กมลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ และผู้นำจากญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ และแคนาดา จัดประชุมพิเศษกรณีเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธไปตกในน่านน้ำญี่ปุ่น พร้อมให้คำมั่นร่วมกันว่าจะกดดันรัฐบาลคิมจองอึนให้ถึงที่สุด

(จากซ้ายไปขวา) นายกรัฐมนตรีแอนโธนี อัลบานีสของออสเตรเลีย, นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ของแคนาดา, นายกรัฐมนตรีฟูมิโอะ คิชิดะ ของญี่ปุ่น, รองประธานาธิบดีกมลา แฮร์ริส ของสหรัฐฯ, นายกรัฐมนตรีฮัน ด็อกซู ของเกาหลีใต้ และนายกรัฐมนตรีจาซินดา อาร์เดิร์น ของนิวซีแลนด์ ถ่ายภาพร่วมกันก่อนการหารือเร่งด่วนนัดพิเศษกรณีเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธพิสัยไกลครั้งล่าสุด ระหว่างการประชุมสุดยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) ที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน (Photo by Haiyun Jiang / POOL / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2565 กล่าวว่า สหรัฐอเมริกาและบรรดาชาติพันธมิตรอันได้แก่ ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ และแคนาดา จัดการหารือพิเศษระหว่างผู้นำเมื่อวันศุกร์ ภายหลังเกิดประเด็นที่เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีปล่าสุดไปตกในน่านน้ำของญี่ปุ่น
กมลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐฯที่เดินทางมาประชุมเอเปคที่ประเทศไทยแทนโจ ไบเดน ได้ใช้โอกาสนี้จัดประชุมกับชาติพันธมิตรเพื่อหารือประเด็นเกาหลีเหนืออย่างเร่งด่วน
"เราขอประณามการกระทำเหล่านี้อย่างจริงจัง และเราขอเรียกร้องให้เกาหลีเหนือหยุดการกระทำที่ผิดกฎหมายและเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของโลก ในนามของสหรัฐอเมริกา ดิฉันขอยืนยันอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นอันเหนียวแน่นของเราที่มีต่อพันธมิตรอินโด-แปซิฟิก" แฮร์ริสกล่าวในการแถลงข่าวก่อนเริ่มการประชุม
ความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จากการยิงขีปนาวุธบ่อยครั้งของเกาหลีเหนือ ซึ่งหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯเชื่อว่ากำลังเตรียมการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ครั้งที่ 7 ในอีกไม่นานนี้
ถ้อยแถลงของทำเนียบขาวเกี่ยวกับการเจรจาในประเทศไทย ระบุว่า ผู้นำทั้ง 6 ชาติส่งคำเตือนไปยังเกาหลีเหนือว่าจะตอบโต้คืนอย่างดุเดือดและเด็ดเดี่ยว หากเกาหลีเหนือดื้อดึงในการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์
"บรรดาผู้นำเห็นพ้องกันว่า เส้นทางสู่การเจรจายังคงเปิดกว้างสำหรับเกาหลีเหนือ และพวกเขาเรียกร้องให้เกาหลีเหนือละทิ้งการยั่วยุที่ไม่จำเป็น และกลับสู่การทูตที่จริงจังและยั่งยืน” ถ้อยแถลงระบุทิ้งท้าย
ที่ประชุมมีการอ้างถึงมหาอำนาจอย่างจีน โดยต้องการให้จีนปฏิบัติอย่างจริงจังในการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือตามมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และใช้อำนาจกับความสัมพันธ์ที่มีในการยับยั้งการดำเนินการพัฒนาอาวุธของเกาหลีเหนือ
มีรายงานข่าวจากทางเกาหลีเหนือว่า คิมจองอึนได้ประกาศจะดำเนินการตอบโต้ด้วยอาวุธนิวเคลียร์ หากเกิดภัยคุกคามใดๆต่อประเทศของตน ระหว่างสังเกตการณ์การยิงขีปนาวุธพิสัยไกลครั้งล่าสุด ซึ่งถูกระบุว่าเป็นขีปนาวุธฮวาซอง-17 (Hwasong-17) ที่ทรงประสิทธิภาพสูงสุดของเกาหลีเหนือ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กสม. แนะ กทม. ทบทวนโครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยา หวั่นกระทบมรดกทางวัฒนธรรม
กสม. แนะ กทม. ทบทวนโครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยาเขตบางพลัด จี้เปิดเผยข้อมูลและรับฟังความเห็นผู้ได้รับผลกระทบให้ครบถ้วน หลังประชาชนร้องเรียนไม่ทราบข้อมูล หวั่นกระทบมรดกทางวัฒนธรรม
อดีตนายกสภาทนาย ยกคำพิพากษาศาล ปค.สูงสุด กทม.ต้องร่วมรับผิด ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว
นายวิเชียร ชุบไธสง อดีตนายกสภาทนายความ กล่าวถึงกรณีเหตุเกิดเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าวเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 จนถึงขณะนี้ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตแล้วเกือบ 30 คน การที่เกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้ไม่ใช่โศกนาฏกรรมที่สลดสยองครั้งแรกของประเทศไทย แต่เคยเกิดมีขึ้นมาแล้วจากกรณีเพลิงไหม้พับดังย่านสุขุมวิท และหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังขาดมาตรการป้องกันและการ
กทม.ประกาศเลื่อนสอบบรรจุข้าราชการ
กทม. เลื่อนสอบบรรจุข้าราชการเป็นกลาง ก.ย. 69 พร้อมแจ้งความชัดเจนผู้จัดสอบ 15 ส.ค. นี้
กทม. ชวนคนใจบุญช่วยอุปการะแมว 17 ตัว รอดชีวิตเหตุไฟไหม้ย่านสำเหร่ สุดสลดแมวตายมากถึง 73 ตัว
กรุงเทพมหานคร ประกาศหาผู้อุปการะแมว 17 ตัว รอดชีวิตเหตุไฟไหม้บ้านย่านสำเหร่ ติดต่อได้ที่ บ้านน้องหมาน้องแมวประเวศ โทร 02-328-7460 หรือเฟซบุ๊ก BKK Adopter
กทม. สรุปผลสอบ เหตุ 'น้ำผุดกลางถนน' ย่านดินแดง
กรุงเทพมหานคร (กทม.) รายงานว่า สำนักงานเขตดินแดง สรุปผลการตรวจสอบกรณีฟองอากาศผุดบนผิวถนนประชาสงเคราะห์ เปิดการจราจรตามปกติแล้ว
กทม. เริ่มล้อมคอก! สั่งปิดผับบาร์ 3 แห่ง เป็นการชั่วคราว
กรุงเทพมหานครยกระดับมาตรการความปลอดภัยของสถานประกอบการ สถานบริการ และสถานประกอบการคล้ายสถานบริการทั่วกรุง ตามข้อสั่งการของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต บูรณาการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เปิดปฏิบัติการเชิงรุกตรวจเอกซเรย์อย่างเข้มงวด

