แผ่นดินไหวเมียนมา ยอดเสียชีวิตทะลุ 1,000 ราย กู้ภัยทำงานสุดกำลัง

ยอดผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่ถล่มเมียนมาทะลุ 1,000 รายแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตจากซากปรักหักพังของอาคารที่พังถล่ม

หอนาฬิกาที่พังทลายลงใกล้กับวัด Ma Soe Yein ในเมืองมัณฑะเลย์ หลังเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ในเมียนมา เมื่อวันที่ 28 มีนาคม (Photo by Handout / Courtesy of Facebook user Ashin Tikkhanyarna Linkara / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันเสาร์ที่ 29 มีนาคม 2568 กล่าวว่า แผ่นดินไหวขนาด 7.7 แม็กนิจูดทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองสะกายในภาคกลางของเมียนมาผนวกกับอาฟเตอร์ช็อกระดับ 6.7 แม็กนิจูดที่เกิดขึ้นตามมา ได้ทำลายอาคารบ้านเรือน, ทำให้สะพานพังถล่ม และสร้างความเสียหายให้กับถนนหนทางในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศ โดยพบความเสียหายอย่างหนักในมัณฑะเลย์ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสองและมีประชากรอาศัยอยู่กว่า 1.7 ล้านคน

รัฐบาลทหารเมียนมาแถลงว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1,002 รายและบาดเจ็บเกือบ 2,400 คน

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากระบบสื่อสารขัดข้องอย่างหนัก ขนาดที่แท้จริงของภัยพิบัติที่เกิดขึ้นอาจมากกว่านี้ทั้งในส่วนของผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ

ข้อมูลของนักธรณีวิทยาระบุว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้เป็นแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษของเมียนมา และการสั่นสะเทือนรุนแรงพอที่จะสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับอาคารต่างๆ ในเมืองหลวงของประเทศไทยซึ่งอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวหลายร้อยกิโลเมตร

นักข่าวเอเอฟพีในเมืองมัณฑะเลย์พบเจดีย์พุทธเก่าแก่หลายศตวรรษพังทลายลงจากแผ่นดินไหว เช่นเดียวกับวัดที่พังถล่มลงมาจนเป็นเหตุให้พระสงฆ์รูปหนึ่งมรณภาพและมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายคน

สนามบินมัณฑะเลย์ถูกสั่งปิดตั้งแต่หลังเกิดเหตุ มีรายงานความเสียหายของอาคารบางส่วน แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

ทั้งนี้ ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสนามบินจะทำให้การบรรเทาทุกข์ในประเทศมีความยากลำบากมากขึ้น

ผลกระทบจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ถือว่าร้ายแรงมากจนมิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการคณะทหารเมียนมาได้ร้องขอความช่วยเหลือจากต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากเพราะรัฐบาลทหารชุดก่อนๆ เคยปฏิเสธความช่วยเหลือจากต่างประเทศมาตลอด แม้จะเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งใหญ่ก็ตาม

เมียนมาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินใน 6 ภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดหลังเกิดแผ่นดินไหว

เริ่มมีการเสนอความช่วยเหลือจากต่างประเทศเข้ามาแล้ว โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯกล่าวว่า "มันเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายจริงๆ และเราจะให้ความช่วยเหลือ เราได้พูดคุยกับเมียนมาบ้างแล้ว"

เที่ยวบินแรกจากอินเดียซึ่งบรรทุกชุดสุขอนามัย, ผ้าห่ม, อาหารแห้ง และสิ่งจำเป็นอื่นๆ ได้ลงจอดที่กรุงย่างกุ้งแล้ว ขณะที่รัฐบาลปักกิ่งกล่าวว่าได้ส่งทีมกู้ภัย 82 คนไปยังเมียนมาเช่นกัน

หน่วยงานบรรเทาทุกข์เตือนว่าเมียนมาไม่ได้เตรียมตัวให้พร้อมเลยที่จะรับมือกับภัยพิบัติครั้งใหญ่เช่นนี้ ประชาชนราว 3.5 ล้านคนต้องอพยพออกจากบ้านเรือนเนื่องจากสงครามกลางเมืองที่กำลังโหมกระหน่ำ และหลายคนเสี่ยงต่อความอดอยาก แม้กระทั่งก่อนเกิดแผ่นดินไหว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ไทย-เมียนมา' จับมือใช้ดาวเทียมรับมือไฟป่า-น้ำท่วม-ภัยพิบัติ

รัฐบาลเดินหน้าความร่วมมือไทย–เมียนมา ใช้เทคโนโลยีดาวเทียมรับมือไฟป่า น้ำท่วม และดูแลทรัพยากรธรรมชาติชายแดน ยกระดับการจัดการภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อมร่วมกัน

'สีหศักดิ์' แถลงผลเยือนไทยอย่างเป็นทางการของ 'มิน ออง หล่าย' ผลักดันเมียนมากลับสู่อาเซียน

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ แถลงผลการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายมิน ออง หล่าย ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาว่า การเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมืองของเมียนมา ซึ่งไทยมองว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญในการผลักดันความร่วมมือทั้งในระดับทวิภาคีและระดับภูมิภาค

พรรคประชาชน แสดงจุดยืนคัดค้าน 'มิน อ่อง หล่าย' เยือนไทย เปิด 6 ข้อเรียกร้องรัฐสภา-รัฐบาล

นายอนุสรณ์ ธรรมใจ สส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมด้วยนายศิรชัช ตรีวิศวเวทย์ คณะทำงานโครงการเครือข่ายประชาธิปไตยอาเซียนเพื่อสันติภาพ สิทธิมนุษยชน และการพัฒนาอย่างยั่งยืน แถลงคัดค้านการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของพลเอกอาวุโส มิน ออง ไลง์

'เท้ง' ฝาก 'อนุทิน' คุย 'มิน อ่อง หล่าย' 5 มาตรการแก้มลพิษข้ามพรมแดน

'เท้ง' ชง 5 มาตรการแก้ปัญหามลพิษน้ำข้ามพรมแดน ถึง 'อนุทิน' ก่อนพบ 'มิน อ่อง หล่าย' แนะมอบ 'สีหศักดิ์' รับผิดชอบหลัก ฝ่ายค้านติดตามความคืบหน้าทุกไตรมาส

'สีหศักดิ์' เผย 'มิน อ่อง หล่าย' เยือนไทย ถกความมั่นคงชายแดน-ปราบสแกมเมอร์-แก้สารพิษในแม่น้ำ

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณี พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีเมียนมา จะเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 6-7 ส.ค.นี้ ว่า จะมีการเจรจากันในหลายเรื่อง