นัดสำคัญระหว่างทรัมป์กับปูติน ทำไมถึงเป็น ‘อลาสกา’?

ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยพบปะกันครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนมิถุนายน 2019 ในวาระการประชุมสุดยอด G20 ที่โอซากา ประเทศญี่ปุ่น – Photo by Brendan Smialowski

สถานที่ซึ่งโดนัลด์ ทรัมป์ และวลาดิมีร์ ปูตินจะพบกันในวันศุกร์นี้ดูเหมือนจะไม่มีความเป็นกลางอย่างชัดเจน การที่ทรัมป์เชิญปูตินไปเยือนสหรัฐอเมริกา และโดยเฉพาะที่อลาสกา กำลังก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์

การเจรจาระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ซึ่งทั้งสองมีแผนจะหารือกันเพื่อยุติสงครามในยูเครน เดิมทีมีกำหนดจัดในสถานที่ที่เป็นกลาง แต่ทรัมป์กลับเชิญปูตินไปเยือนรัฐอลาสกาของสหรัฐอเมริกาแทน

ทางฝ่ายเครมลินเชื่อว่าเป็นแนวทางที่สมเหตุสมผล รัฐซึ่งอยู่เหนือสุดของสหรัฐอเมริกานั้นตั้งอยู่ไม่ไกลจากรัสเซีย ห่างกันไม่ถึง 100 กิโลเมตร ผ่านช่องแคบเบริงที่ทอดยาวระหว่างสองทวีป

การพบปะกันในดินแดนของทรัมป์อาจมีเหตุผลด้านลอจิสติกส์ด้วย ก่อนหน้านี้ทรัมป์เคยระบุว่าเขาต้องการพบกับปูตินเร็วกว่านั้นมาก แต่มาตรการรักษาความปลอดภัยต้องใช้เวลา การพบปะกันในดินแดนของเขาเองอาจช่วยให้การวางแผนง่ายขึ้น

แต่คำเชิญของทรัมป์ไปยังสหรัฐอเมริกากลับถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อ ในแง่หนึ่งนักวิจารณ์กังวลว่าทรัมป์จะทำให้ฝ่ายที่รุกรานเพื่อนบ้านซึ่งเป็นประชาธิปไตยดูชอบธรรมและยกระดับขึ้น การพบปะลักษณะนี้มักจะจัดในประเทศที่สาม ดังนั้นปูตินจึงคล้ายได้รับชัยชนะเชิงกลยุทธ์ก่อนที่การเจรจาจะเริ่มต้นเสียอีก

อลาสกา เคยเป็นดินแดนของรัสเซียมาก่อนจนถึงปี 1867 เมื่อสหรัฐอเมริกาขอซื้ออลาสกาเพื่อนำทรัพยากรธรรมชาติไปใช้ การซื้อดินแดนในครั้งนั้นทำให้รัสเซียยุติบทบาทในอเมริกาเหนือ และช่วยให้สหรัฐอเมริกาสามารถเข้าถึงขอบด้านเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิกได้ อย่างไรก็ตาม สื่อรายงานว่ามีกองกำลังภายในรัสเซียเรียกร้องให้อลาสกากลับมาเป็นของรัสเซียอีกครั้ง

คำถามที่ว่าทรัมป์และปูตินจะพบกันที่ไหนก็เป็นประเด็นถกเถียงเช่นกัน เพราะศาลอาญาระหว่างประเทศได้ออกหมายจับปูตินในปี 2023 ซึ่งเขาจะต้องเกรงกลัวการถูกจับกุมเมื่อเดินทางไปในหลายประเทศ แต่ทั้งสหรัฐอเมริกาและรัสเซีย ต่างไม่ยอมรับศาลอาญาระหว่างประเทศ ดังนั้นการนัดหมายเพื่อเจรจาที่กำลังจะเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาจึงตอกย้ำว่า ปูตินจะไม่ต้องเผชิญกับผลทางกฎหมายใดๆ ที่นั่น

ในทางตรงข้าม ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีของยูเครนกลับไม่ได้รับคำเชิญให้ไปอลาสกา ทรัมป์เพียงแต่แจ้งว่าจะโทร.หาเซเลนสกีหลังการเจรจากับปูติน เขามีความกังวล-เช่นเดียวกับพันธมิตรตะวันตก-ว่าการตัดสินใจอาจเกิดขึ้นที่นั่นโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากยูเครน

ประธานาธิบดีเซเลนสกีวิจารณ์ประเด็นการเลือกสถานที่เจรจาระหว่างทรัมป์และปูตินบนแพลตฟอร์ม X ว่า “ห่างไกลจากสงครามต่อต้านประชาชนของเรา ที่กำลังโหมกระหน่ำในประเทศของเรา และไม่ว่ากรณีใด สงครามจะยุติลงไม่ได้หากไม่มีเรา หากไม่มียูเครน”.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นักวิชาการชี้ภาพ 'ปูตินสวมกอดอนุทิน' สะเทือนเวทีโลก ตอกย้ำสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย 130 ปี

นักวิชาการรัฐศาสตร์ ม.รังสิต มองภาพประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน สวมกอดนายอนุทิน ชาญวีรกูล ระหว่างเ

'อนุทิน-ปูติน' ชื่นมื่น! ขยายร่วมมือ 4 ด้าน ฉลองมิตรภาพ 130 ปี

ชื่นมื่น! นายกฯ หารือประธานาธิบดีปูติน เน้นย้ำมิตรภาพยาวนาน 130 ปี มุ่งขยายความร่วมมือเศรษฐกิจ พลังงาน และการเชื่อมโยงประชาชน

เซเลนสกี เสนอให้มีการพบปะส่วนตัวกับ ‘ปูติน’ ในสหรัฐอเมริกา

ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี เปิดเผย ในระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เขาได้เสนอให้มีการนัดหมายประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ไปเจรจาที่สหรัฐอเมริกา

นายกฯ จ่อบินคาซาน พบ 'ปูติน' ร่วมเวทีสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย

นายกฯ จ่อบินคาซาน ใช้เวทีอาเซียน-รัสเซีย ขยายโอกาสการค้า การลงทุน เดินหน้าการทูตเศรษฐกิจ มุ่งเปิดตลาดใหม่ สร้างความมั่นคงพลังงาน ดันโอกาสธุรกิจไทย

รัสเซียประกาศหยุดยิง 8 พฤษภาคม ‘เซเลนสกี’ ประกาศเริ่มหยุดยิงตั้งแต่วันพุธนี้

ในสงครามยูเครน ทั้งสองฝ่ายต่างเสนอความเป็นไปได้ในการหยุดยิง กระทรวงกลาโหมรัสเซียประกาศเมื่อวันจันทร์ว่า ต้องการจะยุติการสู้รบในช่วงเวลาใกล้เคียงกับการรำลึกวันครบรอบการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สองในวันที่ 8 และ 9 พฤษภาคม

สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 จะเสด็จเยือนสหรัฐอเมริกาปลายเดือนเมษายน

สำนักพระราชวังบัคกิงแฮมประกาศเมื่อวันอังคารว่า การเสด็จเยือนครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อเป็นเกียรติแก่ “ความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์และความสัมพันธ์ทวิภาคีสมัยใหม่ระหว่างสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา”