ยอดผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในเมียนมาพุ่งสูงกว่า 3,300 ราย ขณะที่หัวหน้าฝ่ายบรรเทาทุกข์ของสหประชาชาติเรียกร้องอีกครั้งให้ทั่วโลกช่วยเหลือประเทศแห่งนี้

เจ้าหน้าที่กู้ภัยยืนอยู่บนถนนข้างอาคารที่พังถล่มในเมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 5 เมษายน (Photo by Zaw Htun / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันเสาร์ที่ 5 เมษายน 2568 กล่าวว่า แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคมได้ทำลายอาคารและโครงสร้างพื้นฐานทั่วประเทศเมียนมา และส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3,354 ราย, ผู้ได้รับบาดเจ็บ 4,508 คน และผู้ที่ยังคงสูญหายอีก 220 คน
มากกว่าหนึ่งสัปดาห์หลังเกิดภัยพิบัติ ผู้คนจำนวนมากในประเทศยังคงไม่มีที่พักพิง โดยต้องนอนกลางแจ้งเนื่องจากบ้านของพวกเขาถูกทำลายหรือกังวลว่าจะเกิดการพังทลายเพิ่มเติมจากเดิม
การประเมินของสหประชาชาติระบุว่าอาจมีผู้คนมากกว่า 3 ล้านคนได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวขนาด 7.7 แมกนิจูด ซึ่งซ้ำเติมความยากลำบากที่เผชิญจากสงครามกลางเมืองที่กินเวลามาแล้ว 4 ปี
เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านความช่วยเหลือฉุกเฉินของสหประชาชาติได้พบปะกับผู้ประสบภัยในเมืองมัณฑะเลย์ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว และขณะนี้กำลังเผชิญกับความเสียหายร้ายแรงทั่วเมือง พร้อมเรียกร้องให้นานาชาติเร่งช่วยเหลือเพื่อไม่ให้ความเสียหายขยายตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านมนุษยธรรม
มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของประเทศเพิ่งเดินทางกลับจากการเข้าร่วมการประชุมระดับภูมิภาคที่กรุงเทพฯ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยเขาได้พบปะกับผู้นำประเทศต่างๆ รวมถึงนายกรัฐมนตรีของไทยและอินเดีย
การเข้าร่วมประชุมสุดยอดของนายพลอาวุโสรายนี้ทำให้เกิดความวุ่นวายเล็กน้อยเมื่อมีผู้ประท้วงเดินทางมายังสถานที่จัดงานพร้อมถือป้ายที่เรียกเขาว่า "ฆาตกร" และกลุ่มต่อต้านคณะรัฐประหารประณามการปรากฏตัวของเขาในเวทีนานาชาติ
กองกำลังติดอาวุธของเขาปกครองเมียนมาตั้งแต่การรัฐประหารในปี 2564 เมื่อพวกเขายึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนของอองซานซูจี ซึ่งจุดชนวนให้เกิดความขัดแย้งหลายฝ่ายที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข
รายงานของสหประชาชาติระบุล่าสุดว่า คณะรัฐประหารได้ก่อเหตุโจมตีฝ่ายต่อต้านหลายสิบครั้งนับตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหว รวมถึงอย่างน้อย 16 ครั้งนับตั้งแต่มีการประกาศสงบศึกชั่วคราวเมื่อวันพุธ
การสู้รบนานหลายปีทำให้สภาพเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานของเมียนมาพังทลาย ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อความพยายามของนานาชาติในการให้ความช่วยเหลือหลังเหตุแผ่นดินไหว
จีน, รัสเซีย และอินเดีย เป็นประเทศแรกๆ ที่ให้การสนับสนุน โดยส่งหน่วยกู้ภัยไปยังเมียนมาเพื่อช่วยค้นหาผู้รอดชีวิต
สหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำด้านการบรรเทาทุกข์จากภัยพิบัติระหว่างประเทศมาโดยตลอด แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ยุบหน่วยงานช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไปแล้วไม่นานก่อนหน้านี้
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา รัฐบาลวอชิงตันแถลงว่าได้เพิ่มเงินช่วยเหลือเมียนมาเป็น 7 ล้านดอลลาร์แล้ว จากเดิม 2 ล้านดอลลาร์.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ไทย-เมียนมา' จับมือใช้ดาวเทียมรับมือไฟป่า-น้ำท่วม-ภัยพิบัติ
รัฐบาลเดินหน้าความร่วมมือไทย–เมียนมา ใช้เทคโนโลยีดาวเทียมรับมือไฟป่า น้ำท่วม และดูแลทรัพยากรธรรมชาติชายแดน ยกระดับการจัดการภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อมร่วมกัน
'สีหศักดิ์' แถลงผลเยือนไทยอย่างเป็นทางการของ 'มิน ออง หล่าย' ผลักดันเมียนมากลับสู่อาเซียน
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ แถลงผลการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายมิน ออง หล่าย ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาว่า การเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมืองของเมียนมา ซึ่งไทยมองว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญในการผลักดันความร่วมมือทั้งในระดับทวิภาคีและระดับภูมิภาค
พรรคประชาชน แสดงจุดยืนคัดค้าน 'มิน อ่อง หล่าย' เยือนไทย เปิด 6 ข้อเรียกร้องรัฐสภา-รัฐบาล
นายอนุสรณ์ ธรรมใจ สส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมด้วยนายศิรชัช ตรีวิศวเวทย์ คณะทำงานโครงการเครือข่ายประชาธิปไตยอาเซียนเพื่อสันติภาพ สิทธิมนุษยชน และการพัฒนาอย่างยั่งยืน แถลงคัดค้านการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของพลเอกอาวุโส มิน ออง ไลง์
'เท้ง' ฝาก 'อนุทิน' คุย 'มิน อ่อง หล่าย' 5 มาตรการแก้มลพิษข้ามพรมแดน
'เท้ง' ชง 5 มาตรการแก้ปัญหามลพิษน้ำข้ามพรมแดน ถึง 'อนุทิน' ก่อนพบ 'มิน อ่อง หล่าย' แนะมอบ 'สีหศักดิ์' รับผิดชอบหลัก ฝ่ายค้านติดตามความคืบหน้าทุกไตรมาส
'สีหศักดิ์' เผย 'มิน อ่อง หล่าย' เยือนไทย ถกความมั่นคงชายแดน-ปราบสแกมเมอร์-แก้สารพิษในแม่น้ำ
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณี พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีเมียนมา จะเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 6-7 ส.ค.นี้ ว่า จะมีการเจรจากันในหลายเรื่อง

