กู้ภัยโมร็อกโกเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตหลังแผ่นดินไหว ยอดตายทะลุ 2,100 ราย

เจ้าหน้าที่กู้ภัยในโมร็อกโกเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 2,100 รายและทำให้อาคารบ้านเรือนพังทลายจำนวนมาก

ความเสียหายและพังทลายของบ้านเรือนในโมร็อกโก เมื่อวันที่ 10 กันยายน สองวันหลังจากเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในประเทศ ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้วทะลุ 2,100 ราย (Photo by Fethi Belaid / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันจันทร์ที่ 11 กันยายน 2566 กล่าวว่า ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในโมร็อกโกอยู่ที่ 2,122 ราย และบาดเจ็บอีกมากกว่า 2,400 คน

แผ่นดินไหวขนาด 6.8 แม็กนิจูดเมื่อวันศุกร์ เกิดขึ้นห่างจากศูนย์กลางการท่องเที่ยวมาราเกชไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 72 กิโลเมตร และทำลายหมู่บ้านทั้งหมดบนเนินเขาของเทือกเขาแอตลาส

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เกิดอาฟเตอร์ช็อกขนาด 4.5 แม็กนิจูด สร้างความสั่นสะเทือนและความเสียหายเพิ่มขึ้นเป็นการซ้ำเติมประชาชนในภูมิภาค

เจ้าหน้าที่กู้ภัยพลเรือนและทหารของกองทัพโมร็อกโกเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตท่ามกลางซากปรักหักพังของอาคาร แต่สิ่งที่พบกลับเป็นศพของผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ทั้งนี้มีข้อสังเกตว่าบ้านที่พังทลายลงมาส่วนใหญ่ทำด้วยอิฐโคลน จึงไม่แข็งแรงและปลอดภัยเพียงพอ

หมู่บ้าน 2 สองแห่งในจังหวัดอัล-ฮาอูซ ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์กลางแผ่นดินไหว พบว่ามีผู้เสียชีวิตมากที่สุดถึง 1,351 ราย และพลัดถิ่นอีกกว่า 18,000 ครัวเรือน ตามรายงานของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น

หน่วยกู้ภัยท้องถิ่นกำลังประสบปัญหาในการขาดแคลนกำลังคนและเครื่องมือในการค้นหาผู้รอดชีวิตและเก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิต ในหลายพื้นที่มีการขุดค้นใต้ซากปรักหักพังด้วยเครื่องจักรเบาและมือเปล่า

ด้านความช่วยเหลือจากนานาชาติ ล่าสุดกระทรวงกลาโหมของสเปนระบุว่า ได้ส่งเครื่องบิน A400 จากเมืองซาราโกซา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัย 56 คน และสุนัขค้นหา 4 ตัว มุ่งหน้าไปยังเมืองมาราเกช เพื่อช่วยเหลือในปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย

ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสกล่าวว่าประเทศของเขาได้ระดมทีมกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์เตรียมไว้แล้ว เพื่อให้ทางการโมร็อกโกร้องขอใช้ประโยชน์ได้ทันทีหากต้องการ

ผู้นำฝรั่งเศส, นายกรัฐมนตรีอินเดีย, ประธานธนาคารโลก, กองทุนการเงินระหว่างประเทศ, สหภาพแอฟริกา และคณะกรรมาธิการยุโรป ให้คำมั่นในแถลงการณ์ร่วมว่าจะระดมเครื่องมือทางเทคนิคและทางการเงิน เพื่อช่วยเหลือประชาชนของประเทศโมร็อกโก

ขณะที่สหรัฐฯ ระบุว่า พวกเขามีทีมค้นหาและกู้ภัยพร้อมที่จะประจำการทันทีตามการร้องขอ

แอลจีเรีย ซึ่งมีความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดมายาวนานกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างโมร็อกโก ได้เปิดน่านฟ้าที่ปิดตายมานานกว่า 2 ปีของตนให้กับเที่ยวบินที่บรรทุกความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมหรืออพยพผู้ได้รับบาดเจ็บ

หน่วยงานกาชาดสากลเตือนว่า อาจต้องใช้เวลาหลายปีในการซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดขึ้นจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นครั้งที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในโมร็อกโกนับตั้งแต่แผ่นดินไหวเมื่อปี 2503 ที่ได้ทำลายเมืองอกาดีร์ และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 12,000 ราย

ทั้งนี้ รัฐบาลโมร็อกโกประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศเป็นเวลา 3 วัน และจะมีการสวดมนต์แก่เหยื่อแผ่นดินไหวที่มัสยิดทุกแห่ง.

เพิ่มเพื่อน