ประชาชนหลายหมื่นคนในเมืองท่าสำคัญของเมียนมาถูกตัดขาดจากการติดต่อ หลังจากพายุไซโคลนโมคาพัดถล่มทางตะวันตกของประเทศ มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย

ความเสียหายส่วนหนึ่งในเมืองจ็อกตอของรัฐยะไข่ ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม หลังจากพายุไซโคลนโมคาพัดขึ้นฝั่ง (Photo by Sai Aung MAIN / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันจันทร์ที่ 15 พฤษภาคม 2566 กล่าวว่า พายุไซโคลนโมคาพัดขึ้นฝั่งระหว่างเมืองคอกซ์ บาซาร์ในบังกลาเทศกับเมืองท่าซิตตเวของเมียนมา ด้วยความเร็วลมสูงถึง 195 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นับเป็นพายุลูกใหญ่ที่สุดที่พัดถล่มอ่าวเบงกอลในรอบกว่าทศวรรษ
เมื่อช่วงสายของวันอาทิตย์ พายุได้พัดผ่านค่ายผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาเกือบล้านคนในบังกลาเทศท่ามกลางความลุ้นระทึก แต่โชคดีที่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต
ด้านเมืองท่าซิตตเวของเมียนมา ซึ่งมีประชากรประมาณ 150,000 คน ยังคงเสียหายต่อเนื่องจากความรุนแรงของพายุและถูกตัดขาดจากการสื่อสารและความช่วยเหลือในวันจันทร์
ถนนหนทางในซิตตเวเต็มไปด้วยต้นไม้, เสา และสายไฟ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการสัญจรของผู้คนรวมทั้งยานพาหนะของหน่วยกู้ภัยที่พยายามไปยังพื้นที่ที่ต้องการความช่วยเหลือ
พายุพัดขึ้นฝั่งเมื่อวันอาทิตย์ ทำให้เกิดคลื่นพายุซัดฝั่งและลมแรงพัดเสาสื่อสารในเมืองซิตตเวโค่นล้ม ตามภาพที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์
สื่อในเครือรัฐบาลทหารรายงานว่า พายุได้ทำให้สถานีฐานหลายร้อยแห่งที่เชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือกับเครือข่ายผู้ให้บริการ หยุดทำงานในรัฐยะไข่ รวมทั้งระบบอินเทอร์เน็ต
มิน อ่อง หล่าย หัวหน้ารัฐบาลทหารพม่า สั่งการให้เจ้าหน้าที่เตรียมการบรรเทาทุกข์ด้านการขนส่งที่สนามบินซิตตเว ตามรายงานจากสื่อของรัฐ โดยไม่ได้ให้รายละเอียดว่าจะมีการบรรเทาทุกข์เมื่อใด
ทีมข้อมูลของรัฐบาลทหารระบุในถ้อยแถลงว่า "มีรายงานผู้เสียชีวิตทั้งหมด 3 ราย และประชาชนบางส่วนได้รับบาดเจ็บจากผลกระทบของพายุ" พร้อมเสริมว่าผู้เสียชีวิต 2 รายเป็นชาวรัฐยะไข่ และอีก 1 รายมาจากภูมิภาคอิระวดีทางตอนใต้ ขณะที่บ้านเรือน 864 หลังและโรงพยาบาลหรือคลินิก 14 แห่งได้รับความเสียหายทั่วประเทศ
รัฐบาลทหารเผชิญกับการวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติสำหรับการตอบสนองต่อภัยพิบัติ พวกเขาถูกกล่าวหาว่าปิดกั้นความช่วยเหลือฉุกเฉินและในตอนแรกปฏิเสธที่จะให้การเข้าถึงเจ้าหน้าที่ด้านมนุษยธรรมและสิ่งของต่างๆ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ไทย-เมียนมา' จับมือใช้ดาวเทียมรับมือไฟป่า-น้ำท่วม-ภัยพิบัติ
รัฐบาลเดินหน้าความร่วมมือไทย–เมียนมา ใช้เทคโนโลยีดาวเทียมรับมือไฟป่า น้ำท่วม และดูแลทรัพยากรธรรมชาติชายแดน ยกระดับการจัดการภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อมร่วมกัน
'สีหศักดิ์' แถลงผลเยือนไทยอย่างเป็นทางการของ 'มิน ออง หล่าย' ผลักดันเมียนมากลับสู่อาเซียน
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ แถลงผลการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายมิน ออง หล่าย ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาว่า การเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมืองของเมียนมา ซึ่งไทยมองว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญในการผลักดันความร่วมมือทั้งในระดับทวิภาคีและระดับภูมิภาค
พรรคประชาชน แสดงจุดยืนคัดค้าน 'มิน อ่อง หล่าย' เยือนไทย เปิด 6 ข้อเรียกร้องรัฐสภา-รัฐบาล
นายอนุสรณ์ ธรรมใจ สส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมด้วยนายศิรชัช ตรีวิศวเวทย์ คณะทำงานโครงการเครือข่ายประชาธิปไตยอาเซียนเพื่อสันติภาพ สิทธิมนุษยชน และการพัฒนาอย่างยั่งยืน แถลงคัดค้านการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของพลเอกอาวุโส มิน ออง ไลง์
'เท้ง' ฝาก 'อนุทิน' คุย 'มิน อ่อง หล่าย' 5 มาตรการแก้มลพิษข้ามพรมแดน
'เท้ง' ชง 5 มาตรการแก้ปัญหามลพิษน้ำข้ามพรมแดน ถึง 'อนุทิน' ก่อนพบ 'มิน อ่อง หล่าย' แนะมอบ 'สีหศักดิ์' รับผิดชอบหลัก ฝ่ายค้านติดตามความคืบหน้าทุกไตรมาส
'สีหศักดิ์' เผย 'มิน อ่อง หล่าย' เยือนไทย ถกความมั่นคงชายแดน-ปราบสแกมเมอร์-แก้สารพิษในแม่น้ำ
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณี พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีเมียนมา จะเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 6-7 ส.ค.นี้ ว่า จะมีการเจรจากันในหลายเรื่อง

