ชาวบ้าน 'เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน-ตาก' ฟ้องศาลปกครองขอให้ยุติโครงการผันน้ำยวม

ชาวบ้าน 3 จังหวัดร่วมฟ้องศาลปกครองขอให้ยุติโครงการผันน้ำยวม แฉอีไอเอฉบับ“ร้านลาบ”แอบอ้างภาพ-ชื่อ ผู้ใหญ่บ้านเผยกราบไว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองแม่น้ำ-ป่า “หาญณรงค์”ชี้หน่วยงานรัฐไม่ยอมฟังเสียงท้วงติง

19 ต.ค.2566 -  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำยวม-เงา-เมย-สาละวิน และประชาชนที่มีภูมิลำเนาและที่ทำกินใน จ.เชียงใหม่ จ.ตาก และ จ.แม่ฮ่องสอน รวม 66 คน ได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองเชียงใหม่ เพื่อขอให้พิพากษาว่า โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล แนวส่งน้ำยวม-อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล เป็นโครงการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ)ไม่ชอบด้วยกฏหมาย โดยมีผู้ถูฟ้อง 5 ราย ประกอบด้วย กรมชลประทาน คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรี ขณะที่ผู้รับมอบอำนาจผู้ฟ้องคดี ได้แก่ น.ส.ส.รัตนมณี พลกล้า นายธรธรร การมั่งมี น.ส.เฉลิมศรี ประเสริฐศรี ทนายความเครือข่าย และนักกฎหมาย ของมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน เป็นผู้รับมอบอำนาจในการดำเนินคดีแทนผู้ฟ้องคดี

เหตุผลในการฟ้องระบุว่า โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเขื่อนภูมิพล แนวส่งน้ำยวม-อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล และอีไอเอที่รู้จักในชื่ออีไอเอร้านลาบ ซึ่งระบุว่ามีองค์ประกอบของโครงการ 7 องค์ประกอบคือ เขื่อนผันน้ำยวม ถนนเข้าเขื่อน อ่างเก็บน้ำยวม สถานีสูบน้ำบ้านสบเงา ระบบอุโมงค์ส่งน้ำ (62 กม.) พื้นที่เก็บกองวัสดุจากการขุดเจาะอุโมงค์และถนนเข้าหัวงานต่างๆ ทางออกอุโมงค์ส่งน้ำและการปรับปรุงลำห้วยงูด โดยมีพื้นที่โครงการรวม 3,641 ไร่ เป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ (โซน ซี(C)) มีพื้นที่ซ้อนทับกับพื้นที่เตรียมประกาศอุทยานแห่งชาติแม่เงา และเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 โดยหมู่บ้านและรายชื่อผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากโครงการตามที่อ้างใน EIA ครอบคลุมพื้นที่ 36 หมู่บ้าน โดยมีครัวเรือนที่จะได้รับผลกระทบจากโครงการ 29 ราย

ผู้ฟ้องคดีขอศาลได้โปรดพิจารณาพิพากษา ดังนี้ 1 ขอให้พิพากษาว่า โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล แนวส่งน้ำยวม-อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล เป็นโครงการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และการดำเนินการต่างๆของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งห้าเกี่ยวกับโครงการเป็นการดำเนินการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขอให้เพิกถอน/ยกเลิกโครงการดังกล่าวเสีย

2 ขอให้พิพากษาว่า การจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ของ โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล แนวส่งน้ำยวม-อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล เป็นรายงานที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขอให้เพิกถอนรายงานและการให้ความเห็นชอบดังกล่าวเสีย

3 ขอให้พิพากษาว่า การจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนของโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล แนวส่งน้ำยวม-อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล เป็นการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขอให้เพิกถอนการดำเนินการดังกล่าวเสีย

4 ขอให้พิพากษาว่า ให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งห้า ปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง การแจ้งข้อมูลและการเผยแพร่ข้อมูลอย่างเหมาะสมและจริงจัง จัดให้มีกระบวนการมีส่วนร่วม และรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ก่อนที่จะดำเนินการและระหว่างดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการดูแล ปกป้อง รักษาแม่น้ำยวม แม่น้ำเงา แม่น้ำเมย และแม่น้ำสาละวิน

5 ขอให้พิพากษาว่า ให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งห้า ดำเนินการออกกฎหมาย หรือกฎ หรือระเบียบ เพื่อดำเนินการการคุ้มครอง อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ในลุ่มแม่น้ำแม่น้ำยวม แม่น้ำเงา แม่น้ำเมย และแม่น้ำสาละวิน

ทั้งนี้เมื่อทนายและผู้แทนคดีได้ยื่นเอกสารเรียบร้อยแล้วแล้ว ศาลปกครองได้รับเป็นคดีหมายเลย ส.44/2566 และศาลจะพิจารณารับฟ้องต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศที่ศาลปกครองเป็นไปอย่างคึกคัก มีชาวบ้านจากพื้นที่ 3 จังหวัดเดินทางมาร่วมยื่นฟ้องราว 70 คน โดยต่างสวมชุดชาติพันธุ์กะเหรี่ยง

นายวันไชย ศรีนวน ผู้ใหญ่บ้านแม่งูด อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ กล่าวว่าทุกวันนี้ในฤดูฝนน้ำจากเขื่อนภูมิพลก็เอ่อท่วมอยู่แล้ว ตอนที่นักวิชาการเข้ามาจัดทำอีไอเอ จัดประชุมกลุ่มย่อย ได้บอกเรื่องค่าชดเชย แต่ชาวบ้านบอกชัดเจนว่าเราไม่เอาไม่ต้องการค่าชดเชยใดๆ ต้องการให้ยุติโครงการผันน้ำ เพื่อให้ได้มีชีวิตปกติสุข ให้สิทธิชุมชนได้รับการปกป้อง

“เราชาวแม่งูด อ.ฮอด อยากฟ้องมานานแล้ว เรามากันกว่า 50 คนจาก ต.นาคอเรือวันนี้ เหมารถเมล์นั่งมาแต่เช้ามืด จุดหมายเดียวคือไม่เอาโครงการผันน้ำ เมื่อคืนนี้ก่อนออกเดินทางเราก็ได้ทำพิธีกรรมเพื่อไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของหมู่บ้าน ให้คุ้มครองเรา แม่น้ำของเรา ผืนป่าของเรา” ผู้ใหญ่บ้าน 1 ในผู้ฟ้องคดีกล่าว

นางดาวพระศุกร์ มึปอย ชาวบ้านแม่เงา อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ผู้ฟ้องคดีกล่าวว่ารู้สึกกังวลกับโครงการผันน้ำยวม ว่าหากเกิดขึ้นจริงหมู่บ้านจะได้รับผลกระทบเสียหาย ชาวบ้านทำมาหากินยาก

“เสียใจมากที่เห็นรูปของตัวเองถูกเอามาใช้ผิดๆ แบบนี้ในอีไอเอ เขาแค่มาเอาของมาแจกแล้วขอถ่ายรูปเซลฟี่ แต่กลับนำรูปไปลงในอีไอเอ ใส่ข้อมูลผิดๆ ทำแบบนี้ถูกต้องได้อย่างไร” นางดาวพระศุกร์กล่าว

นายสะท้าน ชีววิชัยพงศ์ ผู้ฟ้องคดีกล่าวว่าที่ผ่านมาเราถูกกระทำมาโดยตลอด เหมือนเขาข่มขู่ ใส่ร้ายป้ายสี วันนี้เราลุกขึ้นปกป้องศักดิ์ศรีของเรา หากชุมชนไม่ลุกขึ้นเปิดเผยความจริงก็คงถูกเหยียบย่ำไปตลอด

“ผมทำงานในลุ่มน้ำยวม เงา เมย สาละวิน มาเกือบ 30 ปี แต่กลับมีหน่วยงานมาเอารูปของผมไปใช้ผิดๆ ในรายงาน EIA ข้อมูลไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริง และเมื่อพวกเรา 3 จังหวัดมาดูเอกสารร่วมกันโดยละเอียดกับทีมกฎหมาย ก็พบว่าเป็นแบบนี้ทุกพื้นที่ การฟ้องต่อศาลปกครองในครั้งนี้ผมไม่คิดว่าจะแพ้หรือชนะ แต่ความจริงต้องถูกเปิดเผย เราสู้ลำพังไม่ได้ ต้องร่วมกัน พี่น้องที่บ้านยังมีอีกมาก อยู่ห่างไกลไม่สามารถเข้าถึงข้อมูล” นายสะท้านกล่าว

นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ ประธานมูลนิธิบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ กล่าวว่าตลอดเวลา 7 ปีที่กรมชลประทานผลักดันโครงการนี้ ชาวบ้านได้ส่งหนังสือเพื่อทักท้วงถึงข้อมูลที่ไม่เป็นจริงในรายงานอีไอเอขั้นตอนการมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนแล้ว แต่หน่วยงานกลับไม่หยุด ไม่ฟังข้อท้วงติงใดๆ วันนี้จึงจำเป็นต้องรวมตัวกันมาฟ้องต่อศาลปกครอง และจะมีการยื่นขอคุ้มครองชั่วคราว เราไม่ควรให้หน่วยงานต้องปรับการบริหารจัดการน้ำอย่างเหมาะสม ไม่ละเลยชุมชนที่จะได้รับผลกระทบโดยตรง และคาดหวังว่าศาลจะพิจารณา เนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีผลกระทบรุนแรงกว้างขวางข้ามจังหวัด ข้ามลุ่มน้ำ ใช้งบประมาณแผ่นดินกว่า 2 แสนล้านบาท ไม่สามารถเร่งรีบได้

“กรมชลประทานต้องนำข้อมูลโครงการวิเคราะห์โครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพลแนวส่งน้ำยวม-อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล ซึ่งศึกษาแล้วเสร็จเมื่อปี 2565 เพราะมีข้อมูลที่สำคัญโดยเฉพาะการเปิดให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุน” นายหาญณรงค์กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ดร.ธรณ์' ข้องใจ 'แลนด์บริดจ์' งบฯศึกษาผลกระทบในทะเลจริงๆกี่บาท เพียงพอหรือไม่

ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า

แหยง! 'พิพัฒน์​' ยกเลิกลงพื้นที่ดูแลนด์บริดจ์​ 8 พ.ค.นี้​ รอ 'เอกนิติ' ศึกษา​ 90 วัน ​

ที่ทำเนียบรัฐบาล นาย​พิพัฒน์​ รัช​กิจ​ประการ​ รองนายก​รัฐมนตรี​ และ​รมว.คมนาคม​ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีนายอนุทิน​ ชาญ​วี​รกูล​ นายก​รัฐม

รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง

4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

เชียงใหม่ยังอ่วม! พ่อเมืองสั่งทุกพื้นที่เฝ้าระวังจุดความร้อน 24 ชั่วโมง

เชียงดาวระดมโดรนดับไฟป่า เสริมแนวป้องกัน 'ดอยนาง' คุมสถานการณ์ต่อเนื่อง จุดความร้อนทั้งจังหวัดยังพุ่งสูง พ่อเมืองย้ำทุกพื้นที่เฝ้าระวังติดตามตลอด 24 ชม.ฝนหลวงบินช่วยต่อเนื่อง

'สุชาติ' สั่ง ฮ.ลำเลียงด่วน! ช่วยชีวิตผู้ป่วยหัวใจขาดเลือดจากแม่ฮ่องสอน ส่งถึงมือแพทย์เชียงใหม่ทันสงกรานต์

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการเร่งด่วนให้สนับสนุนภารกิจการแพทย์ฉุกเฉิน ส่งเฮลิคอปเตอร์เข้าช่วยเหลือผู้ป่วยวิกฤตจากพื้นที่ห่างไกลในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อนำตัวเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงทีในจังหวัดเชียงใหม่

'สุชาติ' ห่วงใยประชาชนภาคเหนือ สั่ง คพ.ระดมรถตรวจวัดอากาศเคลื่อนที่ พร้อมนักวิชาการ ติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 อย่างใกล้ชิด

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) มีความห่วงใยประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ จากสถานการณ์หมอกควันและฝุ่นละออง PM2.5 ที่ยังคงส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการดำรงชีวิตของประชาชนในหลายพื้นที่ จึงได้สั่งการกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ระดมรถตรวจวัดคุณภาพอากาศเคลื่อนที่ พร้อมอุปกรณ์ตรวจวัดและทีมนักวิชาการ ลงพื้นที่ภาคเหนือโดยด่วน