'ไบเดน' สุมฟืน ส่งทหารอีก 3,000 นายเสริมกำลังยุโรป

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ออกคำสั่งให้ส่งทหารเกือบ 3,000 นายไปยังโปแลนด์และโรมาเนียเพื่อเสริมการป้องกันยุโรปตะวันออก เผื่อกรณีความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับโลกตะวันตกกรณีวิกฤติยูเครนบานปลาย รัฐมนตรีรัสเซียจวกสหรัฐเดินเกมทำลายล้างเพิ่มความตึงเครียดทางทหารลดโอกาสทางการเมือง

แฟ้มภาพ นักเคลื่อนไหวต่อต้านสงครามชุมนุมประท้วงหน้าหน้าทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2565 (Getty Images)

รายงานของรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 กุมภาพันธ์ 2565 กล่าวว่า การตัดสินใจของสหรัฐมีออกมาหลังจากรัสเซียยังคงยืนกรานปฏิเสธจะถอนกำลังทหารกว่า 100,000 นายออกจากชายแดนยูเครน

"ตราบใดที่เขา (ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน) ยังคงทำตัวก้าวร้าว เราก็จะทำให้แน่ใจว่า เราสามารถสร้างความมั่นใจต่อพันธมิตรร่วมนาโตของเราในยุโรปตะวันออกว่าเราอยู่ที่นั่น" ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ กล่าวภายหลังคำประกาศวางกำลังทหารอเมริกันเพิ่มเติมในยุโรปตะวันออก

กระทรวงกลาโหมสหรัฐกล่าวว่า กองทัพสหรัฐจะส่งกองทหารหน่วยสไตรเกอร์ประมาณ 1,000 นายที่ประจำฐานทัพในเมืองวิลเซ็กของเยอรมนีไปวางกำลังที่โรมาเนีย ส่วนทหารอีกราว 1,700 นาย ส่วนใหญ่จากกองพลส่งทางอากาศที่ 82 จากฟอร์ตแบร็กก์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา จะถูกส่งไปวางกำลังที่โปแลนด์ อีก 300 นายจากฟอร์ตแบร็กก์จะถูกส่งไปเสริมที่เยอรมนี

จอห์น เคอร์บี โฆษกเพนตากอน กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการเสริมกำลังทหารในยุโรปตะวันออกครั้งนี้เพื่อส่ง "สัญญาณที่หนักแน่น" ถึงปูติน และบอกต่อโลกตรงๆ ว่า นาโตมีความสำคัญต่อสหรัฐ และมีความสำคัญต่อพันธมิตรของเรา เรารู้ว่าปูตินหงุดหงิดกับนาโต เกี่ยวกับเรื่องนาโต เขาไม่เคยปิดบัง เราจึงทำให้ชัดเจนว่า เรากำลังเตรียมพร้อมที่จะปกป้องพันธมิตรของนาโต หากถึงเวลา แต่หวังว่าจะไม่ถึงเวลานั้น

เขาย้ำด้วยว่า การเคลื่อนไหวด้านกำลังพลของสหรัฐเพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นต่อนาโต และสหรัฐจะไม่ส่งทหารไปสู้รบในยูเครน ซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิกของนาโต

รัฐมนตรีกลาโหม มาริอุสซ์ บลาซแช็ก ของโปแลนด์ กล่าวว่า การวางกำลังทหารเพิ่มเติมของสหรัฐเป็นสัญญาณหนักแน่นของความสามัคคี ส่วนเยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการนาโต ยินดีกับการตัดสินใจของสหรัฐ โดยกล่าวว่าการตอบสนองของนาโตต่อรัสเซียเป็นไปในเชิงป้องกันและสมน้ำสมเนื้อ

ด้านอเล็กซานเดอร์ กรุชโก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของรัสเซีย ตอบโต้ว่า การดำเนินการของสหรัฐจะทำให้การประนีประนอมระหว่างสองฝ่ายทำได้ยากขึ้น การวางกำลังของสหรัฐเป็น "ก้าวย่างที่ทำลายล้าง ที่เพิ่มความตึงเครียดทางทหารและลดขอบเขตสำหรับการตัดสินใจทางการเมือง"

การตัดสินใจของสหรัฐเกิดในช่วงยามที่หลายชาติตะวันตกดำเนินความพยายามทางการทูตอย่างเคร่งเครียด ควบคู่กับการขู่คว่ำบาตรบุคคลวงในของปูติน เพื่อยับยั้งแผนการรุกรานยูเครนตามที่โลกตะวันตกกำลังหวั่นเกรงกัน แม้ว่ารัสเซียจะปฏิเสธเสียงแข็งก็ตาม

เมื่อวันพุธ นายกรัฐมนตรีโอลาฟ โชลซ์ ของเยอรมนี ประกาศว่า เขาจะเดินทางไปกรุงมอสโกเพื่อหารือเกี่ยวกับวิกฤตินี้ ขณะที่ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส เผยว่าเขาอาจเดินทางไปมอสโกเช่นกัน ขึ้นอยู่กับผลการเจรจากับผู้นำประเทศอื่นๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น

มาครงคุยโทรศัพท์กับไบเดนเมื่อวันพุธ โดยผู้นำทั้งสองให้คำมั่นว่าจะตอบสนองต่อวิกฤตินี้อย่างสอดประสานกัน สำนักงานของมาครงเผยด้วยว่า เขาจะสนทนากับปูตินอีกรอบในวันพฤหัสบดี

เมื่อวันอังคาร ปูตินเพิ่งกล่าวโทษสหรัฐและนาโตว่ากำลังพยายามจำกัดวงรัสเซียด้วยการวางกำลังทหารและอาวุธทางยุทธศาสตร์ใกล้ชายแดนรัสเซีย และยูเครนเป็นแค่เครื่องมือหนึ่งเพื่อบรรลุเป้าหมายนั้น

ผู้นำรัสเซียต้องการหลักประกันว่า ยูเครนจะไม่เข้าเป็นสมาชิกนาโต ทั้งยังต้องการให้นาโตและสหรัฐยกเลิกการวางกำลังระบบมิสไซล์ใกล้ชายแดนยูเครนและถอนทหารนาโตออกจากยุโรปตะวันออก ขณะเดียวกัน เขายังเปิดทางสำหรับการเจรจา โดยกล่าวว่ากำลังศึกษาข้อเสนอของตะวันตกที่เกี่ยวกับข้อเรียกร้องของรัสเซียเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งเขาหวังว่าจะ "สุดท้ายแล้วเราจะพบทางออก"

ปูตินได้สนทนาทางโทรศัพท์กับนายกฯ บอริส จอห์นสัน ของอังกฤษด้วยเมื่อวันพุธ โดยเขาตั้งข้อสังเกตถึงความไม่เต็มใจของนาโตที่จะตอบสนองต่อความห่วงกังวลของรัสเซียเท่าที่ควร

รัฐบาลรัสเซียยังอ้างเมื่อวันพุธด้วยว่า จีนให้การสนับสนุนรัสเซียในการคุมเชิงครั้งนี้ โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะแสดงให้เห็นการสนับสนุนของจีนเมื่อได้พบกับประธานาธิบดีปูตินที่กรุงปักกิ่งวันศุกร์นี้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ส่องโครงการ YSEALI 'แก๊งทะลุวัง' สร้างเรื่องโจมตีสถาบัน เขียนรีพอร์ตขอเงินทุนสหรัฐ

จากกรณี น.ส.สุพิชฌาย์ ชัยลอม หรือ เมนู และ น.ส.เบญจมาภรณ์ นิวาส หรือ พลอย สมาชิกลุ่มทะลุวังที่ทำกิจกรรมเคลื่อนไหวโจมตีสถาบัน ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กเปิดโปงพฤติกรรมในขบวนการม็อบ 3 นิ้ว ทั้งขูดรีดเอาเปรียบผลประโยชน์ รวมทั้งการเขียนรายงานเสนอขอรับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาผ่านโครงการ Young Southeast Asian Leaders Initiative (YSEALI)