
30 ก.ย. 2568- เมื่อเวลา 09.21 น. ในการอภิปรายแถลงนโยบายของรัฐบาล น.ส.จิราพร สินธุไพร สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า รัฐบาลที่นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรัฐบาลพิเศษ เกิดท่ามกลางสถานการณ์ที่ผิดปกติ จัดตั้งด้วยรัฐบาลด้วยวิธีพิสดาร เพราะหลังจากพรรคภูมิใจไทยประกาศถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาลในวันที่ 18 มิ.ย. ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตรึงเครียดบริเวณชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ต่อมาวันที่ 24 มิ.ย. ผู้นำประเทศเพื่อนบ้านประกาศว่าประเทศไทยจะเปลี่ยนนายกฯในอีก 3 เดือน คล้อยหลังคำประกาศของประเทศเพื่อนบ้านเพียง 1 สัปดาห์ ในวันที่ 1 ก.ค. ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯขณะนั้นหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที และในที่สุดวันที่ 29 ส.ค.ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธารพ้นจากตำแหน่งนายกฯ จนตอนนี้เกิดรัฐบาลที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล นำโดยนายอนุทินเป็นนายกฯ นับเวลาดูแล้วไม่น่าเชื่อว่าประเทศไทยเรามีรัฐบาลใหม่ใน 3 เดือนตามที่ผู้นำประเทศเพื่อนบ้านประกาศไว้จริงๆ เป็นที่น่าอัศจรรย์ความเคลื่อนไหวของผู้นำประเทศเพื่อนบ้านสอดคล้องและสอดประสานกับกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ในประเทศไทยได้พอดิบพอดีอย่างน่าเหลือเชื่อ เป๊ะราวกับจัดวาง
สส.ร้อยเอ็ดอภิปรายว่า นอกจากนี้ ในระหว่างเปลี่ยนรัฐบาลจนถึงวันตั้งรัฐบาลเราจะพบว่ามีข่าวลือ ความลึกลับเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลเกิดขึ้นมากมาย แม้แต่แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคยังบอกว่าพูดไม่ได้ ทำให้หลายคนสงสัยว่าแท้จริงแล้ว MOA หรือข้อตกลงทางการเมืองที่ทำให้เกิดรัฐบาลเสียงข้างน้อยภาคพิสดารนี้อาจเป็นเพียงแค่ข้อตกลงฉากหน้า แต่แท้จริงแล้วฉากหลังมีข้อตกลงที่ไม่ได้ระบุไว้ใน MOA นี้อีกหรือไม่ เป็นสิ่งที่ประชาชนคาใจว่าข้อตกลงเหล่านั้นคืออะไร หรือมีเบื้องหลัง MOA คืออะไรกันแน่ พรรคฝ่ายค้านที่ร่วมทำข้อตกลงก็หวังใช้ MOA บังคับรัฐบาลให้ทำข้อตกลงที่ทำกันไว้ แต่ความเป็นจริง แม้รัฐบาลเกิดจาก MOA แต่ปรากฏว่าพอรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยคลอดออกมามีชีวิตขึ้นได้ก็เริ่มแสดงอิทธิฤทธิ์ทำลายข้อตกลงนี้ทันที ในข้อตกลงที่ 4 ระบุห้ามรัฐบาลเปลี่ยนร่างเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก แต่ข้อตกลงนี้ก็ถูกฉีกตั้งแต่วันแรกที่โหวตเลือกนายอนุทินเป็นนายกฯ คะแนน 311 เสียง หักฝ่ายค้านที่ทำข้อตกลง หักพรรคร่วมรัฐบาล ออกไปแล้วมันมีคะแนนที่ล้นจากจำนวนที่สื่อมวลชนคำนวณเอาไว้ และเมื่อไม่นานมีปรากฏภาพของกลุ่ม สส.แสดงท่าทีชัดเจนว่าเตรียมย้ายเข้าร่วมกับพรรคภูมิใจไทย ตนเชื่อว่าระยะเวลา 4 เดือนก่อนการยุบสภา พรรคภูมิใจไทยจะเร่งเครื่องเพิ่มจำนวน สส.อีก หากเกิดจริงแบบนี้รัฐบาลย่อมขยับเข้าใกล้เสียงข้างมากเข้าไปทุกที
น.ส.จิราพร กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 30 ก.ย. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน อภิปรายเน้นย้ำกับนายกฯว่าอยากให้นายกฯเคารพข้อตกลงที่ทำไว้กับพรรคประชาชน แต่การที่พรรคภูมิใจไทยมีท่าทีและเจตนาอย่างโจ่งแจ้งในการสะสมกำลังพลแบบนี้เท่ากับว่ากำลังจงใจฉีกข้อตกลง MOA แบบไม่เกรงใจผู้นำฝ่ายค้านเลย ในเมื่อรัฐบาลและนโยบายรัฐบาลนี้เกิดจาก MOA แต่รัฐบาลไม่เคารพข้อตกลงที่ทำกันไว้ แล้วเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่ารัฐบาลจะทำภารกิจใน 4 เดือนนี้และทำตาม MOA ที่ทำไว้ได้สำเร็จได้จริง ถ้าเราศึกษาประวัติศาสตร์การเมืองไทยในอดีตจะมีนายกฯและรัฐบาลเฉพาะกิจที่ตั้งขึ้นมาเพื่อเตรียมการยุบสภาโดยเฉพาะคือ รัฐบาลนายอานันท์ ปันยารชุน ซึ่งหากไปดูการแถลงนโยบายของรัฐบาลนายอานันท์ จะเห็นว่ามีความยาวแค่ 1 หน้ากระดาษ ระบุชัดเจนว่าเป็นรัฐบาลเฉพาะกิจที่ตั้งขึ้นมาเพื่อคืนอำนาจอธิปไตยของประชาชน มีการระบุนโยบายในการแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศแค่บางประการ และรัฐบาลได้ทำตามสิ่งที่ได้แถลงไว้คือการยุบสภาในเวลาอันรวดเร็ว เปิดให้มีการเลือกตั้ง ขณะที่รัฐบาลนายอนุทินมีสถานะรัฐบาลที่มีข้อตกลงกับฝ่ายค้านผ่านการทำ MOA สิ่งที่นายอนุทินควรแถลงต่อรัฐสภาคือ การเอา MOA มาบรรจุในคำแถลงนโยบาย MOA ไม่ได้มีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่ถ้าดูสถานะทางการเมืองมีสถานะที่มีน้ำหนักและมีผลต่อรัฐบาลชุดนี้มากกว่านโยบายที่นายอนุทินอ่านให้ฟัง คนที่พูดถึง MOA น้อยที่สุดคือรัฐบาลเสียเอง ถ้าตนเป็นพรรคที่โหวตให้ท่านเป็นนายกฯ การทำแบบนี้ต้องถึงขั้นอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว
น.ส.จิราพร กล่าวว่า สิ่งที่คนอยากฟังคือนโยบายที่นายกฯไม่ได้อ่านคือ คดีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและพัวพันและรัฐมนตรีบางคน คือ คดีฮั้ว สว. และคดีเขากระโดง รัฐบาลจะเอาอย่างไร ประชาชนยังหวาดระแวง กลัวนายกฯจะเข้ามายุบคดีก่อนที่จะยุบสภา เมื่อวันที่ 29 ก.ย.นายกฯที่เป็นผู้ต้องหาของ กกต. ดีเอสไอ แถลงยืนยันว่าถูกกลั่นแกล้งแบบนี้ เท่ากับเป็นการแถลงนโยบายกับข้าราชการแล้วว่าถ้าใครทำคดีฮั้ว สว. คดีเขากระโดงต่อ เท่ากับเป็นการกลั่นแกล้งนายกฯหรือไม่ แบบนี้ข้าราชการนั่งตัวแข็งหมดไม่กล้าทำอะไร
เธอระบุว่า มีข้อสังเกต MOA ทำให้เกิดรัฐบาลที่กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ เด็ดขาด เป็นรัฐบาลที่มีอำนาจเป็นรองเพียงแค่รัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร รัฐบาลนี้ขาดแค่มาตรา 44 นอกนั้นมีครบทุกอย่าง ถ้าเกิดการกุมอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแบบนี้ แม้มีการเปลี่ยนรัฐบาลแต่ประเทศไทยก็ยังต้องอยู่กับระบอบสีน้ำเงินไปอีก 10 ปี การตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยด้วยวิธีแปลกประประหลาดจึงเหมือนเป็นการชุบชีวิตพรรคสีน้ำเงินและฝ่ายอนุรักษ์นิยมให้กลับมามีอาวุธครบมือ การทำ MOA ไม่ได้ทำให้ประเทศไทยเข้าใกล้ช่วงเวลาแห่งการฟื้นฟูประชาธิปไตย แต่เป็นการฟื้นคืนชีพของฝ่ายอนุรักษ์นิยมและอำนาจพิเศษอย่างเต็มรูปแบบ ดังนั้น พรรคเพื่อไทยจะทำให้ 4 เดือนต่อจากนี้เป็น 4 เดือนแห่งการตรวจสอบอย่างเข้มข้น เชื่อว่ารัฐบาลนี้ไม่ได้อยากอยู่แค่ 4 เดือน แต่มีเป้าหมายที่วางแผนจะอยู่ต่ออีก 4 ปี
ทำให้ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี และโฆษกพรรคภูมิใจไทย อภิปรายว่า ตนในนามวิปรัฐบาล ได้นั่งฟังอย่างตั้งใจและอดทน เพราะเราไม่อยากมีการประท้วงเพื่อตัดเวลาหรือเพื่อขัดจังหวะผู้อภิปรายแต่อย่างใด และเราก็หวังว่าวันนี้ทั้งวันในเวลาที่เหลือของแต่ละฝ่ายจะใช้อย่างคุ้มค่าเป็นประโยชน์ และตรงประเด็น นั่นคือข้อมูลต้องครบถ้วน ไม่ใช่ข้อมูลครึ่งๆกลางๆ หรือข้อมูลที่ชี้นำให้คนเข้าใจผิดไปมากกว่านี้ ฉะนั้น ตนและเพื่อนสมาชิกหลายคน เราเป็นสส.กันมานาน คงจะทราบกันดีว่าไม่มีการแทรกแซงยุคไหนไปมากกว่าชั้น 14 อีกแล้ว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' หารือทวิภาคี 'นายกฯ ภูฏาน' กระชับสัมพันธ์แน่นแฟ้น เตรียมลงนามความร่วมมือ 3 ฉบับสำคัญ
นายกฯอนุทิน หารือทวิภาคีนายกฯภูฏาน กระชับสัมพันธ์แน่นแฟ้น ต่อยอด FTA เปิดตลาดสินค้าไทย หนุนเอกชนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน–พลังงานสะอาด ขยายความร่วมมือด้านสาธารณสุขและการศึกษา
พระสงฆ์ภูฏานสวดมนต์ทำพิธี 'ซุงดึอ' ผูกด้ายศักดิ์สิทธิ์ต้อนรับ 'นายกฯอนุทิน' ถึงโรงแรมที่พัก
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พร้อมภริยาและคณะเดินทางถึงโรงแรมเพมาโกะ ทิมพู ซึ่งเป็นโรงแรมที่พักของนายกฯ และภริยา
ผู้นำฝ่ายค้าน กั๊กยื่นอภิปรายทั่วไป ม.152 ขอดูท่าทีรัฐบาลก่อน
'เท้ง' กั๊ก ยื่น ม.152 ลั่น ขอดูท่าที 'รัฐบาล' ชี้ เคาะวันซักฟอก 7-11 ธ.ค. ยิ่งทำข้อมูลแน่น ยัน 'ฝ่ายค้าน' พร้อมทุกสัปดาห์ ซัด ไม่โต้กลับวาทะ 'นายกฯ' บอก ให้ประชาชนตัดสิน ลุย ขับเคลื่อนกฎหมาย-งบปี 71
ประกาศเจตนารมณ์ร่วมขับเคลื่อน '1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา' ยกระดับไทยเป็นที่ 1 ของเอเชีย
'ปกรณ์' ประกาศเจตนารมย์ร่วมขับเคลื่อนโครงการ 1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา ลั่น ทุจริตเป็นเรื่องใหญ่ยาวฉุดรั้งประเทศ วางกรอบปรับกระบวนการทำงานให้รวดเร็ว-ใช้เทคโนโลยีเพิ่ม ลดใช้ดุลยพินิจ ปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย เชื่อ ส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตประชาชน ย้ำ ต้องทำตั้งแต่วันนี้เพื่อยกระดับไทยเป็นที่ 1 ของเอเชีย
'สีหศักดิ์' ย้ำเตรียมแผนไว้ทุกสถานการณ์ ดูแลคนไทยเหตุตะวันออกกลางปะทุ
'สีหศักดิ์' ย้ำความพร้อม สถานทูตแจ้งเตือน-มีแผนอพยพร่วมกองทัพ หากสถานการณ์ตะวันออกกลางปะทุอีกรอบ

