
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมาย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ประชุมร่วมกับองค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) ประจำประเทศไทย และลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดเชียงราย เพื่อชี้แจงรายละเอียดโครงการการจัดการการปนเปื้อนสารหนูในภาคเหนือของประเทศไทย พร้อมทั้งหารือแนวทางความร่วมมือในการขับเคลื่อนโครงการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยืนยัน “ญี่ปุ่น-จีน-ออสเตรเลีย” ยื่นมือร่วมมือเชิงรุกการจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษข้ามแดน ปกป้องสุขภาพอนามัยประชาชน
ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (16 กรกฎาคม 2569) กรมได้ประชุมร่วมกับองค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) และผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อหารือความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนโครงการ และเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ส่วนวันที่ 17 กรกฎาคม เข้าพบรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และลงพื้นที่เยี่ยมชมระบบกรองกำจัดสารหนูสำหรับน้ำประปาหมู่บ้าน บ้านเมืองงิม ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและติดตามแนวทางการแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนสารหนูในพื้นที่

ดร.สุรินทร์ กล่าวว่า “การแก้ไขปัญหามลพิษข้ามแดนครั้งนี้ เป็นการบูรณาการร่วมกันของมิตรประเทศที่หลอมรวมจุดแข็งในแต่ละมิติเพื่อช่วยเหลือประเทศไทย โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 กรอบความร่วมมือหลัก ได้แก่
- พันธมิตรด้านเทคโนโลยีและความปลอดภัยชุมชน ญี่ปุ่นได้ส่งทีมผู้เชี่ยวชาญบินตรงร่วมลงพื้นที่ทันที โดยในเฟสแรกจะสนับสนุนชุดทดสอบคุณภาพน้ำ (Test Kit) ให้แก่ชุมชน และร่วมติดตั้งระบบกรองสารหนูในระบบประปาหมู่บ้านเพื่อสร้างความปลอดภัยขั้นสูงสุด นอกจากนี้ยังได้จับมือกับประเทศออสเตรเลีย ผ่านโครงการ Australian Water Partnership (AWP) เพื่อนำเทคโนโลยีการจัดการน้ำระดับโลกมาช่วยไทยวางระบบเฝ้าระวังระยะยาว
- พันธมิตรเชิงนโยบายและการจัดการต้นตอห่วงโซ่อุปทาน สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยทางการจีนพร้อมสนับสนุนให้ไทยและเมียนมาจัดตั้ง "คณะกรรมการตรวจสอบร่วม" เพื่อจัดการปัญหามลพิษและโลหะหนักปนเปื้อนในแม่น้ำสาขาของแม่น้ำโขง และยินดีกระชับความร่วมมือด้านทรัพยากรน้ำและระบบนิเวศกับกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขงภายใต้กรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง (MLC) ในการแบ่งปันข้อมูลทรัพยากรน้ำ

- คพ. และหน่วยงานของไทยจะทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการประสานงานด้านวิชาการ ติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม และแลกเปลี่ยนข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนโลหะหนักและมลพิษข้ามพรมแดนอย่างเป็นระบบ
“รัฐบาลไทยและพันธมิตรนานาชาติมีความมุ่งมั่นร่วมกันในการบูรณาการองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการเฝ้าระวัง เพื่อยกระดับการจัดการปัญหา ลดความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในระยะยาว” ดร.สุรินทร์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รมว.ทส. จี้ติดคดีรุกป่าภูเก็ต! มอบกรมป่าไม้เดินหน้ายื่นอุทธรณ์คำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ รักษาผืนป่า ขีดเส้นตายรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างรุกป่าเทือกเขานาคเกิด
วันนี้ (17 กรกฎาคม 2569) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินหน้าจัดระเบียบและปราบปรามการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้
“สุชาติ” ปลุกพลังคนไทย ร่วมส่งแรงใจอีก 10 วัน ลุ้น “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร” เป็นมรดกโลกแห่งแรกของภาคใต้
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า เหลือเวลาอีกเพียง 10 วัน
“รมว.สุชาติ” มอบอธิบดีอุทยานฯ แจง กมธ.กฎหมายฯ ปมทับลาน ย้ำเดินหน้าพิสูจน์สิทธิประชาชน ควบคู่ปราบผู้บุกรุก ปิดจุดขัดแย้งตามนโยบายรัฐบาล
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
รมว.ทส. พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมถ่ายทำวีดิทัศน์ประชาสัมพันธ์กิจกรรมตักบาตรทางเรือ ในงาน “สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี สืบสานวิถีรัตนโกสินทร์”
วันนี้ (15 กรกฎาคม 2569) เวลา 07.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
“รมว.สุชาติ” ปลาบปลื้มสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” โปรดเกล้าฯ พระราชทานแจกันดอกไม้ เนื่องในวันคล้ายวันเกิด
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รู้สึกปลาบปลื้มและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ
เอลนีโญ(El Niño) ทำฝนผันผวน “สุชาติ” สั่งกรมทรัพยากรน้ำ เตรียมพร้อม-ลุยปฏิบัติการช่วยประชาชนทุกพื้นที่
วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในการดูแลและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยสั่งการให้กรมทรัพยากรน้ำติดตามผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญอย่างใกล้ชิด

