รัสเซียยิงขีปนาวุธ 70 ลูก ถล่มเคียฟ น้ำไม่ไหล ไฟฟ้าดับ โครงสร้างพื้นฐานเสียหาย

รัสเซียเปิดฉากยิงขีปนาวุธรอบใหม่ใส่กรุงเคียฟกว่า 70 ลูก เน้นโครงสร้างสาธารณูปโภคและพลังงาน ทำไฟฟ้าดับและน้ำไม่ไหล ท่ามกลางอุณหภูมิหนาวเย็นในยูเครน

รถยนต์และอาคารที่อยู่อาศัยในเขตชานเมืองของกรุงเคียฟ ได้รับความเสียหายหลังการโจมตีด้วยขีปนาวุธร่อนของกองกำลังรัสเซีย เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน (Photo by Genya SAVILOV / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน 2565 กล่าวว่า กองกำลังรัสเซียเปิดฉากโจมตีระลอกใหม่ใส่ยูเครนเมื่อวันพุธ โดยระดมยิงขีปนาวุธทั่วเมืองหลวง สร้างความเสียหายให้กับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ทำให้ไฟฟ้าดับทั่วประเทศ

"ศัตรูกำลังยิงขีปนาวุธโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในเคียฟ ขอให้ประชาชนอยู่แต่ในที่พักจนกว่าการแจ้งเตือนทางอากาศจะสิ้นสุดลง" ฝ่ายบริหารของกรุงเคียฟ กล่าวแจ้งเตือนประชาชนผ่านโซเชียลมีเดีย หลังจากสัญญาณเตือนภัยทางอากาศดังขึ้น

จากนั้นการระเบิดทั่วเมืองเริ่มเกิดขึ้น ก่อนทางการเคียฟจะเผยว่ากองกำลังรัสเซียโจมตีอาคารที่อยู่อาศัยของพลเรือนและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ซึ่งเป็นเหตุให้มีรายงานไฟฟ้าดับทางตอนเหนือและใจกลางเมืองหลวงของยูเครน

DTEK ผู้ดำเนินบริการพลังงานในกรุงเคียฟกล่าวว่า วิศวกรของหน่วยงานกำลังเร่งซ่อมแซมให้ไฟฟ้ากลับมาใช้ได้ตามปกติให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ยูเครนกำลังเข้าสู่ฤดูหนาวที่อุณหภูมิเริ่มลดลง การขาดแคลนไฟฟ้าเพื่อทำความร้อน จะส่งผลให้ผู้คนต้องทรมานกับความหนาวเย็น

การโจมตีของรัสเซียในกรุงเคียฟทำให้อาคารที่อยู่อาศัย 2 ชั้นแห่งหนึ่งได้รับความเสียหาย จนมีผู้เสียชีวิต 3 รายและบาดเจ็บ 6 คน ตามรายงานของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น

นอกจากไฟฟ้าแล้ว บริการน้ำประปาก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน รวมทั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 3 แห่งของยูเครน เพราะการโจมตีของรัสเซียพุ่งเป้าไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเป็นหลัก

การหยุดทำงานของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ยังส่งผลต่อเนื่องไปยังประเทศใกล้เคียงอย่างมอลโดวา ที่ต้องขาดแคลนไฟฟ้าไปด้วย เพราะใช้แหล่งพลังงานเดียวกัน

กองทัพยูเครนเผยว่า รัสเซียยิงขีปนาวุธร่อนประมาณ 70 ลูก โจมตีเป้าหมายทั่วประเทศ แต่ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถยิงสกัดไว้ได้ราว 51 ลูก.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ผู้นำเอเปก' เห็นพ้องสถานการณ์ยูเครน-รัสเซีย กระทบเศรษฐกิจทุกประเทศ

นายเชิดชาย ใช้ไววิทย์ อธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ แถลงข่าวภายหลังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการประชุมเอเปก และร่วมการประชุม ภายใต้หัวข้อ “การเจริญเติบโตที่สมดุล ครอบคลุม และยั่งยืน (Balanced, Inclusive and Sustainable Growth)