ยอดโควิดพุ่ง ฟิลิปปินส์ห้ามคนไม่ฉีดวัคซีนใช้ระบบขนส่ง

รัฐบาลฟิลิปปินส์จะเริ่มห้ามผู้ที่ไม่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ใช้ระบบขนส่งสาธารณะตั้งแต่สัปดาห์หน้า ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ของประเทศทำสถิติใหม่อย่างต่อเนื่อง วันศุกร์มีผู้ติดเชื้อใหม่มากกว่า 37,000 คน

เจ้าหน้าที่ฉีดวัคซีนให้ประชาชนที่ศูนย์การแพทย์และโรงพยาบาลกลางจีนในกรุงมะนิลา เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2565 (Photo by Guan Xiangdong/China News Service via Getty Images)

รายงานของรอยเตอร์เมื่อวันศุกร์ที่ 14 มกราคม 2565 กล่าวว่า คำสั่งห้ามที่รัฐบาลฟิลิปปินส์ประกาศจะเดินหน้าบังคับใช้ในสัปดาห์หน้า จะมีผลบังคับกับภูมิภาคมะนิลาที่มีประชากรหนาแน่นราว 13 ล้านคน และพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่มากที่สุดในประเทศ

แผนดังกล่าวถูกคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของประเทศคัดค้านอย่างแข็งขัน โดยกล่าวว่าเป็นการเลือกปฏิบัติและจำกัดสิทธิ แต่กระทรวงคมนาคมยืนยันเมื่อวันศุกร์ว่า จะไม่ยกเลิกแผนนี้ เนื่องจากมีความจำเป็นต้องควบคุมการแพร่ระบาดและป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยเกินกำลังรองรับของระบบการรักษาพยาบาล

ขณะนี้ฟิลิปปินส์มีประชากรที่ฉีดวัคซีนครบแล้วประมาณครึ่งหนึ่งของประชากร 110 ล้านคน แม้ว่าประชากรในเมืองหลวงที่อยู่ในข่ายต้องฉีดวัคซีนจะฉีดวัคซีนครบเกือบหมดแล้ว แต่เจ้าหน้าที่กล่าวกันว่า ยังมีคนจากต่างถิ่นที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนอีกจำนวนมาก ขณะที่เด็กๆ และผู้สูงอายุบางคนก็ไม่ได้ฉีด

เมื่อวันศุกร์ ฟิลิปปินส์มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 37,207 คน เป็นการสร้างสถิติสูงสุดใหม่ครั้งที่ 5 ในรอบ 2 สัปดาห์ จำนวนผู้ติดเชื้อโควิดสะสมของฟิลิปปินส์ถึงตอนนี้มีราว 3.12 ล้านคน และเสียชีวิตมากกว่า 53,000 คน

การสั่งห้ามผู้ที่ไม่ฉีดวัคซีนใช้ระบบขนส่งสาธารณะมีออกมาหลังจากประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ขู่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าจะจับกุมคนที่ไม่ฉีดวัคซีนที่ออกมาเตร็ดเตร่นอกบ้าน และสัปดาห์นี้ กระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ระดับชุมชนจัดทำรายชื่อทุกคนที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน

ส.ว.เลลา เด ลิมา นักวิจารณ์ดูเตร์เต กล่าวจากสถานที่คุมขัง ว่าคำสั่งของกระทรวงมหาดไทยอาจนำไปสู่การละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและสิทธิมนุษยชน และการจัดทำรายชื่อนี้คล้ายกับการทำรายชื่อผู้ติดยาเสพติด ซึ่งหลายคนถูกฆ่าตายปริศนาระหว่างการทำสงครามยาเสพติดของดูเตร์เต.