
ฮอนดูรัสเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ต้องการผูกสัมพันธไมตรีกับจีน และเป็นสัญญาณส่งถึงไต้หวันที่ยังเลือกข้างอยู่ฝ่ายสหรัฐอเมริกา ซึ่งนับวันจะสูญเสียอิทธิพลทางการเมืองในละตินอเมริกามากขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซิโอมารา คาสโตร-ประธานาธิบดีฝ่ายซ้ายของฮอนดูรัสทวีตข้อความ ความสัมพันธ์ระหว่างฮอนดูรัสและไต้หวันซึ่งมีมาตั้งแต่ปี 1965 กำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว เธอมอบหมายให้ เอดูอาร์โด เรอินา-รัฐมนตรีต่างประเทศเป็นผู้ริเริ่มกระบวนการสร้างความสัมพันธ์กับประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน “เรากำลังตามกระแสโลก แม้ว่าเราจะช้าไปแล้วก็ตาม” เรอินากล่าว ทำให้เชื่อได้ว่าความเคลื่อนไหวนี้จะนำการลงทุนและการค้าเข้าสู่ประเทศฮอนดูรัสมากขึ้น
เรอินาแสดงจุดยืนชัดเจนว่าฮอนดูรัสหมายความอย่างไร ไต้หวันเคยได้รับการร้องขอให้เพิ่มความช่วยเหลือทางการเงินประจำปีเป็นสองเท่าจาก 50 ล้านดอลลาร์ก่อนหน้านี้ พร้อมเจรจาหนี้ครั้งใหม่จำนวน 600 ล้านดอลลาร์ แต่ฮอนดูรัสกลับไม่ได้รับคำตอบที่น่าพอใจ การเปลี่ยนไปเลือกข้างจีนอาจทำให้ฮอนดูรัสรอดพ้นจากวิกฤตขาดแคลนพลังงานและหนี้สินต่างประเทศดีขึ้นได้ เรอินาชี้แจงว่า “เราต้องการเงินลงทุน ความร่วมมือจากต่างชาติ และแนวทางปฏิบัติ ไม่ใช่แค่อุดมการณ์อย่างเดียว”
จีนสามารถหยิบยื่นให้ได้ทุกอย่าง – บริษัท Sinohydro ก่อตั้งในฮอนดูรัสมานานหลายปีแล้ว มันเป็นบริษัทลูกของ Power Construction Corporation of China ซึ่งสร้างสถานีไฟฟ้าพลังน้ำ Patuca III มูลค่า 300 ล้านดอลลาร์และเพิ่งเปิดใช้ไปเมื่อปี 2021 ปีนี้การก่อสร้าง Patuca II มูลค่า 800 ล้านดอลลาร์กำลังจะเริ่มขึ้น ในขณะที่ไต้หวันให้การสนับสนุนเพียงแค่โครงการด้านเทคโนโลยีและการศึกษาที่แทบจับต้องอะไรไม่ได้มาโดยตลอด
นอกจากนั้น จีนยังเสนอเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการริเริ่มโครงสร้างพื้นฐาน ‘Belt and Road’ ตั้งแต่ปี 2014 นิการากัวได้วางแผนที่จะสร้างคลองร่วมกับพันธมิตรจีน เพื่อเป็นทางเลือกแทนคลองปานามา และนับตั้งแต่มีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2021 รัฐบาลเผด็จการของ ดาเนียล ออร์เตกา ก็ได้ดำเนินการข้อตกลงการค้ากับจีนเช่นกัน จุดมุ่งหมายของนิการากัวก็เพื่อลดการพึ่งพาสหรัฐอเมริกา
รัฐบาลไต้หวันเคยเตือนฮอนดูรัสว่าอย่า “ตกหลุมพรางของจีน” รัฐบาลปักกิ่งไม่เคยสนใจกับสวัสดิภาพของชาวฮอนดูรัส หากต้องการเพียงแค่ทำให้ไต้หวันอ่อนแอลง แต่ถึงอย่างนั้น ไต้หวันยังสูญเสียอำนาจและบทบาทในภูมิภาคนี้ต่อไป อเมริกากลางและทะเลแคริบเบียนเคยมีสัมพันธภาพทางการทูตที่ดีกับไต้หวันมาก่อน และไต้หวันเคยเปิดคลังช่วยเหลือทางการเงินจำนวนหลายล้าน รวมทั้งลงทุนในประเทศเหล่านี้ที่ยอมโหวตให้ไต้หวันในเวทีสหประชาชาติ
แต่จีนก็รุกคืบทำลายข้อต่อของไต้หวัน ปี 2007 คอสตาริกาย้ายข้างมาฝ่ายจีน ปานามาตามมาในปี 2017 สาธารณรัฐโดมินิกันและเอลซัลวาดอร์ในปี 2018 และนิการากัวในปี 2021 ตอนนี้ฮอนดูรัสเข้ามาสมทบ จาก 12 ประเทศ “ศักดิ์สิทธิ์” ที่เคยยอมรับไต้หวันเป็นประเทศในเวทีโลก ยามนี้เหลือเพียงกัวเตมาลา, เบลีซ, เฮติ และปารากวัยเท่านั้น
การตัดสินใจของซิโอมารา คาสโตรเป็นไปตามความคาดหมาย เธอเคยประกาศชัดเจนตั้งแต่ตอนหาเสียงเมื่อปี 2021 แล้วว่า จะนำพาฮอนดูรัสไปอยู่เคียงข้างจีน กระทั่งเธอได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีและเข้ารับตำแหน่งในเดือนมกราคม 2022 มีความพยายามในการล็อบบี้จากอเมริกาเพื่อให้เธอเปลี่ยนใจ ประธานาธิบดีโจ ไบเดนส่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารไปเจรจา แต่ประเด็นหลักอยู่ที่การหนุนฮอนดูรัสให้เป็นหุ้นส่วนสำคัญในการพยายามควบคุมการไหลเข้าของคลื่นผู้อพยพจากอเมริกากลางไปยังสหรัฐอเมริกา
และเพื่อยับยั้งการย้ายถิ่นฐาน รองประธานาธิบดีกมลา แฮร์ริสถึงกับต้องเดินทางไปเยือนภูมิภาคนี้ในปี 2021 พร้อมโครงการมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ และเดินทางไปยังเมืองหลวงเตกูซิกัลปาเพื่อร่วมพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของคาสโตรในเดือนมกราคม 2022 แต่ความคลั่งไคล้ในเสน่ห์ของอเมริกาได้มลายหายไปแล้ว
เรอินา-รัฐมนตรีต่างประเทศรีบย้ำว่า การยอมรับจีนของฮอนดูรัสไม่ได้หมายถึงการยุติความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกา แต่การตัดสินใจหันหลังให้กับไต้หวัน ซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐอเมริกานั้น เป็นเครื่องบ่งชี้ว่า อเมริกาสูญเสียอิทธิพลในภูมิภาคนี้ให้กับจีนแล้วจริงๆ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กองทัพบก ชี้คำพูด 'หวัง อี้' บอกกัมพูชาไม่อยากรบแล้ว ต้องใช้ข้อมูลการข่าวทหารเท่านั้น
พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงข่าวผลการประชุมหน่วยขึ้นตรงของกองทัพบกพล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ได้กําชับติดตามสถานการณ์ชายแดนและเฝ้าระวัง ปฏิบัติภารกิจที่ดําเนินการอยู่ให้ต่อเนื่องไป เช่น ปรับปรุงที่มั่น ลาดตระเวน เก็บข้อมูลด้านการข่าวที่คิดว่ามีประโยชน์ในการดูแลรักษาพื้นที่ และได้เน้นย้ําในเรื่องความปลอดภัยของกําลังพล ให้ทุก ๆ หน่วยได้ให้ความสําคัญ
'เอ็ดดี้' อ่านเกมอำนาจ 'จีน' กำลังลากเส้นระเบียบใหม่ บนแผ่นดินใหญ่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
อัษฎางค์ ชี้การเยือนไทยของหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน อาจดูเหมือนเป็นเพียงการเยือนทางการทูตตามปกติระหว่างไทยกับจีน แต่ถ้ามองให้ลึกกว่านั้น การเดินทางครั้งนี้ไม่ควรถูกอ่านแบบแยกส่วน
‘อดีตบิ๊กข่าวกรอง’ ย้ำชาติต้องมาก่อนเสมอ ไทยต้องบริหารสมดุลอำนาจ
นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊ก Nantiwat Samart เรื่อง ชาติต้องมาก่อนเสมอ
จีนส่ง 'หวัง อี้' เยือนไทย ไม่ใช่แค่ธรรมเนียมปฏิบัติ แต่เป็นการตอกเสาเข็มยุทธศาสตร์
นักวิเคราะห์และสื่อต่างประเทศมองการที่จีนส่ง “หวัง อี้” รัฐมนตรีต่างประเทศจีน มาเยือนไทย” อย่างไรบ้าง
อดีตทูตนริศโรจน์ ชม 'อนุทิน' ต้อนรับ 'หวัง อี้' การทูตชั้นเซียน ตัดไม้ข่มนามกัมพูชา
นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า นายกรัฐมนตรีขับรถไฟฟ้า BYD (Build Your Dream) ที่ นรม.เพิ่งซื้อมาใช้ส่วนตัว พาหวังอี้ไปกินข้าวด้วยตนเอง ทั้งๆที่ในทางพิธีการ (Protocol) หวังอี้มีขบวนรถรับรองอย่างดีที่ทางสำนักนายกรัฐมนตรีจัดเตรียมให้แล้ว
ไทย-จีน ยกระดับหุ้นส่วนเศรษฐกิจใหม่ มุ่งเป้าเทคโนโลยีสีเขียวและดิจิทัล
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผลภายหลังหารืออย่างไม่เป็นทางการกับ นา

