ออสเตรเลียเปิดประเทศเต็มรูปแบบ หลังล็อกดาวน์เกือบ 2 ปี

ออสเตรเลียเปิดประเทศเต็มรูปแบบต้อนรับนักเดินทางที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบโดสแล้วในวันจันทร์ หลังปิดพรมแดนไปเกือบ 2 ปี เพื่อควบคุมการระบาดของไวรัสโคโรนา

คนแต่งชุดจิงโจ้รอต้อนรับผู้โดยสารสายการบินที่มาถึงท่าอากาศยานระหว่างประเทศซิดนีย์ เมื่อวันที่ 21 ก.พ. 2565 วันแรกที่ออสเตรเลียเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบสำหรับผู้ถือวีซา, นักท่องเที่ยว และนักเดินทางธุรกิจที่ฉีดวัคซีนแล้ว (Photo by SAEED KHAN / AFP)

สำนักข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2565 ว่าออสเตรเลียเริ่มเปิดประเทศเต็มรูปแบบแล้วในวันเดียวกันนี้ หลังจากปิดพรมแดนไปเกือบ 2 ปีตามมาตรการควบคุมการระบาดของไวรัสโคโรนาที่เข้มงวด

ในวันแรกที่เปิดประเทศ มีเที่ยวบินระหว่างประเทศมากกว่า 50 เที่ยวบินเดินทางมาออสเตรเลีย ในจำนวนนี้ 27 เที่ยวบินลงจอดที่นครซิดนีย์ เมืองใหญ่ที่สุดของประเทศ ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวและงานบริการ หวังกลับมาฟื้นฟูธุรกิจหลังได้รับกระทบจากมาตรการควบคุมโควิด-19

นายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสัน ของออสเตรเลียให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวจากรัฐแทสเมเนียเมื่อวันจันทร์ว่า เป็นวันที่น่าตื่นเต้นมาก เขาตั้งหน้าตั้งตารอวันนี้มานานแล้ว นับตั้งแต่วันที่รัฐบาลปิดพรมแดนครั้งแรกในช่วงเริ่มต้นการระบาดของไวรัสโคโรนา

ออสเตรเลียปิดประเทศเมื่อเดือนมีนาคม 2563 เพื่อพยายามชะลอจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นในประเทศ โดยงดรับผู้เดินทางเกือบทุกคนยกเว้นพลเมืองและผู้มีถิ่นพำนักถาวรในออสเตรเลีย มาตรการห้ามเดินทางนี้ยังไม่อนุญาตให้พลเมืองออสเตรเลียเดินทางออกนอกประเทศด้วยเช่นกัน นอกจากจะได้รับการยกเว้น การควบคุมพรมแดนที่เข้มงวดนี้ทำให้ออสเตรเลียถูกขนานนามว่า "ป้อมปราการออสเตรเลีย"

การท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย ที่มีมูลค่ามากกว่า 60,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย และจ้างแรงงานราว 5% ของประเทศ ภาคการท่องเที่ยวของออสเตรเลียได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการปิดพรมแดนเมื่อเดือนมีนาคม 2563

ผู้โดยสารที่บินมาถึงท่าอากาศยานนานาชาติซิดนีย์เมื่อวันจันทร์ ได้รับการต้อนรับด้วยป้าย "ยินดีต้อนรับกลับมานะโลก!" ที่ติดอยู่ใกล้รันเวย์, มีผู้ใส่ชุดจิงโจ้คอยต้อนรับนักเดินทาง และดีเจเปิดเพลงและวงดนตรีเล่นเพลงต้อนรับ

การเปิดประเทศเกิดขึ้นในช่วงที่การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์โอมิครอนในออสเตรเลียผ่านจุดสูงสุดแล้ว โดยอัตราการเข้ารักษาในโรงพยาบาลลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา นับตั้งแต่พบโอมิครอนในประเทศครั้งแรกเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน มีผู้ติดเชื้อที่ยืนยันแล้วในออสเตรเลียราว 2.7 ล้านคน เสียชีวิต 4,929 คน

ข้อมูลถึงช่วงเที่ยงของวันจันทร์ มีผู้ติดเชื้อรายใหม่แค่ราว 17,000 คน และเสียชีวิต 17 คน แต่ยังไม่รวมข้อมูลจากดินแดนนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ไรเดอร์' ชาวออสเตรเลียจะได้รับค่าจ้างเพิ่มขึ้นสูงที่สุดในโลก

พนักงานรับจ้างอิสระหลายแสนคนในออสเตรเลียจะได้รับค่าจ้างเพิ่มขึ้นอย่างมากตั้งแต่วันจันทร์หน้า ภายใต้การตัดสินใจของศาลแรงงานของประเทศ ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็น "ศาลแรงงานชั้นนำของโลก"

หมอมนูญ เตือนผู้สูงอายุ 'ไข้หวัดใหญ่' อาการหนักกว่า 'โควิด-19' แนะฉีดวัคซีนปีละเข็ม ลดรุนแรง

ช่วงนี้พบคนไทยติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่เยอะมาก คนสูงอายุมีโรคประจำตัวหลายโรคที่ไม่ได้รับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ เวลาติดเชื้อ บางคนอาการหนัก

'เท้ง' แนะสร้าง 'รั้วเทคโนโลยี' ขึงชายแดน สกัดขนยานรก

'เท้ง' ผุดไอเดีย 'รั้วเทคโนโลยี' สกัดยาเสพติด ชี้ช่องโหว่ชายแดน ทำไทยกลายเป็นทางผ่านยาเสพติดโลก แนะตัดวงจรดุลพินิจเจ้าหน้าที่ สั่งห้ามแชร์ข่าวแค่แก้ปลายเหตุ ย้ำต้องแก้ 'ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ'

ป.ป.ส. ตรวจค้นอีก 2 จุด ยึดเฮโรอีนเกือบ 10 กก. ปลายทางออสเตรเลีย-ไต้หวัน

ป.ป.ส. ขยายผลเครือข่ายค้าเฮโรอีนข้ามชาติ พบหลักฐาน-แผนประทุษกรรมคดีเชื่อมโยง “คดีแอร์สาวการบินไทย” ที่ถูกจับที่สนามบินเมลเบิร์น ออสเตรเลีย พร้อมประสาน ”ดีเอสไอ“ รับสอบสวนเป็นคดีพิเศษ เหตุ ขบวนการเครือข่ายขนาดใหญ่ ย้ำ ขอทุ่มแรงกายล่าตัวผู้บงการทั้งในและต่างประเทศ เชื่อ ขบวนการคนรับพัสดุปลายทางของ น.ส.มีนา มีคน

ป.ป.ส.เปิดชื่อ 'เดียร์' คนรับแป้งปลายทางที่ออสเตรเลีย!

'ผอ.สำนักปราบปรามยาเสพติด' เผยรู้ชื่อปลายทางพัสดุเฮโรอีนแอร์สาวแล้ว ชื่อเดียร์ยังไม่ฟันธงคนไทยหรือต่างชาติ เร่งสืบสวน 2 เครือข่ายยาเสพติดในภาคอีสาน ยังไม่ฟันธงต้นตอยาเสพติด