องค์การอนามัยโลกประเมินวัคซีนและวิธีหยุดยั้งการระบาดของอีโบลา

องค์การอนามัยโลกกำลังตรวจสอบว่าวัคซีนหรือวิธีการรักษาใด ๆ ที่อาจนำมาใช้ควบคุมการระบาดของอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เบื้องต้นประเมินว่าการระบาดอาจยาวนาน

โปสเตอร์แสดงหมายเลขติดต่อฉุกเฉินเกี่ยวกับโรคอีโบลาถูกติดไว้ที่เต็นท์ ณ ด่านชายแดนบูซุงกา ระหว่างยูกันดาและสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ในเมืองบุนดิบูโย เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม (Photo by Badru Katumba / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันอังคารที่ 19 พฤษภาคม 2569 กล่าวว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ จากการระบาดของไข้เลือดออกชนิดติดต่อร้ายแรง ซึ่งคาดว่าคร่าชีวิตผู้คนไปแล้ว 131 ราย และติดเชื้อมากกว่า 500 ราย

"ในระดับนานาชาติ เรากำลังพิจารณาว่ามีวัคซีนหรือวิธีการรักษาใดบ้างที่สามารถนำมาใช้ได้ในการระบาดครั้งนี้" แอนน์ อันเซีย ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก กล่าว

ขณะที่ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก กล่าวเมื่อวันอังคารว่า เขามีความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับขนาดและความเร็วของการระบาด และจะเรียกประชุมฉุกเฉินเกี่ยวกับวิกฤตการณ์นี้ในภายหลัง

ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือวิธีการรักษาใด ๆ สำหรับเชื้ออีโบลาสายพันธุ์บุนดิบูโย (Bundibugyo Ebolavirus - BDBV) ซึ่งเป็นสาเหตุของการระบาดครั้งล่าสุดของโรคนี้ ที่คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 15,000 รายในแอฟริกาตลอดช่วงครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา

ส่วนวัคซีนมีเฉพาะสำหรับสายพันธุ์ซาอีร์ (Zaire Ebolavirus) เท่านั้น

ในขณะนี้ ผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติระบุว่า วัคซีนที่ผ่านการรับรองสำหรับสายพันธุ์ซาอีร์ไม่สามารถนำมาใช้ในการรับมือกับสถานการณ์ปัจจุบันได้ และจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมอีกมาก

กลุ่มที่ปรึกษาทางเทคนิคขององค์การอนามัยโลกจะประชุมกันเพื่อให้คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัคซีนที่มีศักยภาพและควรได้รับความสำคัญเป็นอันดับแรก จากวัคซีนหลายตัวที่อยู่ระหว่างการพัฒนา

วัคซีนตัวหนึ่งชื่อ Ervebo อยู่ในกลุ่มที่กำลังพิจารณา เพื่อที่จะสามารถนำมาใช้ในการป้องกันและคุ้มครองเพิ่มเติมในชุมชนที่มีการระบาดได้ในที่สุด

อย่างไรก็ตาม อาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 เดือนกว่าจะพร้อมใช้งาน

การระบาดที่ประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เป็นการระบาดของอีโบลาครั้งที่ 17 ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และเจ้าหน้าที่ได้เตือนถึงความเสี่ยงสูงของการแพร่กระจาย

ทั้งนี้ มีผู้เสียชีวิตเกือบ 2,300 รายระหว่างปี 2018 ถึง 2020 ในการระบาดที่ร้ายแรงที่สุดในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกจนถึงปัจจุบัน

องค์การอนามัยโลกกำลังเร่งแก้ไขวิกฤตการณ์ในปัจจุบัน และได้ส่งผู้เชี่ยวชาญกว่า 40 คนไปยังพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตอบสนองระดับชาติ

หน่วยงานด้านสุขภาพของสหประชาชาติยังได้ส่งเสบียง 12 ตัน รวมถึงอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า จากกรุงกินชาซา เมืองหลวงของคองโก และกรุงไนโรบี ประเทศเคนยา

นอกจากนี้ยังร่วมมือกับพันธมิตรต่างๆ รวมถึงองค์กรการกุศลทางการแพทย์ 'Doctors Without Borders' เพื่อจัดตั้งศูนย์รักษาพยาบาล และพยายามเพิ่มขีดความสามารถของห้องปฏิบัติการให้สามารถรองรับสถานการณ์ได้มากที่สุด.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดเบื้องหลัง! มฤตยูเงียบในทุ่งนา 'โรคไข้ดิน'

เพจ "Center for Medical Genomics" ของศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี โพสต์ข้อความเรื่อง "แกะรอยมฤตยูเงียบในทุ่งนา: เบื้องหลัง ‘โรคไข้ดิน’ และความหวังใหม่จากมุกดาหารโมเดล" โดยระบุว่า

ผวาซํ้ารอย‘โควิด-19’ เฝ้าระวัง‘ไวรัสนิปาห์’!

รัฐบาลสั่งการติดตามสถานการณ์เฝ้าระวัง “ไวรัสนิปาห์” ใกล้ชิด หลังอินเดียพบผู้ป่วยเพิ่ม กำชับคัดกรองเข้ม ย้ำไม่พบผู้ป่วยในไทย ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก

วอนรัฐเร่งเคลียร์ 'ภูเขาขยะ' กลางเมืองหาดใหญ่ หวั่นโรคระบาด

ายวรพัทธ์ เจนวิศาลพงศ์ เจ้าของที่ดินจุดพักกองขยะ บริเวณสี่แยกไฟแดงสะพานดำ ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งทางเทศบาลนครหาดใหญ่ มีการขอเช่าและใช้พื้นที่