
'ไพบูลย์' ชี้ 'บิ๊กป้อม' นั่งรักษาการแทนนายกฯ 'บิ๊กตู่' ไม่มีปัญหา เชื่อประสบการณ์แน่น บริหารประเทศได้ ไม่ว่าอยู่ในตำแหน่งใด ซัดข้ออ้าง 'ตี๋เต้' เพ้อ 'เพื่อไทย' ไม่เอาแน่
25 ส.ค.2565 - นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แถลงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หยุดปฏิบัติหน้านายกรัฐมนตรีจนกว่าจำมีคำวินิจฉัยในวาระการดำรงตำแหน่ง 8 ปีว่า คำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นกลไกที่เป็นไปตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ที่ได้รับการเสนอชื่อจากพรรค พปชร. เมื่อต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว กลไกทางกฎหมายที่พรรคได้ศึกษาไว้ พบว่าไม่มีปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น ในฐานะที่พรรคเป็นพรรคแกนนำรัฐบาล และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร. ก็เป็นรองนายกรัฐมนตรี คนที่ 1 ซึ่งตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ในหมวด 6 ว่าด้วยการรักษาราชการแทน มาตรา 41 บัญญัติชัดเจนกรณีที่นายกฯ ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้รองนายกฯ รักษาราชการแทน นั่นคือ พล.อ.ประวิตร
“ขณะเดียวกัน มาตรา 48 วรรคหนึ่ง ระบุว่า ให้ผู้รักษาราชการแทน ตามความใน พ.ร.บ.นี้ มีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกันกับผู้ซึ่งตนแทน หมายความว่า รักษาราชการแทนนายกฯ มีอำนาจเช่นเดียวกับนายกฯ ทำให้การบริหารราชการแผ่นดินดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง ภารกิจของพรรคพลังประชารัฐก็ยังดูแลการบริหารราชการแผ่นดิน ในฐานะพรรคแกนนำต่อไปได้อย่างไม่มีข้อสะดุด สิ่งเหล่านี้เป็นกระบวนการซึ่งบัญญัติไว้ชัดเจนตามกฎหมาย เป็นหลักการในการรักษาเสถียรภาพรัฐบาล ซึ่งเป็นหน้าที่ของพรรคพลังประชารัฐ โดยเฉพาะหัวหน้าพรรค จึงขอให้ทุกท่านมั่นใจว่าการปฏิบัติหน้าที่รักษาการนายกฯ จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติเหมือนที่ผ่านมา”
นายไพบูลย์กล่าวอีกว่า พรรคน้อมรับคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ ตอนนี้รอกระบวนการวินิจฉัยของศาล แต่ไม่ว่าคำวินิจฉัยจะออกมาประการใด พรรคยังสามารถขับเคลื่อนในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินไปได้ตลอดจนกวาจะครบวาระของสภา ซึ่งจะครบช่วงเดือน มี.ค.2566 ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ห่วงใยทุกข์สุขประชาชนเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ดังนั้น ไม่ว่าท่านจะทำงานในฐานะใด ทางพรรคขอให้ความมั่นใจได้ว่า การบริหารราชการแผ่นดิน ความมั่นคงของประเทศจะเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ไม่มีปัญหาเหมือนที่หลายคนปลุกปั่น การดำเนินการทุกอย่างอยู่ภายใต้กฎหมาย และทุกอย่างจะมีทางออกไม่ว่าจะเกิดกรณีใดทั้งสิ้น
เมื่อถามว่า นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ทักท้วงว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ไปด้วย นายไพบูลย์ กล่าวว่า เป็นการพูดโดยไม่มีข้อกฎหมายบัญญัติ และหากฝ่ายค้านจะเสนอยื่นศาลตีความ ก็คงแล้วแต่เขา แต่ยืนยันว่าไม่เห็นมีข้อกฎหมายอะไรที่ทำแบบนั้นได้ เชื่อว่าในส่วนของพรรคเพื่อไทยมีนักกฎหมายอยู่หลายคน อ่านกฎหมายเป็นคงไม่ไปทำอะไรแบบนั้น และนายกฯ ก็ยังอยู่ในตำแหน่งแค่หยุดปฏิบัติหน้าที่ กระบวนการหลังจากนี้ต้องรอคำสั่งศาล ซึ่งเชื่อว่าใช้เวลาไม่นาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าว นายไพบูลย์ ได้นำหนังสือ “พี่ป้อม พี่ใหญ่ พี่ชายที่แสนดี” ซึ่งจัดพิมพ์เป็นครั้งแรก มอบให้แก่ผู้สื่อข่าว ซึ่งเนื้อหาภายในหนังสือระบุถึงประวัติส่วนตัวโดยย่อ ประสบการณ์ทำงาน ความสามารถของพล.อ.ประวิตร โดยนายไพบูลย์ ระบุด้วยว่า “ท่านเคยรักษาการนายกฯ หลายครั้งแล้ว การทำหน้าที่ของท่านมีความสามารถ ประสบการณ์สูงสุดในประเทศแล้ว”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศาล รธน.นัดไต่สวน 5 พยาน ปมบัตรเลือกตั้ง 'Barcode-QR Code' 26 ส.ค.
ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยาน 5 ปาก รวม “แสวง บุญมี” เลขาธิการ กกต. ปมบัตรเลือกตั้ง 8 ก.พ. ใช้ Barcode-QR Code
ศาลรัฐธรรมนูญมติเอกฉันท์ตีตก 2 คำร้องทั้งกรณี 'เด็ก กธ.ถูกถอนชื่อ-บัตรประชามติ'
ศาล รธน.ตีตกคำร้อง 'ก้องเกียรติ' เด็กกธ. ปมถูกถอนชื่อลงสมัคร สส.นครศรีธรรมราช ชี้คดีถึงที่สุดแล้ว พร้อมไม่รับกรณีร้อง กกต.ไม่ออกแบบบัตรประชามติให้มีช่องแก้ไข รธน.เป็นรายมาตราขัด รธน.
'แสวง' นำทีมพร้อมอีก 4 พยานไต่สวนคดีบาร์โค้ด 26 ส.ค.นี้
ศาล รธน.สั่งนัดไต่สวน 5 พยานรวมเลขา กกต. 26 ส.ค. นี้ ในคดีบัตรเลือกตั้ง 8 ก.พ. ปม Barcode–QR Code ละเมิดเลือกตั้งโดยลับ
เปิดผลสอบโกงท้องถิ่นชุด 'ปกรณ์' ชี้มีช่องโหว่เกือบทุกขั้นตอน!
เปิดผลสอบโกงท้องถิ่นชุด 'ปกรณ์' ชี้ช่องโหว่เกือบทุกขั้นตอน ตะลึงอัตราว่าง 8,548 อัตราบรรจุจริง 15,520 อัตรา จ่อทบทวนบทบาท ก.สถ. และทำฐานข้อมูลกลางคนทุจริตสอบ
'ปกรณ์' แย้มอาจออกกฎกระทรวงคุมเข้มปืนก่อนรอแก้กฎหมาย!
'ปกรณ์' จ่อหารือ 'กรมการปกครอง - กฤษฎีกา' แก้ พ.ร.บ.อาวุธปืน วางมาตรการเข้มตามรูปแบบต่างประเทศ เชื่อมโยงทั้งระบบ เล็งให้ต่อใบอนุญาตทุก 3 ปี รับอาจออกกฎกระทรวงก่อน เหตุใช้เวลาแก้ กม.นาน
ครม.สั่ง 300 กรมเปลี่ยนรหัสผ่านทันที ล้าง 3 หมื่นระบบใน 15 วัน-บังคับใช้ MFA
ครม.ยกระดับความปลอดภัยข้อมูลภาครัฐ รับมือบัญชีผู้ใช้งานรั่วไหล ไฟเขียว 3 มาตรการเร่งด่วน บังคับเจ้าหน้าที่กว่า 300 กรมเปลี่ยนรหัสผ่านทันที ตรวจสอบระบบสารสนเทศกว่า 30,000 ระบบภายใน 15 วัน พร้อมยกระดับใช้ MFA ปิดช่องภัยคุกคามไซเบอร์

