เวทีนักกฎหมายสิ่งแวดล้อมทั่วโลก หวั่นผลกระทบเหมืองแร่ เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์อย่างรุนแรง

หวั่นเหมืองแร่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์อย่างรุนแรง ที่ประชุมนักกฎหมายสิ่งแวดล้อมโลกร่วมหาทางออก เผยจีนครอบงำห่วงโซ่อุปทานแร่สำคัญ

24 เมษายน 2569 - ที่ห้องประชุมอาคารพินิตประชานาถ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน ร่วมกับคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNDP) เครือข่ายนักกฎหมายสิ่งแวดล้อม (Environmental Law Alliance Worldwide-ELAW) มูลนิธิแม่น้ำและสิทธิ (Rivers and Rights)จัดประชุมด้านกฎหมายสิ่งแวดล้อมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (2026 Public Interest Environmental Law Conference) โดยมีผู้เข้าร่วมเป็นนักวิชาการกฎหมาย นักกฎหมาย ภาคประชาสังคม และตัวแทนชุมชน กว่า 130 คน จาก 41 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วม ทั้งจากทวีปเอเชีย แอฟริกา ยุโรป และละตินอเมริกา

น.ส.ส.รัตนมณี พลกล้า ทนายความมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน กล่าวว่าการประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ เพื่อก้าวสู่ความยุติธรรมด้านสิ่งแวดล้อม ธรรมาภิบาลข้ามพรมแดน ความรับผิดชอบต่อสภาพภูมิอากาศ และสิทธิของชุมชน ซึ่งขณะนี้ทั่วโลก ชุมชนและสิ่งแวดล้อมกำลังเผชิญปัญหา ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ การคุกคามนักปกป้องสิทธิ การสูญเสียแหล่งทรัพยากร ความมั่นคงทางอาหาร เศรษฐกิจท้องถิ่น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างความร่วมมือ

“สหประชาชาติได้รับรองสิทธิในการมีสิ่งแวดล้อมที่สะอาด ดีต่อสุขภาพ และยั่งยืน ให้เป็นสิทธิมนุษยชนสากล ซึ่งครอบคลุมถึงอากาศที่สะอาด น้ำที่ปลอดภัย อาหารที่มีคุณภาพ สภาพภูมิอากาศที่มั่นคง และสภาพแวดล้อมที่ปราศจากสารพิษ แม้มติดังกล่าวจะไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายโดยตรง แต่ได้ส่งเสริมให้ประเทศต่าง ๆ นำหลักการเหล่านี้ไปบรรจุในกฎหมายและนโยบายของตน เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มลพิษ และการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ” ทนายความกล่าว

เออเรน (Euren Cuevas Medina) นักกฎหมายจากโดมินิกัน นำเสนอภาพรวมสถานการณ์ในภูมิภาคอเมริกาใต้ โดยกล่าวถึงความตกลงเอสกาซู (Escazú Agreement) ซึ่งเป็นสนธิสัญญาระดับภูมิภาคของลาตินอเมริกาและแคริบเบียน ที่ลงนามในปี พ.ศ. 2561 และถือเป็นหมุดหมายสำคัญด้านสิทธิสิ่งแวดล้อมในระดับโลก ความตกลงดังกล่าวรับรองสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม การมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจ และการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม อีกทั้งยังเป็นข้อตกลงฉบับแรกที่กำหนดมาตรการคุ้มครองนักปกป้องสิ่งแวดล้อมอย่างมีผลผูกพัน โดยมุ่งส่งเสริมความโปร่งใส การพัฒนาที่ยั่งยืน และการสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับภาคประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์พื้นเมืองที่มีความเปราะบาง

เออเรน ระบุว่าความตกลงเอสกาซูมีเสาหลักสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ การเข้าถึงข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งกำหนดให้รัฐต้องจัดทำและเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นระบบเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างโปร่งใส การมีส่วนร่วมของสาธารณะ ที่เน้นการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของการตัดสินใจ การเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้สามารถแก้ไขข้อพิพาทและตรวจสอบการดำเนินงานของรัฐได้ และการคุ้มครองนักปกป้องสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดให้รัฐมีหน้าที่ป้องกัน สืบสวน และลงโทษการคุกคามหรือความรุนแรงต่อผู้ที่ปกป้องสิทธิด้านสิ่งแวดล้อม

มูตูโซ (Mutuso Dhliwayo) จากองค์กรกฎหมายสิ่งแวดล้อม Zimbabwe Environmental Law Organization จากประเทศซิมบับเว กล่าวว่าในระดับโลก จีนครอบครองห่วงโซ่อุปทานของแร่สำคัญชนิดนี้ถึงประมาณ 85–95% อุตสาหกรรมการสกัดทรัพยากรแร่ในประเทศแอฟริกา เช่น คองโก แอฟริกาใต้ และซิมบับเว ได้สร้างต้นทุนทางสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างสูงต่อชุมชนท้องถิ่น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มาตรการคุ้มครองด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมยังขาดแคลนหรือไม่ได้รับการบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ชุมชนจำนวนมากต้องอพยพ และเหมืองแร่สร้างปัญหาการแย่งชิงน้ำสะอาด ซึ่งขณะนี้อยู่ในการรวบรวมพยานหลักฐานฟ้องคดีเรียกค่าเสียหายและฟื้นฟู

การ์เบรียล ออกัสติน (Gabriel Agustin, Oikos Red Ambiental) นักกฎหมายจากอาร์เจนติน่า กล่าวถึงผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ critical minerals ว่าในอาร์เจนติน่า มีเหมืองจำนวนมากมาย ที่ส่งแร่ขายให้ตลาดโลก โดยเฉพาะทองแดง ทองคำ ฯลฯ เหมืองจำนวนมากผิดกฎหมาย ละเมิดสิทธิมนุษยชน กระทบชุมชนอย่างร้ายแรง ซึ่งที่อาร์เจนติน่า เหมืองแร่มักตั้งอยู่ในพื้นที่ภูเขาสูง กระทบต่อธารน้ำแข็งและแหล่งต้นน้ำสำคัญ ซึ่งเหมืองเหล่านี้อาจละเมิดกฎหมายคุ้มครองธารน้ำแข็งของอาร์เจนตินา เหมืองเหล่านี้ยังส่งผลกระทบต่อปัญหาการขาดแคลนน้ำ เช่น เหมือง La Alumbrera มีการใช้น้ำประมาณ 25,000 ล้านลิตรต่อปี ส่งผลกระทบต่อการผลิตทางการเกษตร ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของแหล่งน้ำจากโลหะหนักและสารพิษยังเป็นประเด็นที่น่ากังวลอย่างยิ่ง นอกจากนี้ชุมชนท้องถิ่นมีความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับการจัดการกากแร่ การรั่วไหลของสารปนเปื้อน จากกระบวนการทำเหมือง

“เหมืองแร่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์อย่างรุนแรง การสูญเสียพันธุ์พืชและสัตว์ และการรบกวนความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ภูเขาหิมะที่เปราะบาง อุตสาหกรรมเหมืองทำให้มีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ นโยบายของรัฐบาลชุดมุ่งดึงดูดการลงทุนและผ่อนคลายข้อจำกัดด้านสิ่งแวดล้อม จึงมีการคัดค้านอย่างหนัก นักกฎหมายได้ฟ้องร้อง จนส่งผลให้มีคำสั่งศาลในระดับท้องถิ่นให้ระงับโครงการบางส่วน แต่ส่วนใหญ่ของปัญหาผลกระทบก็ยังดำเนินอยู่”

นักกฎหมายอาร์เจนติน่าได้กล่าวว่าได้มีการฟ้องกรณีเหมืองแร่ โดยขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวและมาตรการเชิงป้องกันล่วงหน้า โดยอาศัยหลัก periculum in mora (อันตรายจากความล่าช้า หรือความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหาย หากศาลไม่ดำเนินการอย่างเร่งด่วน) ซึ่งชี้ว่าหากศาลรอให้มีคำพิพากษาถึงที่สุด ซึ่งอาจใช้เวลาหลายปี ความเสียหายต่อระบบนิเวศภูเขาสูงอาจเกิดขึ้นและไม่สามารถฟื้นฟูได้ คำร้องที่ยื่นต่อศาลสูงสุดของจังหวัดมีข้อเรียกร้องที่ชัดเจน ได้แก่ คำสั่งห้ามเปลี่ยนแปลงสภาพ ขอให้มีคำสั่งห้ามดำเนินการก่อสร้าง เปิดเส้นทาง หรือเจาะสำรวจใด ๆ โดยกำหนดบทลงโทษทางอาญาต่อผู้ที่ฝ่าฝืน คำฟ้องยังได้เสนอแนวคิดสำคัญเรื่อง “ภาระการพิสูจน์” โดยชี้ว่า เนื่องจากชุมชนไม่มีทรัพยากรเพียงพอในการจัดทำการศึกษาผลกระทบทางธรณีวิทยาหรืออุทกวิทยาขนาดใหญ่ จึงควรให้รัฐและบริษัทเหมืองเป็นฝ่ายพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่าโครงการจะไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศในการประชุมเป็นไปอย่างคึกคัก โดยการประชุมมีการแปลภาษาไทย อังกฤษ ฝรั่งเศส และสเปน ผู้เข้าร่วมต่างมีคำถามและความคิดเห็นที่น่าสนใจในประเด็นกฎหมายในแง่มุมต่างๆ โดยการประชุมจะจัดต่อเนื่องในวันพรุ่งนี้ (25 เมษายน 2569) ระหว่างเวลา 8.30-17.20 น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นักวิชาการ มธ. ชำแหละข้อจำกัดทางกฎหมายของรัฐบาลในการบริหารจัดการไฟป่า-PM 2.5

นักวิชาการธรรมศาสตร์ ชี้ช่องโหว่กฎหมายจัดการไฟป่า ยังไม่มีกฎหมายให้อำนาจ “ประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉิน” เพื่อระดมทรัพยากรจัดการไฟป่า - PM 2.5 โดย

มลพิษอื้อทั้งในน้ำ-อากาศ คนเชียงรายเผชิญทุกข์หนัก พบสารพิษเกินมาตรฐานในแม่น้ำกก ค่าฝุ่นสูงลิ่ว

มลพิษอื้อทั้งในน้ำ-อากาศ “คนเชียงราย” เผชิญทุกข์หนัก-คพ.รายงานสถานการณ์ในแม่น้ำกก-สาย-รวก-โขงยังพบสารโลหะหนักเกินมาตฐานหลายพื้นที่-ออกประกาศเตือนพื้นที่ อ.แม่สาย-อ.เชียงของ ค่าฝุ่นสูงลิ่วจนเป็นอันตราย

บีแอลซีพี ชู 3 นวัตกรรมดักจับฝุ่นและมลพิษในโรงไฟฟ้า

บีแอลซีพี เดินแผนเชิงรุกด้านสิ่งแวดล้อม เน้นการป้องกันชู 3 นวัตกรรมดักจับฝุ่นและมลพิษขั้นสูง พร้อมมาตรฐานการตรวจสอบเข้ม พร้อมเปิดระบบตรวจสอบคุณภาพอากาศแบบ Real-time สร้างความมั่นใจภาคประชาชนและชุมชน

กทม.อ่วม! เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 สูงเกินมาตรฐานระดับสีส้ม 33 เขต

ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ในกรุงเทพมหานคร ประจำวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 07:00 น.

'กสม.' ชี้โรงไฟฟ้าหงสาในลาว เสี่ยงก่อมลพิษข้ามแดนกระทบน่าน

กสม. ชี้โครงการโรงไฟฟ้า–เหมืองถ่านหิน 'หงสา' ในลาว เสี่ยงสูงก่อมลพิษข้ามพรมแดนกระทบชาวน่าน จี้บริษัทเอกชน–กฟผ.ใช้มาตรฐานสิ่งแวดล้อมสูงสุด ติดตั้งระบบตรวจวัดสารปรอท 24 ชม.

สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย(TEI) เผยผลสำรวจพบคนไทยกว่า 88% อ่วม! เจอมลพิษรุนแรง PM2.5 นำโด่ง 42% โลกร้อน 22% มลพิษขยะและของเสีย 15% เรียกร้องพรรคการเมืองดัน 3 นโยบาย “อากาศ – น้ำ - ขยะ” เป็นวาระหลัก เตรียมทำข้อเสนอต่อรัฐบาลใหม่

เมื่อวันที่ 19 ม.ค.สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) พร้อมด้วยองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) สมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน(ประเทศไทย) (Thai SCP)และสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เปิดเวทีดีเบตเชิงนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมกับพรรคการเมืองก่อนการเลือกตั้งในงาน “TEI: Thai