งประธานาธืบดี ตั้งแต่ปี 2548-2558 ศรีลังกาได้กู้ยืมเงินจำนวนมากจากประเทศจีนเพื่อก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานมากมายที่จบลงด้วยความล้มเหลว ซึ่งรวมถึงการสร้างท่าเรือน้ำลึกและส่งมอบให้รัฐบาลจีนในปี 2560 พร้อมทำสัญญาเช่าท่าเรือดังกล่าว 99 ปี

วิกฤตเศรษฐกิจของศรีลังกาในปัจจุบันส่วนหนึ่งเกิดจากหนี้สินที่กู้จากจีน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 10% ของหนี้ต่างประเทศกว่า 51,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ศรีลังกาผิดนัดชำระหนี้ต่างประเทศในเดือนเมษายน และเมื่อต้นเดือนสิงหาคม ไอเอ็มเอฟตกลงที่จะให้ความช่วยเหลือทางการเงินตามเงื่อนไขจำนวน 2,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำไปใช้ช่วยเหลือประชาชนในประเทศที่กำลังเผชิญภาวะยากลำบากจากการขาดแคลนไฟฟ้า, อาหาร และยารักษาโรค.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

หนุนภาครัฐ-เอกชนไทยเข้าไปลงทุนในศรีลังกา

นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ย้ำ “ประเทศไทยเปิดแล้ว” พร้อมรับการลงทุน เดินหน้า ส่งเสริมศักยภ

'ศิริกัญญา' ฟันธง ประชุม คกก.ดิจิทอลวอลเล็ต 15 ก.พ.นี้ ไม่มีอะไรคืบหน้า

'ศิริกัญญา' คาด ประชุม คกก.ดิจิทอลวอลเล็ต 15 ก.พ.นี้ ไม่มีอะไรคืบหน้า ชี้ แผนฝื้นฝู ศก.ของ รบ. ไม่ได้ช่วยกระตุ้น จวกทํางาน 6 เดือน ขับเคลื่อนล่าช้า-นโยบายสะเปะสะปะ

'ศิริกัญญา' รอบอร์ดดิจิทัลเคาะนิยาม 'วิกฤตเศรษฐกิจ' ยันใช้สภาขวางทุกวิถีทาง

'ศิริกัญญา' ชี้มัวรอดิจิทัลวอลเล็ตคลอด ทำโครงการอื่นสะดุด เสียโอกาสพยุงเศรษฐกิจ เชื่อรายงานป.ป.ช. สารตั้งต้นฟ้องศาล ยันก้าวไกลไม่ร้องแน่ ลั่นใช้วิธีการสภาฯ สกัดทุกวิถีทาง

‘เศรษฐา’ ปลื้มผลสำเร็จเยือนศรีลังกา เตรียมดันเอกชน-ปตท. ลงทุนพลังงานสะอาดข้ามชาติ

รัฐบาลนี้ได้ลงนามเป็นครั้งแรก ต้องขอบคุณกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการต่างประเทศที่ทำงานหนักในทุกมิติ  และการเดินทางเยือนศรีลังกา

นายกฯ กล่าวถ้อยแถลง สนับสนุนใช้ประโยชน์จาก FTA ไทย-ศรีลังกาอย่างเต็มที่

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถ้อยแถลงในงาน Sri Lanka – Thailand Business Networking โดยมีนายรานิล วิกรมสิงเห ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา เข้าร่วมงานด้วย

นายกฯ เข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ พร้อมประชุมเต็มคณะ ความร่วมมือไทย-ศรีลังกา

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ จากนั้นในเวลา 15.15 น. นายกรัฐมนตรีพบหารือแบบ Four Eyes กับนายรานิล วิกรมสิงเห (H.E. Mr. Ranil Wickremesinghe) ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา