
บ้านใหญ่จริง ๆสำหรับผม มองว่ามันเป็นแค่การมาแปะป้ายในเรื่องของการเมือง...ไม่ได้เป็นตัวการันตีด้วยว่า คุณคือบ้านใหญ่แล้วคุณจะชนะ ไม่มีอะไรการันตีเลย แต่สิ่งที่การันตีได้อย่างเดียวคือต้องทำงานให้หนัก ต้องตอบโจทย์สิ่งที่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ต้องการ อยากจะเห็น ตรงนั้นมากกว่า..บางคนชนะเลือกตั้งมา โดยไม่ได้ถูกขนานนาม ไม่ได้ถูกแปะป้ายว่าเป็นบ้านใหญ่ก็ชนะเลือกตั้งมาก็เยอะ มันเป็นแค่การผลักวาทกรรมใส่คนที่อยากจะทำร้ายกันมากกว่า
คณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบัน ในส่วนของที่มาจากพรรคภูมิใจไทย จะพบว่ามีรัฐมนตรีที่เป็นพวกนิวเจน อายุยังไม่มากอยู่หลายคนที่น่าสนใจ และหนึ่งในนั้นก็คือ "วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รหัส มท.4 -สส.สตูล พรรคภูมิใจไทย 3 สมัย ซึ่งการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อ 8 ก.พ.2569 ได้คะแนนมาห้าหมื่นกว่าคะแนน เอาชนะคู่แข่งมาได้แบบขาดลอย"
สำหรับ วรศิษฎ์-มท.4 ได้รับมอบหมายจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยให้กำกับดูแลหน่วยงานเช่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น-กรุงเทพมหานคร เป็นต้น
ส่วนเส้นทางการเมืองของ วรศิษฎ์ ที่คนสตูลและแวดวงการเมือง เรียกขานกันว่า"โกแพ"ก่อนจะมาเป็นรมช.มหาดไทย-สส.สตูล 4 สมัย เขาบอกว่าจริงๆ แล้วก่อนหน้านี้ไม่ได้เคยคิดอยากจะเป็นนักการเมืองมาก่อน เพราะสิ่งที่อยากเป็นตั้งแต่วัยเด็กคือการเป็น"นักดนตรี""ผมไม่เคยฝันอยากเป็นนักการเมือง" ..ก่อนหน้านี้ ผมอยากเป็นนักดนตรี อยากเป็นนักร้อง ตอนเรียนมหาวิทยาลัย ผมเป็นนักร้องมหาวิทยาลัย ก็อยากจะเป็นนักร้อง ชอบร้องเพลง ผมชอบร้องเพลงช้าๆ" วรศิษฎ์ เล่าถึงความฝันของตัวเองก่อนที่วันนี้จะมาเป็นรมช.มหาดไทย
ส่วนจุดพลิกที่ทำให้เข้าสู่ถนนการเมือง-ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสส.สตูลเมื่อปี 2562 สังกัดพรรคภูมิใจไทย ซึ่งลงสมัครครั้งแรกก็ได้รับเลือกตั้งเลย “โกแพ-วรศิษฎ์”เปิดใจเล่าให้ฟังว่า ..เป็นเพราะมีผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือมาคุยกับผมและพ่อผม เพื่อทาบทามผมให้เข้าสู่การเมือง โดยผู้ใหญ่ท่านนั้นอาจเห็นเรามี Potentialในอนาคต ก็มาคุยว่า "เฮ้ย มาลงการเมืองไหม แต่ด้วยความที่ผมไม่ชอบ ผมก็ปฏิเสธเขามาโดยตลอด ผมคุยเรื่องนี้กับเขาเกือบ 2 ปี "
..คือก่อนหน้านั้น ผมไม่ค่อยชอบการเมือง การเมืองมันไม่น่ารัก อย่างจากที่ผมเป็นโกแพปกติ ตอนนี้ผมกลายเป็นลูกเทพเฉยเลย อะไรแบบนี้ซึ่งผมไม่ชอบ แล้วเราเป็นคนตรงๆ ชอบก็ชอบ ไม่ชอบก็ไม่ชอบ ไม่ชอบก็ไม่คุย ซึ่งการเป็นนักการเมืองเป็นอย่างนั้นไม่ได้ ถูกไหมครับ
..อย่างไรก็ตาม มีคำอยู่คำหนึ่ง คือ ด้วยความที่พ่อผมเป็นคนสาธารณะ ชอบพัฒนาพื้นที่ ผมก็ได้รับอิทธิพลจากตรงนั้นเหมือนกัน จะชอบทำ ๆ เขาก็บอกว่า "เฮ้ยแล้ว ไม่อยากจะพัฒนาบ้านตัวเองหรือ ไม่อยากจะทำอะไรต่างๆ หรือ ผมก็บอกว่าก็อยากนะ แต่แล้วจะทำอย่างไร เขาก็บอกว่า ก็ลองดูสิ" โดยคนที่มาคุยกับผม ก่อนที่เขาจะมาคุยกับผม เขาก็ไปคุยกับพ่อผมก่อน ซึ่งจริง ๆ ผมกับคุณพ่อผมคิดเหมือนกันว่าไม่เอานะ ไม่เล่นการเมือง แต่พอเรามานั่งคิดประเด็นนี้ มานั่งคิดกันสองคน เลยคิดว่า ลองดูก็ได้ จนตัดสินใจลงสมัครสส.เขต สตูลครั้งแรกปี 2562 ก็ชนะการเลือกตั้งมาได้
ส่วนชื่อ"โกแพ"มาจากไหน "วรศิษฎ์-มท.4"เล่าให้ฟังอย่างอารมณ์ดีว่า ในภาคใต้ฝั่งอันดามันส่วนใหญ่ คนไทยเชื้อสายจีน เขาก็จะเรียกโก ที่ก็คือ พี่ ซึ่งคุณพ่อผมชื่อสมเกียรติ ซึ่งเป็นคนที่มีคนรู้จักเยอะ เป็นคนสาธารณะ เป็นคนชอบดูแลช่วยเหลือคน เขาก็จะเรียกพ่อผมว่าโกเกียรติ แล้ววันที่ผมเกิด พวกพี่ๆ น้องๆ ที่ทำงานอยู่กับพ่อผม เขาก็ให้เกียรติเรา เขาก็เรียก โกแพ จนกลายเป็นตำแหน่งติดตัวผมตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ก็ถูกเรียกโกแพ มาตั้งแต่เด็ก พวกเพื่อนๆ ก็จะเรียก โกแพ กลายเป็นทุกคนก็เลยเรียกติดกันมาหมดเลยว่าโกแพ พ่อกับแม่ผม ก็เรียกผมว่า โกแพ
-เป็นรมช.มหาดไทยในวัย 37 ปี แต่ข้าราชการมหาดไทยส่วนใหญ่ก็จะอายุมากกว่า?
ก็ทำงานตามปกติครับ คือผมเป็นคนที่ให้เกียรติคน ผมให้เกียรติทุกคน อย่างคนที่ร่วมงานกับผมที่กระทรวงมหาดไทย ผมไม่เคยเรียกพวกเขาว่าเป็นลูกน้อง วันแรกที่เราเข้ามาทำงานที่มหาดไทย เราเซ็ตอัพทีมงานร่วมกัน ผมบอกพวกเขาว่า คุณไม่ใช่ลูกน้องผม แต่คุณคือเพื่อนร่วมงานผม ผมไม่ใช่เจ้านายคุณ ไม่มีใครอยู่สูงกว่าใคร ไม่ต้องมาเดินรับผม เวลาผมมาถึงกระทรวงมหาดไทย ผมเดินขึ้นมาเองได้ คุณไม่ต้องมาเปิดประตูให้ผม ผมดูแลตัวเองได้ อย่างก่อนหน้านี้ ผมนั่งทำงานที่กระทรวงมหาดไทยจนถึง 20.00 น. ผมเดินออกไปเจอทีมงานเขานั่งอยู่เต็มหน้าห้องทำงานผมก็บอกว่า อ้าว แล้วทำไมไม่กลับบ้าน ผมก็บอกว่า ขอโทษนะ ผมไม่เคยมีปัญหากับเรื่องพวกนี้ พวกคุณมีครอบครัว มีธุระ มีภารกิจส่วนตัวที่ต้องทำ คุณไปทำเลย มานั่งรอผมทำไม นั่งรอผมก็ช่วยอะไรผมไม่ได้ ผมก็บอกว่าต่อไปให้กลับได้เลย
อย่างวันนี้ที่ให้สัมภาษณ์ ผมเดินเข้ามาในห้องทำงาน ก็เลยเวลา 17.00 น.ไปแล้ว ไปถามได้เลยคำแรกที่ผมพูดกับพวกเขา ผมพูดว่าอะไร ผมบอกว่า ไม่ต้องรอกลับบ้านได้เลย ถึงไม่รอ ผมก็กลับบ้านได้ เวลากลับก็ไม่ต้องเดินมาส่ง เวลาผมเข้ากระทรวงก็ไม่ต้องลงมารับ ไม่มีความจำเป็นเลยแล้วผมไม่ชอบอะไรประเภทนี้ด้วย
บทสนทนามาถึงตรงนี้ เราเลยบอกไปว่า แต่เป็นที่รู้กันว่า มหาดไทยก็เป็นแบบนี้ คือต้องรอรับ-ส่ง ผู้บังคับบัญชา"วรศิษฎ์-รมช.มหาดไทย"เล่าให้ฟังว่า ผมยังจำเหตุการณ์ได้ มีอยู่วันหนึ่ง พอทำงานที่ก.มหาดไทยเสร็จ ผมกำลังเดินทางกลับพร้อมกับ รมช.มหาดไทย เจเศรษฐ ไทยเศรษฐ์ พวกก็เดินตามกันมาสิบกว่าคน ผมก็ถามว่าจะไปไหน เขาบอกว่าจะตามไปส่ง ผมก็ต้องรีบบอกว่าไม่ต้องไปส่ง ผมเดินลงไปแค่นี้ก็ถึงแล้ว บางคนบอกว่าอยากไปส่งครับ ผมเลยต้องบอกว่า พูดไม่เข้าใจหรือไงว่าไม่ต้องไปส่ง ผมอยู่โรงเรียนประจำที่สตูลตั้งแต่อายุ 2 ขวบครึ่ง ผมดูแลตัวเองได้ เพราะฉะนั้นไม่ต้องเป็นห่วงผม ผมเอาตัวรอดได้ เย็บผ้าเป็น ผมซ่อมของเป็น ผมทำอาหารเป็น ซักผ้ารีดผ้า ทำผมเองได้หมดทุกอย่าง เพราะฉะนั้น เรื่องพวกนี้ไม่จำเป็นสำหรับผมเลย แล้วรู้สึกอึดอัดด้วยซ้ำไปซึ่งผมก็เข้าใจ ความปรารถนาดี แต่ว่าไม่เป็นไร
เราไม่ได้ทำงานกันในระบบของการเป็นเจ้านายกับลูกน้อง ไม่ใช่อย่างนั้น ผมรู้สึกอึดอัดทุกครั้งเลยเวลาคนมาเรียกผมว่า"นาย นายครับ" จนผมต้องขอร้องว่าอย่าเรียกผมแบบนี้ อย่างทีมงานหน้าห้องที่มหาดไทย ผมบอกว่า ถ้าหากไม่รู้จะเรียกผมว่าอะไร ก็เรียก โกแพ แล้วกัน มันรู้สึกเหมือนไม่มีอะไรมากลั้น แต่ถ้าเรียกผมว่า นาย ผมไม่คุ้นชิน แล้วผมอึดอัด เพราะมันไม่ใช่
-รมช.มหาดไทยตอนนี้ที่มีด้วยกันสามคน ถือเป็นสิงห์หนุ่มหมดเลย ทางรมว.มหาดไทย ให้นโยบายการบริหารงานมหาดไทยอย่างไรบ้าง?
รับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด นโยบายง่ายมากแต่เป็นสิ่งที่ทำยากมาก เพราะarea มันกว้างมาก แล้วที่สำคัญคือว่าไม่ใช่การบริหารกระทรวงแบบแนวตั้งอย่างเดียว ไม่ใช่ว่าผมได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แล้วผมก็ดูแต่เฉพาะกรมส่งเสริมฯ ไม่ใช่ แต่เรามี Area-based ด้วย โดยพื้นที่ซึ่งผมรับผิดชอบในส่วนของมหาดไทยทั้งหมด ก็คือตั้งแต่กรุงเทพมหานคร-พื้นที่สามสมุทร จนไปถึงนราธิวาส คือต้องรับผิดชอบพื้นที่ด้วย
-ในฐานะรมช.มหาดไทยจากภูมิใจไทย พรรคสีน้ำเงิน มองเสียงวิจารณ์เรื่องว่ายุคนี้มีสิงห์น้ำเงิน ในมหาดไทยทุกระดับ อย่างในต่างจังหวัดก็มีตั้งแต่ผู้ว่าฯ-รองผู้ว่าฯ ปลัดจังหวัด จนถึงนายอำเภอ มีการวิจารณ์ว่าเป็นการสร้างเครือข่ายสิงห์น้ำเงิน?
ผมมองว่า เราจะไปนิยามว่าเขาสีอะไร มันนิยาม ได้ไหม ไม่ได้แปลว่าในการมาของภูมิใจไทยจะเปลี่ยนผู้ว่าฯ ทั้งประเทศออกไปหมดเลย สุดท้ายแล้วก็เป็นกลุ่มคนกลุ่มเดิมที่เขาอยู่ในส่วนงานนั้นอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการคนไหน ผมมองว่าเขามีหน้าที่ในการดูแลพี่น้องประชาชน มีหน้าที่ในการสนองนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้ว ส่วนเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายอะไรต่างๆ ก็ไม่ใช่เรื่องของผม เป็นเรื่องของปลัดกระทรวง เรามีหน้าที่ในการให้นโยบายในส่วนของหน่วยงานกำกับกระทรวงเท่านั้น
บ้านใหญ่-สตูล วาทกรรมที่ไม่ค่อยยุติธรรม
สำหรับ"วรศิษฎ์ สส.สตูลสามสมัย-รมช.มหาดไทย"ซึ่งเป็นลูกชายของนายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ (นายกสมาคมประมงจังหวัดสตูล) และเป็นหลานชายของนายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายก อบจ.สตูลร่วม 4 สมัย เราจึงถามความเห็นว่า มองนิยามคำว่า"บ้านใหญ่การเมือง"อย่างไร โดยเขาตอบกลับเรามาว่า "บ้านใหญ่จริง ๆสำหรับผม มองว่ามันเป็นแค่การมาแปะป้ายในเรื่องของการเมืองเท่านั้นเอง ซึ่งเขาก็พยายามจะสื่อไปในทิศทางที่ไม่ดี ฉะนั้นจริง ๆ แล้วมันเอาอะไรมาวัดกันไม่ได้ แล้วมันก็ไม่ได้เป็นตัวการันตีด้วยว่า คุณคือบ้านใหญ่ แล้วคุณจะชนะ ไม่มีอะไรการันตีเลย แต่วันนี้สิ่งที่การันตีคุณได้อย่างเดียวคือ คุณต้องทำงานให้หนัก คุณต้องตอบโจทย์สิ่งที่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ อยากได้ หรือต้องการ อยากจะเห็น ตรงนั้นมากกว่า"
จะมองว่าเป็นบ้านใหญ่แล้ว จะบอกว่าเป็นผู้มีอิทธิพลอย่างนี้หรือ สมมุติอย่างเขาบอกว่าผมเป็นบ้านใหญ่ ผมขอถามว่าแล้วผมมีอิทธิพลตรงไหน ผมไปลงพื้นที่(จังหวัดสตูล) ผมก็ไปกับคนขับรถหนึ่งคน แล้วก็ตัวผมคนเดียว ไม่เห็นต้องมีคนมาล้อมหน้าล้อมหลัง ไม่เห็นต้องมีบอดี้การ์ด ไม่ต้องมีคนมาบอกว่า หากจะขอคุยกับสส. เดี๋ยวรอก่อน ไม่มีเลย แล้วอะไรคือคำจำกัดความของคำว่าบ้านใหญ่ เพียงแค่ว่าผมรู้จักคนเยอะแล้วผมคือบ้านใหญ่หรือ มีคนสนับสนุนผมเยอะ แล้วคือบ้านใหญ่หรือ
ผมว่าบางทีเป็นเป็นวาทกรรมที่ไม่ค่อยยุติธรรม สักเท่าใด ถูกไหมครับ บางคนเขาชนะเลือกตั้งมา โดยไม่ได้ถูกขนานนาม ไม่ได้ถูกแปะป้ายว่าเป็นบ้านใหญ่ก็ชนะเลือกตั้งมาก็เยอะแยะไป ผมว่ามันเป็นแค่การผลักวาทกรรมใส่คนที่อยากจะทำร้ายกันมากกว่า

เมื่อก่อน คำๆนี้ (ลูกเทพ) มันเกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว ด้วยการแซวกัน อะไรกัน ขำๆ ในหมู่พี่ ๆ น้อง ๆ (ในพรรคภูมิใจไทย) เราไม่ได้มองว่ามันจะเป็นประเด็นหรือไม่ได้ไปรู้สึกอะไรกับมัน เพียงแต่ว่าวันนี้ถูกสื่อสารออกไปในทิศทางที่มันเป็นลบ ใช่ไหม คือ บอกว่า พวกนี้ลูกเทพ มาแบบ โอ้โห เส้นใหญ่ เป็นลูกรัก ..หน้าที่เรา ผมบอกไม่มีประโยชน์ที่จะไปต่อล้อต่อเถียงประเด็นเหล่านี้ เราต้องทำงานให้หนักขึ้น ให้เขาได้เห็นว่าจริง ๆ แล้ว เราทำได้ เราพิสูจน์ให้เขาเห็นได้
-รู้สึกอย่างไรบางคนอาจมองว่าเป็นบ้านใหญ่สตูล เพราะลุงก็เป็นนายกฯอบจ.จังหวัดสตูล ตอนนี้นอกจากเป็นสส.สตูลแล้วก็ยังเป็นรมช.มหาดไทย) ?
ผมไม่เคยโดนทักเรื่องนี้ในพื้นที่(สตูล)เลย คือด้วยความที่ผมอยู่กับชาวบ้านมาตลอด ซึ่งถ้าคนที่ได้อยู่กับเรา ได้สัมผัสเราจริง ๆ ไม่มีใครที่เขาจะมองแบบนั้น ไม่มีผู้มีอิทธิพลคนไหนหรอกที่จะไปนั่งกินข้าวในบ้านของชาวบ้าน ดึกๆ ก็เดินคุยกับชาวบ้าน มันไม่ใช่
ส่วนที่ถามว่ารู้สึกอย่างไรกับเรื่องนี้ ผมมองว่า ไม่แปลก แล้วก็ไม่ผิดด้วยที่อาจมีคนมองอย่างงั้น เพราะว่าคนที่เขามองเรา เขามองด้วยเพราะอย่างเขาเห็นเราผ่านสื่อ แล้วสื่อก็สื่อออกมาเป็นอย่างงั้น ลูกเทพบ้าง บ้านใหญ่บ้าง อะไรบ้าง เขาเห็นในมุมมองนั้นมาโดยที่ไม่ได้รู้ว่าเราเป็นคนแบบไหน เขาไม่ได้รู้จักตัวตนว่าเราเป็นคนอย่างไร
เพราะฉะนั้น การที่เขาจะคิดว่าเราเป็นแบบนั้น ไม่แปลก แต่ต้องบอกว่า ไม่มีประโยชน์ที่ว่าเราจะต้องไปต่อล้อต่อเถียงอะไรกับเรื่องเหล่านี้ หน้าที่เราคือต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้ว่า จริงๆ แล้ว ในการที่เราเดินอยู่ในเส้นทางการเมือง เราเดินได้ด้วยอะไร เพราะอะไร ทำไมชาวบ้านถึงเลือกเรา ทำไมคนถึงแฮปปี้ที่จะเลือกเรา แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคน แต่เราชนะเลือกตั้งมาได้ ก็คือคนส่วนใหญ่
-ในฐานะเป็นกรรมการพรรคภูมิใจไทยด้วย ก็มีคนมองว่า ภูมิใจไทยเป็นพรรคบ้านใหญ่ พรรคภูธร?
พรรคบ้านใหญ่ แล้วเพื่อไทยไม่ใช่พรรคบ้านใหญ่หรือ จริง ๆ มันเป็นอย่างที่ผมบอกคือ เป็นวาทกรรมที่อยากจะผลักใส่ใครสักคนหนึ่งมากกว่า วันนี้คนอาจจะบอกว่าพรรคประชาชนเป็นพรรคกระแส ทำอะไรไม่เป็น ซึ่งผมไม่เห็นด้วยนะ คือมันไม่ใช่สิ่งที่เราจะต้องผลักให้ใครสักคนหนึ่งเป็นอะไร เขามีวิธีการทำงานของเขา เขาก็มีจุดแข็ง
สำหรับภูมิใจไทยส่วนใหญ่แล้วเป็นคนที่อยู่กับพื้นที่ เป็นคนที่ฝังกับพื้นที่ อยู่กับพื้นที่จริงๆ ดูแลชาวบ้าน ดูแลชาวบ้าน มันก็เป็น nature ของแต่ละพรรคการเมือง แต่ถามว่าผิดไหม ไม่มีอะไรผิดไม่มีอะไรถูก
ที่มา”ก๊วนลูกเทพ” เรื่องราวขำๆในพรรคสีน้ำเงิน
-ที่มีเสียงวิจารณ์ว่ารัฐมนตรีหลายคนของภูมิใจไทย เป็นพวกลูกเทพ ส่วนตัวแล้วรู้สึกกดดันหรือไม่ หรือว่าได้คุยกันในกลุ่มอะไรกันแบบขำๆหรือไม่ หรือเห็นว่าแบบนี้ยิ่งต้องแสดงฝีมือ?
จริงๆ เมื่อก่อน คำๆนี้ (ลูกเทพ) มันเกิดขึ้นมา หลายปีแล้ว ด้วยการแซวกัน อะไรกัน ขำๆ ในหมู่พี่ ๆ น้อง ๆ (ในพรรคภูมิใจไทย) เราก็ไม่ได้มองว่ามันจะเป็นประเด็นหรือไม่ได้ไปรู้สึกอะไรกับมัน เพียงแต่ว่าวันนี้มันถูกสื่อสารออกไปในทิศทางที่มันเป็นลบ ใช่ไหม คือ บอกว่า พวกนี้มันลูกเทพ มาแบบ โอ้โห เส้นมันใหญ่ เป็นลูกรัก เลยได้มีโอกาสมาทำงานมาเป็นรัฐมนตรีอะไรกัน ซึ่งหน้าที่เราอย่างที่ผมบอกไม่มีประโยชน์ในการที่จะไปต่อล้อต่อเถียงประเด็นเหล่านี้ เราต้องทำงานให้หนักขึ้น ให้คนได้เห็นว่าจริง ๆ แล้ว เราทำได้ เราพิสูจน์ให้เขาเห็นได้
ในพรรคภูมิใจไทยไม่มีแก๊งค์อะไร แต่เป็นกลุ่มก้อนเดียวกันทั้งหมดมากกว่า ขึ้นอยู่กับว่าใครมาก่อนมาหลังแล้วก็ได้มีโอกาสทำงานแตกต่างกันออกไปมากกว่า แต่แบบเป็นกลุ่มเลยไม่มี เวลาเราไปกินข้าวบางทีไปกันที 30 คน
อย่างสัปดาห์ที่แล้ว ประชุมกันเสร็จไปกินข้าวบ้านพี่มันแกว นันทนา ก็ไปกัน 60 คน เราก็อยู่กันแบบนี้ ผมชอบคัลเจอร์ในพรรค คือไม่มีกำแพง ผู้ใหญ่ก็น่ารัก เด็กก็น่าเคารพ เราให้เกียรติซึ่งกันและกันตลอด วันนี้ผมเป็นรัฐมนตรี แต่เวลาพี่ ๆ จะเดินมาคุยเรื่องงาน จะมาปรึกษาอะไร ผมก็บอกมาเลยครับ ด้วยความยินดี มันยิ่งทำให้งานเราเห็นผลมากขึ้นด้วย ผมมองว่า สำหรับภูมิใจไทย ข้อดีจุดแข็งที่สุดคือความเหนียวแน่นของทีมที่เราทำงานร่วมกันที่ทำให้ผูกกันแน่น ซึ่งเป็นจุดแข็งที่หายากจากพรรคการเมืองอื่น

-ในคณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย พบว่าส่วนใหญ่ก็เป็นพวกนิวเจนในพรรคภูมิใจไทยเป็นกรรมการบริหารพรรคกันหลายคน แต่จริงๆ แล้วมีบทบาทในพรรคจริงหรือไม่โดยเฉพาะกับการกำหนดทิศทางพรรค หรือว่าก็ยังต้องฟังทางบุรีรัมย์ ฟังเสียงจากซอยรางน้ำ อย่างที่มักมีเสียงวิจารณ์ออกมา?
ประเด็นคือว่า ฟังผู้ใหญ่หรือไม่ ก็ต้องฟัง แต่ที่บอกว่าต้องฟัง ไม่ใช่หมายถึงว่าเขาต้องมาสั่งเรา กลุ่ม นักการเมืองในพรรคที่เป็นรุ่นอาวุโสรุ่นใหญ่ เขามีบางสิ่งที่ผมไม่มี เขามีประสบการณ์ เขามีสิ่งที่เขาเคยผ่าน เคยเจออะไรมาเยอะกว่าผมหลายเท่าตัวมาก
ในขณะเดียวกัน พวกผมก็อาจจะมีบางสิ่งบางอย่างที่เขาไม่มีเหมือนกัน อย่างเช่นว่า เรามีแนวความคิดใหม่ ๆ มีวิธีการทำงานใหม่ๆ มีรูปแบบการจัดการในสิ่งที่เขาอาจจะไม่ได้มีความชำนาญ เพราะฉะนั้น ไม่มีใครดีไปกว่าใคร กลุ่มคนอาวุโสเขาก็จะมีข้อดีแบบหนึ่ง ข้อด้อยแบบหนึ่ง กลุ่มคนที่เป็นกลุ่มนิวเจนในพรรคภูมิใจไทย ก็จะมีข้อดีแบบหนึ่ง แล้วก็ข้อด้อยแบบหนึ่งเช่นเดียวกัน
สิ่งที่ดีที่สุดคือการนำคนสองกลุ่มมา Integrate กัน ให้เอาข้อดีของคนทั้งสองกลุ่มทั้งประสบการณ์ แนวความคิด นำคำแนะนำ ของผู้ใหญ่มาบวกกับรูปแบบการทำงานของคนที่เป็นกลุ่มนิวเจน ก็จะได้สิ่งที่ดีที่สุด ผมมองแบบนั้นมากกว่าซึ่งที่ผ่านมามีสิ่งนี้เกิดขึ้นตลอด เพราะในความเป็นจริง การทำงานในรูปแบบดังกล่าวเกิดขึ้นมาตั้งแต่ตอนผมยังไม่ได้เป็นรัฐมนตรี แต่เกิดมาตลอดตั้งแต่ผมเป็นสส. คนหนึ่ง ก็ได้มีการทำงานร่วมกันมาตลอดกับผู้ใหญ่ในพรรค รัฐมนตรีของพรรคหลายคนที่มาร่วมรับฟังข้อมูลจากพวกเรา ให้เกียรติเราทำงานร่วมกับเรา ซึ่งเป็นลักษณะดังกล่าวมานานมากแล้ว ไม่ใช่แค่ตอนนี้ เป็นรูปแบบการทำงานที่เรียกว่าเป็น natureของพรรคไปแล้ว
-เรื่องที่มีการสร้างกระแสการเมืองจากฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองว่ากำลังมีการสร้างระบอบสีน้ำเงิน?
จริงๆ ทุกพรรคมีทุกสี แล้วในการเป็นสีใดสีหนึ่ง ผมมองว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ผิด ไม่ได้เป็นเรื่องที่แย่ การแปะสีให้กับพรรคการเมืองมันเป็นแค่การแปะป้ายเชิงสัญลักษณ์มากกว่า ภูมิใจไทยก็น้ำเงิน ประชาชนก็ส้ม เพื่อไทยก็แดง ประชาธิปัตย์ก็สีฟ้า กล้าธรรมก็เขียว มันเป็นสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็นการแปะป้ายเชิงสัญลักษณ์มากกว่า ซึ่งโอเควิธีการ การสื่อสารรูปแบบการทำงาน แต่ละพรรคการเมืองก็อาจจะมีความแตกต่าง มีความเป็นตัวของตัวเอง แต่สุดท้ายแล้วมันก็ต้องวัดกันที่ว่าคนพอใจกับอะไรมากกว่า
-ในฐานะสส.สตูล คิดว่าอะไรที่ทำให้พรรคภูมิใจไทยได้สส.เขตภาคใต้มากสุดในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ร่วม 31 ที่นั่ง?
หลักๆเป็นเพราะว่า การทำงานของตัวบุคคล พวกเราค่อนข้างเป็นกลุ่มคนที่ทำงานได้ถึงลูกถึงคน ก็เลยทำให้เกิดการตอบรับจากชาวบ้านค่อนข้างเยอะ เราอยู่ติดกับชาวบ้าน ชาวบ้านรู้สึกได้ว่าเรากำลังทำอะไร ชาวบ้านรู้สึกได้ว่าเราทำงาน รู้สึกได้ว่าเราเป็นห่วง รู้สึกได้ว่าเรามีความปรารถนาที่ดีกับเขา เขาก็ตอบรับตรงนั้น กลับกันในกรุงเทพฯ วันนี้ให้ผมไปทำการเมืองในกรุงเทพฯ ผมก็งงเหมือนกัน เพราะว่าแค่เดินหาเสียง ผมยังไม่รู้เลยว่า ใครจะมีสิทธิ์เลือกผมบ้าง ผมจะต้องคุยกับใคร รูปแบบการสื่อสารก็ต้องเป็นอีกลูกรูปแบบหนึ่ง
-หากรัฐบาลภูมิใจไทยอยู่จนครบสี่ปี การพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะโครงการต่างๆเช่น โครงแลนด์บริดจ์ จะมีการเดินหน้าหรือไม่ หากสุดท้ายคณะกรรมการที่รัฐบาลตั้งขึ้นมาสรุปผลการศึกษาโครงการแล้วนำเสนอผลสรุปออกมา?
ต้องรอคณะกรรมการฯชุดดังกล่าวทำการศึกษาข้อมูลเชิงลึกแล้วนำเรื่องนี้มาคุยกันอย่างลึกซึ้งอีกครั้งหนึ่ง แต่พูดถึงก็เป็นนโยบายที่เราคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ดีแต่สุดท้ายแล้วหนีข้อเท็จจริงไม่พ้นเลยเป็นที่มาของการที่มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์เพื่อฟังข้อมูลอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ ความเห็นของคนพื้นที่ -เรื่องความเป็นอยู่-ประเด็นเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ ต้องฟังอย่างรอบด้านจริงๆ
ผมอยากบอกว่าไม่ว่าเราทำอะไร มันต้องมีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่สำคัญตรงนี้ว่าข้อดีเยอะกว่าข้อเสียขนาดไหน ถ้าวันนี้ข้อเสียเยอะกว่าข้อดีก็จบ แต่ถ้าเกิดว่าข้อดีมากกว่าข้อเสีย ก็อาจจะต้องชั่งใจว่า คุ้มหรือไม่ แต่ถ้าเกิดข้อดีมันออกมาอยู่อย่างนี้ ก็อาจจะทำให้เราตัดสินใจง่ายขึ้น ดังนั้น ก็นำข้อมูลมาคุยกัน
แลนด์บริดจ์ถ้าจะเดินหน้า คนส่วนใหญ่ต้องเห็นด้วย
-ในฐานะเป็นสส.ภาคใต้ เป็นรัฐมนตรีจากภาคใต้ด้วย โครงการแลนด์บริดจ์ หากมีการทำ จะทำให้เกิดการพัฒนาในพื้นที่ภาคใต้อย่างไร?
ความเห็นส่วนตัวของผม เราก็ดูข้อมูล ที่ก็มีคำถามเกิดขึ้นว่า การจะมาทำท่าเรือสองฝั่ง ในขณะที่โดยปกติเรือจะวิ่งอ้อมไปเลย ไม่ต้องยกตู้ขนส่งสินค้าลงอะไร ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่เขาพูดอย่างนั้นก็ถูกต้อง ใครจะมาเสียเวลายกตู้ลง แล้วก็ขนกับรถไปแล้วก็ไปขึ้นเรืออีกฝั่งหนึ่ง แต่ในความเป็นจริง ความแออัดของทางฝั่งช่องแคบมะละกา ที่ทำให้ต้องรอแออัดขนาดไหน อันนี้คือประเด็นที่หนึ่ง ประเด็นที่สอง มีกลุ่มเรือขนส่งที่ทำงานในลักษณะแบบนี้อยู่แล้ว คือไปยกตู้ลงแล้วก็ย้ายแล้วก็ไป มีกลุ่มเดิมที่ทำงานแบบนี้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นตรงนี้คือโอกาส ที่จะทำให้เขาวิ่งเรือได้สั้นลง แทนที่จะต้องวิ่งอ้อมตรงนี้ก็เป็นทางเลือกให้เขาได้
ส่วนที่สอง ที่ผมมองว่าสำคัญมากเลยคือการขนส่งทางท่อซึ่งทำได้ปริมาณที่เยอะและเร็ว สมมุติว่าวันนี้เราเป็นเรือขนส่งของเหลว วิ่งมา เรามาจากจีนจะไปอินเดีย ก็ต้องไปอ้อมแหลมตรงช่องแคบมะละกา แต่ถ้าเกิดว่าเขามาเจาะที่ชุมพรแล้วเขาส่งฐานท่อไป แล้วไปลงที่ระนองจากนั้นไปต่อเลย ผมคิดว่าวันนี้เราส่งผ่านท่อเร็วกว่าวิ่งอ้อมเรือหลายเท่าตัวมาก ที่สำคัญ มันไม่จำเป็นต้องเป็นการชิปตรงก็ได้ มาถึงดูดเข้าท่อจากนั้นวิ่งไปแล้วไปลงเรือไปต่อ มันอาจจะทำให้มันเกิดพื้นที่หลังท่าที่เป็นคลังในการสำรอง ไม่ว่าจะเป็นเชื้อเพลิง พลังงาน สินค้าอะไรต่าง ๆ ตรงนี้จะกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่าจุดตัดจุดใหม่ที่เกิดขึ้น เอาแค่น้ำมันที่มันจะต้องผ่านหรือพลังงานเชื้อเพลิงที่มันจะต้องผ่านท่อตรงนี้ไป มันอาจจะเป็นจุดตัดจุดใหม่ของโลกที่มันเข้ามามีบทบาทในเรื่องของการคอนโทรลสินค้าเหล่านี้ก็ได้ ผมว่าอันนี้น่าสนใจมาก
ในเชิงเศรษฐกิจ มุมมองของผม ตัวผมเห็นแบบนี้ แต่สิ่งที่เราทิ้งไม่ได้ คือเรื่องของทรัพยากรและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับชาวบ้านว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นบ้างวันนี้เราต้องนำข้อมูลมากางดูว่า ถ้ามีผลกระทบเชิงเศรษฐกิจที่ดีแบบนี้ สมมุตินะถ้าดีแบบนี้ แล้วมีผลกระทบเชิงลบกับชาวบ้านมีอะไรบ้าง ต้องมาชั่งน้ำหนักเอา ซึ่งสุดท้ายแล้วเราจะตอบโจทย์ตรงนี้ได้ ก็ตอนที่คณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์ที่รัฐบาลตั้งขึ้น ทำออกมาเสร็จอย่างละเอียดจริงๆ
-แต่หากเกิดคณะกรรมการชุดดังกล่าว สรุปผลการศึกษาออกมาโดยบอกว่า เห็นควรให้รัฐบาลเดินหน้าโครงการ แต่หากคนในพื้นที่ภาคใต้ไม่เอาด้วย จะทำอย่างไร เพราะพรรคภูมิใจไทยก็มีสส.เขตภาคใต้มากที่สุด?
จริงๆแล้วต้องบอกว่า มีทั้งกลุ่มคนที่เห็นด้วยและกลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วย สิ่งที่รัฐบาลต้องทำให้ดีที่สุดคือเรื่องของการสื่อสารและทำความเข้าใจ วันนี้ผมว่าถ้าเรายืนตามข้อเท็จจริงที่ผมพูดเมื่อสักครู่ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ผลดีเป็นยังไง รวมถึงผลเสียเป็นอย่างไร ถ้าเกิดมีความแตกต่างกันจริง ๆ (ระหว่างผลดีกับผลเสีย) ผมว่าคนส่วนหนึ่งก็จะเข้าใจ แต่แน่นอนก็จะมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับเรื่องบางเรื่องมากกว่า อย่างเช่นให้ความสำคัญกับเรื่องทรัพยากรธรรมชาติมาก เรื่องเศรษฐกิจไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องการก็ต้องไปคุยกัน เขาเรียกว่ายังไงล่ะ คือคงทำให้ทุกคนเห็นด้วยกับทุกอย่างไม่ได้ แต่แน่นอนว่าคนส่วนใหญ่ต้องเห็นด้วย
-โครงการพัฒนาจังหวัดสตูลต่างๆ เช่น โครงการสะพานสตูล-เปอร์ลิส สนามบินสตูล มีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง?
ฃจริงๆ เป็นเรื่องที่มีการเดินกันมาก่อนหน้านี้สักระยะ ที่ก็ไม่ใช่เฉพาะสตูล แต่มีหลายพื้นที่ซึ่งภาคการเมืองได้วางนโยบายไว้แล้วคิดว่าเป็นสิ่งที่สามารถขับเคลื่อนและเป็นประโยชน์ เราก็จะเอาสิ่งเหล่านี้มาขับเคลื่อน

อย่างจังหวัดสตูล มีทรัพยากรที่ดีมาก มีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติที่ดีมาก แต่ประเด็นคือเรื่องของการเดินทาง การเข้าไปถึง วันนั้นเราก็บอกว่าอยากได้โครงสร้างพื้นฐานที่สามารถนำคนเข้าไปได้ ก็เลยเป็นที่มาว่าทำไมถึงพยายามที่จะผลักดันเรื่องของโครงการสะพานสตูล-เปอร์ลิส ที่มีการพูดกันมาร่วมสามสิบปีแล้ว แต่ที่ผ่านมาที่ไม่สำเร็จเพราะว่ามันติดประเด็นเรื่องทรัพยากร อะไรแบบนี้ ครั้งนี้เราก็เลยเปลี่ยนวิธีการแทนที่จะต้องไปตัดถนนผ่านป่าชายเลนที่กระทบกับทรัพยากรอย่างมหาศาล จะไปเจาะอุโมงค์ที่มันอาจจะยังไม่คุ้มทุน ก็เปลี่ยนเป็นวิธีการสร้างเป็นสะพานซึ่งมันเหมาะสมมากกว่า แล้วมันไม่ใช่แค่ว่าสตูลกับเปอร์ลิส (มาเลเซีย) แต่จะเป็นจุดเชื่อมต่อใหม่ระหว่างมาเลเซียกับฝั่งอันดามันทั้งหมด โดยมีการศึกษาออกแบบมาประมาณ 2 ปีแล้ว คิดว่าตอนนี้กระบวนการน่าจะใกล้เสร็จสิ้น
ส่วนสนามบินสตูล ผมมองว่าถ้าให้เลือกระหว่างสะพานกับสนามบิน ผมเลือกสะพาน เพราะไม่ใช่แค่ รัฐเปอร์ลิส แต่หมายถึงมาเลเซีย ส่วนการพัฒนาท่าเรือตันหยงโป (อำเภอเมือง จังหวัดสตูล) เป็นสิ่งที่ต้องทำให้จบภายในสี่ปีนี้ให้ได้ ซึ่งขั้นตอนอยู่ที่ทางกระทรวงคมนาคมมีการเสนองบประมาณเพื่อการศึกษาและก่อสร้าง รวมถึงก็จะมีการทำโครงสร้างคมนาคมริมทะเลทั้งหมดด้วย ก็เป็นสิ่งที่เราจะผลักดันให้เห็นเป็นรูปธรรมให้ได้เยอะที่สุด
-ที่นายกฯในฐานะรมว.มหาดไทยมอบหมายให้ดูแลแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวของภาคใต้ เช่นที่เกาะพะงัน หาดฟรีด้อม หาดบางเทา มีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง?
กำลังทำงานกันอยู่ อย่างที่เกาะพะงัน ทางรองผบ.ตร. (พล.ต.อ.สำราญ นวลมา) ก็ลงไปทำงานเพิ่มเติม ประเด็นหลักๆ เป็นเรื่องของ การมีอยู่ของชาวต่างชาติที่ทำตัวไม่น่ารัก ที่หมายถึงต่างชาติที่เข้ามาแล้วมาสร้างความเดือดร้อนให้กับคนไทย แต่สำหรับชาวต่างชาติ ที่ดีก็มีเยอะ แต่ก็จะมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่เข้ามาแล้ว มาเห็นว่ามีลู่ทางสามารถที่จะซิกแซกหรือทำอะไรต่างๆ ได้ ตรงนี้คือประเด็นที่เราจะต้องเคลียร์ให้ได้มากที่สุด ทั้งในเรื่องของการถือครอง(ที่ดิน) เรื่องของนอมินี การสวมสิทธิที่เอาบางคนมาออกหน้า วันนี้เรากำลังทำงานเรื่องนี้อยู่ ทั้งระดับเล็กไล่ไปจนถึงระดับใหญ่
โดยลักษณะการทำผิด ก็อย่างเช่น ชาวต่างชาติไม่มีสิทธิ์ในการถือครองที่ดิน แต่ก็หาคนมาถือครองแทน ต่างชาติไม่มีสิทธิ์ในการถือหุ้นในบริษัทเกิน 51% เขาก็หาคนมาถือครองหุ้นแทน อย่างที่ภูเก็ต ก็มีเคสคนไทยที่ไปอ้างตัวว่าเป็นเจ้าของที่ ไปอ้างตัวในเขตพื้นที่ป่าสงวนฯ ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพลก็ต้องไปจัดการ เพราะเป็นพื้นที่สาธารณะไม่สามารถอ้างสิทธิ์ได้ ลักษณะปัญหาที่เกิดขึ้น ต้องแก้ไปเรื่อย ๆ เพราะพอเราจัดการชุดที่มีอยู่ไป สักวันหนึ่งก็ต้องมีคนที่อาจเข้ามาสร้างปัญหาใหม่ แต่หน้าที่ของเราต้องจัดการให้ได้เยอะที่สุด ทำให้รัดกุมมากที่สุด
-พบมีเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะในส่วนของมหาดไทยเกี่ยวข้องหรือไม่ ทั้งในส่วนของงานที่ดิน งานฝ่ายปกครอง?
ในความเป็นจริงต้องมีบ้างอยู่แล้ว ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าไม่มี มันต้องมีบ้างอยู่แล้ว แต่ใครทำอะไรก็รับไป กติกามีแค่นั้น ใครทำอะไรก็ต้องรับไป
-คิดว่ารัฐบาลภูมิใจไทย จะอยู่ครบสี่ปีหรืออยู่ไม่ครบเทอม มีปัจจัยอะไรเกี่ยวข้องบ้าง?
ความเห็นส่วนตัวของผมมองว่าวันนี้รัฐบาลมีเสียงที่ค่อนข้างแข็งแรงและมีเสถียรภาพในทางการเมืองมาก แต่สิ่งที่รัฐบาลกำลังเผชิญคือวิกฤตต่าง ๆ ที่มันพุ่งเข้ามาพร้อมกัน เอาแค่เรื่องน้ำมันก็หนักแล้ว
-ในพรรคภูมิใจไทย เคยคุยกันหรือไม่ว่า ทำไมเจออะไรแบบนี้?
ไม่มีเวลามานั่งบ่น แต่ต้องหาวิธีการแก้ปัญหา ซึ่งมันเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงเป็นที่มาของการที่ต้องออกพระราชกำหนดเงินกู้ 400,000 แสนล้านบาท ผมว่าน่าจะเป็นรัฐบาลแรกเลยที่กู้เงินมาแล้วไม่ได้เอามาทำเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน แต่เป็น 400,000 แสนล้านบาทที่นำกลับไปให้ประชาชนทั้งหมดในสองวัตถุประสงค์ 1 กระตุ้นเศรษฐกิจ 2 เรื่องของการเปลี่ยนถ่ายการใช้พลังงาน
-ในส่วนของมหาดไทยสามารถที่จะใช้กลไกของมหาดไทย ในการเข้าไปสนับสนุนการดำเนินการในเรื่องกรอบเงินกู้ดังกล่าวได้หรือไม่?
จริง ๆ มีบางส่วนแต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการบูรณาการร่วมกันมากกว่า อย่างเช่น เรื่องโซลาร์เซลล์ การขออนุญาตต่างๆ กรมโยธาธิการฯ เข้าไปซัพพอร์ตได้ ทำให้เร็วขึ้นง่ายขึ้นได้ หรือการไฟฟ้าฯ ก็มีส่วนร่วมโดยตรง แต่ในความเป็นจริงเกี่ยวข้องกับทุกหน่วยงาน
โดยวรพล กิตติรัตวรางกูร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แฉแชตไลน์ปลอม จับโป๊ะช่วยนํ้าเงินด้วยรายชื่อผู้สมัครสส.ไม่ตรงกับกกต.
จับโป๊ะ! แชตไลน์ "ช่วยน้ำเงินด้วย" ปจ.ภูเก็ตกล่าวหา “อธิบดีกรมการปกครอง” หนังคนละม้วน เทียบรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. ไม่ตรงประกาศจริงของ กกต. “โสภณ” บอกไม่รู้ ย้ำแยกบทบาทชัด หลังนั่งประธานสภาฯ กล่าวติดตลก ภูมิใจไทยไม่ใช่ตำบลกระสุนตก เป็นแค่หมู่บ้าน ย้อนสื่อฯ ใครเป็นรัฐบาลยุคไหนก็โดน จ่อบรรจุแก้รัฐธรรมนูญ 7-8 ก.ค.นี้ ชี้หาก กมธ.ถกไม่ล่าช้า ขั้นตอนทุกอย่างจะเร็วตาม
'โสภณ' ไม่รู้ปมแชต 'ช่วยน้ำเงินด้วย' ยันแยกบทบาทชัด ไม่ยุ่งกิจการภูมิใจไทย
“โสภณ ซารัมย์” ระบุไม่ทราบกรณีแชทหลุดอ้างข้อความ “ช่วยน้ำเงินด้วย” ย้ำตั้งแต่รับตำแหน่งประธานสภาฯ ไม่ยุ่
พรรคเพื่อไทยเปิด 20 เรื่องไม่ลับ 'ภัทร์ดารัสมิ์' จากอัยการทหารสู่รองโฆษกรัฐบาล
พรรคเพื่อไทยเผย 20 เรื่องไม่ลับของ “ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร” รองโฆษกรัฐบาล ตั้งแต่วัยเด็กนักอ่าน แรงบันดาลใจสู่เส้นทางนักกฎหมาย ประสบการณ์ในฐานะอัยการ
🔴 LIVE ‘ดร.เอนก’วิพากษ์ พรรคส้มเมาหมัด.. เล่นใหญ่..ใกล้จบเห่? | อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร
อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร : วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2569
🔴 LIVE 1,600 ล้านคุ้มแค่ไหน? AI เพื่อคนไทย | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : ประจำวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2569
สภาอุ้ม 'ชนนพัฒฐ์' มติ 308 ต่อ 126 เสียง ไม่ส่งตัวให้DSI
'ชนนพัฒฐ์' ลั่นพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่วอนเพื่อน สส. ยึดหลักการ รับหากปิดสมัยประชุมแล้วก็หนีไม่รอด ก่อนสภาฯ มีมติ 308 ต่อ 126 เสียง ไม่ส่งตัวให้ดีเอสไอ

