กัมพูชาเตรียมบังคับใช้กฎหมายเกณฑ์ทหารในปี 2026

กองทัพกัมพูชาจะเริ่มบังคับใช้กฎหมายเกณฑ์ทหารพลเรือนในปีหน้า โดยอ้างถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นกับประเทศไทยเป็นเหตุผลในการใช้กฎหมายภาคบังคับซึ่งถูกระงับมานาน

นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา ทักทายประชาชนขณะเดินทางมาถึงอาคารรัฐสภาในกรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม (Photo by TANG CHHIN Sothy / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันจันทร์ที่ 14 กรกฎาคม 2568 กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชาเปิดเผยล่าสุดว่ากองทัพจะเริ่มบังคับใช้กฎหมายเกณฑ์ทหารพลเรือนในปีหน้า โดยอ้างถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นกับประเทศไทยเป็นเหตุผลในการใช้กฎหมายภาคบังคับดังกล่าวซึ่งถูกระงับมานาน

ทั้งนี้ในปี 2006 รัฐสภากัมพูชาได้อนุมัติกฎหมายที่กำหนดให้ชาวกัมพูชาทุกคนที่มีอายุระหว่าง 18 ถึง 30 ปี ต้องรับราชการทหารเป็นเวลา 18 เดือน แม้ตั้งแต่นั้นมาจะไม่เคยมีการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวเลยก็ตาม

ขณะที่ความสัมพันธ์กับประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านมีความตึงเครียดมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ซึ่งข้อพิพาทเรื่องดินแดนที่ยืดเยื้อมายาวนานได้ลุกลามกลายเป็นการปะทะข้ามพรมแดน จนเกิดกรณีทหารกัมพูชาเสียชีวิตหนึ่งนาย

"การเผชิญหน้าครั้งนี้เป็นบทเรียนสำหรับเรา และเป็นโอกาสให้เราได้ทบทวน, ประเมิน และกำหนดเป้าหมายเพื่อปฏิรูปกองทัพ"

"ตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป กฎหมายเกณฑ์ทหารจะเริ่มมีผลบังคับใช้" ฮุน มาเนตกล่าวในพิธีการ ณ ศูนย์ฝึกอบรมทหารราบในจังหวัดกำปงชนัง ทางตอนกลางของประเทศ

ฮุน มาเนตกล่าวว่า ระยะเวลาการรับราชการทหารจะขยายจาก 18 เดือนตามที่ระบุไว้ในกฎหมายที่บัญญัติไว้เมื่อสองทศวรรษก่อน เป็น 24 เดือน และให้คำมั่นว่าจะพิจารณาเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมของกัมพูชา

"การป้องกันประเทศและการสร้างกองทัพของเราไม่ได้มุ่งไปที่การรุกรานดินแดนของใคร แต่มุ่งไปที่การปกป้องดินแดนของเรา" เขากล่าวเสริม

ทหารกัมพูชาเสียชีวิตจากการปะทะกับทหารไทยในพื้นที่พิพาทที่รู้จักกันในชื่อสามเหลี่ยมมรกต ซึ่งเป็นจุดบรรจบของพรมแดนของสองประเทศ รวมทั้งลาว

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลพนมเปญและกรุงเทพฯ บั่นทอนลง ส่งผลให้ต้องปิดด่านชายแดน เนื่องจากกัมพูชาสั่งห้ามนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซจากประเทศไทย

เหตุการณ์นี้ยังก่อให้เกิดวิกฤตการณ์ทางการเมืองภายในประเทศไทย โดยนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตรถูกพักงานเพื่อสอบสวนเรื่องจริยธรรมเกี่ยวกับพฤติกรรมของเธอจากการสนทนาทางโทรศัพท์กับฮุน เซน อดีตผู้นำกัมพูชา ที่มีการรั่วไหลของข้อมูลจนทำให้เกิดการสอบสวนทางกฎหมาย

ประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านมีการเกณฑ์ทหารสำหรับชายหนุ่มอยู่แล้ว โดยให้เข้าร่วมการจับสลากเพื่อตัดสินว่าต้องเข้ารับราชการทหารหรือไม่.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'นายกฯหนู' ดึงข้อศอก 'ฮุน มาเนต' ย้ำจุดยืนไทย เจรจาได้แต่ห้ามบังคับ

'อนุทิน' เผยดึงข้อศอก 'ฮุน มาเนต' คุยปมชายแดน ย้ำไม่ต้องการขัดแย้งกัน พร้อมเจรจาตามกรอบ แต่บังคับเมื่อไหร่หยุดทันที ลั่นไม่พูดเรื่องเปิดด่าน คำต้องห้ามเดี๋ยวคนไทยโกรธตาย

ไม่มีอะไรในกอไผ่! โฆษกรัฐบาล แจงภาพอนุทินจับมือฮุนมาเนต แค่ทักทายกันตามมารยาท

โฆษกรัฐบาล โพสต์ชี้แจงภาพนายกฯอนุทินจับมือฮุน มาเนต ว่า “ไม่มีอะไรในกอไผ่นะคะ ตรงไปตรงมา ไม่มีการประชุม นายกฯอนุทินมาร่วมประชุม ASEAN Future Forum ที่ประเทศเวียดนาม เมื่อช่วงเช้า มีผู้นำหลายประเทศอาเซียนเข้าร่วม ก่อนงานเริ่มได้มีการทักทายตามมารยาท ไม่มีการประชุมระหว่างไทยกับกัมพูชาแต่อย่างใด มีแต่การนั่งสนทนาระหว่างผู้นำขณะรอเวลาเปิดงานและกล่าวสปีช”

'ปกป้องอธิปไตย'ตัวช่วย'สีน้ำเงิน' 'ดีลใหม่'ที่ต้องข้ามพ้น'การเมือง'

องค์ประกอบทางการเมืองที่ทำให้รัฐบาลภายใต้แกนนำของ “พรรคภูมิใจไทย” ยังมีเสถียรภาพ ไม่ใช่การตอบโจทย์ “พูดแล้วทำ” แต่ยังมีเรื่อง “ความชอบธรรม” ในการบริหารอำนาจรัฐเป็นตัวกำหนดด้วย

เกม“ชายแดน-ประนอมภาคบังคับ” ไทยต้องไปให้สุดอย่ากลัว“สะดุดตอ”

สถานการณ์ชายแดนยังมีความวุ่นวายเป็นจุดๆ โดยเฉพาะพื้นที่ซึ่งมีถนนฝั่งกัมพูชาตัดเข้ามาถึงชายแดน เอื้อต่อการส่งกำลังเพิ่มเติมเข้ามาเผชิญหน้ากับแนววางกำลังของทหารไทยในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังสุรนารี

'สีหศักดิ์' ซัด 'ฮุน มาเนต' เลือกปิดประตูเองก็ต้องรับผลที่ตามมา!

'สีหศักดิ์' ซัด 'กัมพูชา' พูดอย่างทำอย่าง หลังเลือกใช้ประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS ลั่น 'ฮุน มาเนต' เลือกปิดประตูพูดคุย JBC - ความมั่นคงชายแดน ต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจเอง