อเมริกาพบผู้ติดเชื้อโอไมครอนรายแรก เพิ่งกลับจากแอฟริกาใต้

ทางการสหรัฐอเมริกายืนยันว่าพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนคนแรกในประเทศที่รัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วและเพิ่งเดินทางกลับมาจากแอฟริกาใต้ได้ 1 สัปดาห์ ขณะนี้กำลังรักษาตัวโดยมีอาการป่วยเล็กน้อย

ดร.แอนโทนี เฟาซี ผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติและหัวหน้าที่ปรึกษาทางการแพทย์ของประธานาธิบดี แถลงข่าวที่กรุงวอชิงตัน เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 2564 (Getty Images)

รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคม 2564 อ้างแถลงการณ์ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (ซีดีซี) ของสหรัฐเมื่อวันพุธว่า บุคคลนี้เดินทางกลับมาจากประเทศแอฟริกาใต้เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน เขามีอาการป่วยเล็กน้อยและผู้สัมผัสใกล้ชิดทุกคนมีผลตรวจเชื้อเป็นลบ

แอนโทนี เฟาซี ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อของสหรัฐ กล่าวว่า ทางการสหรัฐรู้อยู่แล้วว่าจะต้องพบเชื้อโอไมครอนในประเทศ เพียงแต่จะเป็นเมื่อใดเท่านั้น และขอย้ำเตือนชาวอเมริกันว่า การฉีดวัคซีน, การฉีดเข็มกระตุ้น และการสวมหน้ากากอนามัยภายในอาคารสาธารณะยังเป็นหนทางดีที่สุดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

นายแพทย์ผู้นี้เผยอีกว่า ผู้ป่วยรายนี้มีผลตรวจไวรัสเป็นบวกเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน แม้เขาจะฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว แต่ยังไม่ได้ฉีดโดสบูสเตอร์

นับตั้งแต่แอฟริกาใต้ตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสกลายพันธุ์สายพันธุ์ใหม่นี้เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน และประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ถึงขณะนี้ตรวจพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอไมครอนที่องค์การอนามัยโลกจัดให้เป็น "สายพันธุ์ที่น่ากังวล" นี้แล้วในมากกว่า 24 ประเทศ โดยบราซิล, ไนจีเรีย, กานา, ซาอุดีอาระเบีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเกาหลีใต้ เพิ่งประกาศพบผู้ติดเชื้อรายแรกของประเทศเมื่อวันพุธ

เฟาซีกล่าวด้วยว่า จะต้องใช้เวลา 2 สัปดาห์หรือมากกว่านั้น เพื่อทำความเข้าใจว่าไวรัสโอไมครอนสามารถแพร่เชื้อได้ง่ายขึ้นหรือไม่, ก่อโรคที่รุนแรงขึ้นหรือไม่ และสามารถหลบหลีกภูมิคุ้มกันของวัคซีนที่มีอยู่ในเวลานี้หรือไม่

ซีดีซีกล่าวเมื่อวันพุธว่า ทางการสหรัฐกำลังวางแผนจะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจเชื้อผู้เดินทางเข้าประเทศและกำลังพิจารณาว่าจะบังคับให้ผู้เดินทางจากต่างประเทศต้องกักตัวเมื่อมาถึงหรือไม่ รวมถึงการตรวจเชื้อโควิด-19 หนึ่งวันก่อนออกเดินทาง.