เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา เช้าวันพระในวันจันทร์ที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๖๙ เป็น “วันอัฏฐมีบูชา”.. ได้เดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจโครงการร้อยใจไทย สืบสานราชธรรมฯ ถวายเป็นพระราชกุศล แด่ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง”.. ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ณ จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งเป็นจังหวัดน้องใหม่ลำดับที่ ๗๖ .. (ประเทศไทยมีทั้งหมด ๗๗ จังหวัด) ตาม พ.ร.บ.ตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ.๒๕๕๔ รวมอายุ ๑๕ ปีของความเป็นจังหวัดบึงกาฬในปัจจุบัน (พ.ศ.๒๕๖๙) โดยแยกตัวออกมาจากจังหวัดหนองคาย มีทั้งหมด ๘ อำเภอ โดยมี ๔ อำเภอติดกับแม่น้ำโขงทางภาคอีสานตอนบน โดดเด่นด้วยธรรมชาติอันสมบูรณ์
การเดินทางมา จ.บึงกาฬ ในครั้งนี้ จึงเลือกเข้าพักที่ ภูทอก (วัดเจติยาคีรีวิหาร) ด้วยความตั้งใจจะไปกราบบูชาอัฏฐิ หลวงปู่จวน กุลเชฏโฐ ซึ่งมรณภาพด้วยอุบัติเหตุเครื่องบินตก เมื่อ ๒๗ เมษายน ๒๕๒๓ ด้วยเครื่องบินพาณิชย์สายการบินไทย TG231 ที่บินออกจากสนามบินอุดรธานี มุ่งสู่ดอนเมือง โดยประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกบริเวณกลางทุ่งรังสิต (อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี) ท่ามกลางสภาพอากาศแปรปรวน ส่งผลให้พระกรรมฐานอีก ๔ รูป สายหลวงปู่มั่น มรณภาพในครั้งนั้นด้วย
การมรณภาพของพระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่นในครั้งนั้น ส่งผลกระทบต่อจิตใจของชาวพุทธอย่างมาก ไม่เว้นแม้ในเด็กๆ คนหนุ่มสาว ที่เฝ้าติดตามข่าวเครื่องบินตกอย่างใจจดใจจ่อ.. พร้อมกับพกความสงสัยมากมายว่า ทำไม.. อย่างไร..
ต่อมาได้รับการบอกเล่าไขปมปัญหาคาใจว่า เรื่องดังกล่าวเป็นบุพกรรมในอดีตชาติ โดยระบุว่า หลวงปู่หลุย จันทสาโร ได้กล่าวถึงสาเหตุที่ พระอาจารย์กรรมฐาน ซึ่งล้วนเป็น พระสุปฏิปันโน ได้มรณภาพพร้อมกันว่า “ด้วยในอดีตชาติ ท่านทั้ง ๕ เกิดทำให้ลูกนกตาย จึงเป็นวิบากกรรมติดตามมาให้ผลดังกล่าว ซึ่งหนึ่งในห้า ได้แก่ หลวงปู่จวน กุลเชฏโฐ พระวิปัสสนากรรมฐานสายพระป่า ผู้บุกเบิกสร้าง วัดภูทอก (วัดเจติยาคีรีวิหาร) จนกลายเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาที่สำคัญของจังหวัดบึงกาฬในปัจจุบัน
เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน เคยมาพักปฏิบัติธรรมบน ภูทอก ชั้น ๔ ซึ่งมีความเป็น สัปปายสถาน ควรแก่การเจริญภาวนายิ่ง โดยเฉพาะในยามค่ำคืนเมื่อปราศจากผู้คน จำได้ว่า การเจริญภาวนาในครั้งนั้นได้รับนิมิตเป็น คติธรรมจากหลวงปู่จวน ประมาณ ๔ ข้อ และนิมิตบอกกล่าวว่า พื้นที่ชั้น ๔ เป็น “โพธิรัญชยาราม”
เคยนำชื่อดังกล่าวไปท่องให้ หลวงปู่จันทร์ กุสโล อดีตเจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวง จ.เชียงใหม่ ฟัง เมื่อครั้งท่านมาพักเยี่ยมให้กำลังใจในสมัยเริ่มสร้าง วัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย (ธ) ในพระราชูปถัมภ์ จ.ลำพูน .. หลวงปู่จันทร์ถึงกับตั้งใจฟังพร้อมกล่าวว่า.. ให้ใช้ชื่อ “โพธิรัญชยาราม” แทนชื่อ “วัดป่าพุทธพจน์ฯ” ก็ได้.. แต่ได้กราบเรียนท่านไปว่า ที่ลำพูนเป็น วัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย .. เป็นมงคลอยู่แล้ว
สำหรับ การเลือกพักที่วัดภูทอก ของหลวงปู่จวน ซึ่งมีระยะทางห่างจากหอประชุมของศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ สถานที่จัดงาน โครงการร้อยใจไทย สืบสานราชธรรมฯ ในเช้าวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๖๙ ซึ่งแม้ว่าจะต้องใช้เวลาเดินทางประมาณ ๔๕-๖๐ นาที แต่ด้วยมีนัยสำคัญที่ปักเป็นธงไว้ในการมา
จ.บึงกาฬ ในครั้งนี้ ได้แก่ การมากราบบูชาอัฏฐิธาตุ หลวงปู่จวน และการพักภาวนาที่วัดภูทอก.. ด้วยมีสาเหตุอันเนื่องมาจาก เหรียญหลวงปู่จวน กุลเชฏโฐ รุ่นทูลเกล้าฯ ถวาย .. ซึ่งปรากฏวางอยู่บนหัวเตียงในห้องพัก บนภูเขาพระธาตุภูหว้าฯ จ.ภูเก็ต เมื่อไปเจริญภาวนาระหว่าง ๒๒-๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๙...ที่ผ่านมา
โดยได้กำหนดเดินทางกลับในวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๙ ด้วยเครื่องบินเที่ยวบิน ๑๒.๐๕ น. .. ซึ่งก่อนจะลงจากภูเขาพระธาตุภูหว้า ได้จัดของใช้ลงย่ามเรียบร้อยและหยิบเหรียญหลวงปู่จวน ที่วางอยู่ขึ้นมาดู.. จิตได้แวบไปและ ให้นึกถึงเหตุการณ์เครื่องบินตก ท่านมรณภาพ จึงวางเหรียญลง ไม่เก็บใส่ย่ามไปตามที่ตั้งใจครั้งแรก
แต่เมื่อกลับขึ้นมาบนภูเขาพระธาตุภูหว้าอีกครั้ง เพื่อฉันภัตตาหารก่อนออกเดินทาง จึงนึกถึงความรู้สึกดังกล่าวทำให้เกิดความละอายใจ.. จึงตั้งใจนำเหรียญมาอธิษฐานบูชาก่อนนำใส่ย่ามก่อนออกเดินทาง
ในระหว่างเดินทางเข้าดอนเมือง.. เหตุการณ์ทุกอย่างเป็นไปตามปกติ โดยมีสามเณรนั่งข้าง เพื่อช่วยดูแลตามประสาพระผู้มีอายุที่เข้าสู่วัยชรา.. ในระหว่างที่บินอยู่ในอากาศ ได้เจริญภาวนามาโดยตลอดอย่างที่เคยปฏิบัติ แต่ที่เกิดความรู้สึกแปลกๆ ในการบินครั้งนี้ได้รู้สึกว่า เวลาเนิ่นนาน กว่าปกติ จนอดแปลกใจไม่ได้.. โดยเฉพาะเมื่อใกล้จะถึงสนามบินดอนเมือง ได้ยินเสียงแอร์โฮสเตสประกาศ โดยครั้งแรกเข้าใจว่า เพื่อให้เปิดหน้าต่างดังที่เคยปฏิบัติ จึงได้ยื่นมือออกไปเพื่อดึงม่านหน้าต่างขึ้น “แต่เริ่มเอะใจ.. เมื่อได้ยินเสียงกล่าวประกาศแจ้งเสมือนเตือนภัย.. ทำนองเครื่องบินเข้าสู่พื้นที่อันตราย ให้ระมัดระวังรัดเข็มขัด และหากเครื่องเกิดประสบเหตุ....... ขอให้ผู้โดยสารปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้.... (เป็นข้อๆ)...” ..เป็นการประกาศด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ไร้ความตื่นเต้น จนออกจะผิดสังเกต จึงได้เหลียวไปดูผู้โดยสารรอบๆ แม้กระทั่งพระที่นั่งใกล้ๆ แต่ไม่ปรากฏอาการผิดปกติใดๆ และเมื่อมองลงไปพื้นที่ด้านล่าง ได้เห็นทุ่งนา บ้านเรือนตามปกติ.. ดังทุกครั้งก่อนเครื่องจะปรับลดระดับลงที่สนามบินดอนเมือง ในช่วงเวลาประมาณ ๑๕-๒๐ นาที...
ด้วยการพิจารณาอย่างมีสติมาโดยตลอด.. ไม่ได้ครึ่งหลับครึ่งตื่น... จึงไม่ได้แสดงอาการวิตกใดๆ จากคำประกาศดังกล่าว แต่ที่แปลกใจมากในความรู้สึกที่ดูเหมือนเครื่องบินสงบนิ่งอยู่กลางอากาศเป็นเวลานานกว่าปกติ.. ก่อนเครื่องจะลงสู่สนามบินดอนเมืองโดยสวัสดิภาพ.. ได้เก็บความรู้สึกดังกล่าวมาพูดคุยกับสามเณรในต่อมาว่า.. “เดินทางครั้งนี้ใช้เวลานานมากกว่าทุกครั้ง ไม่รู้ว่าเพราะอะไร..!?” .. สามเณรได้กล่าวผสมโรงว่า.. “ผมก็รู้สึกว่าเดินทางนานกว่าปกติ เหมือนจากภูเก็ตไปเชียงใหม่เลย..”
เมื่อกลับไปถึงวัดบางไทร (วัดป่าอารยวังสาราม) จ.พระนครศรีอยุธยา จึงได้พิจารณาเรื่องราวไปมา.. โดยได้มาสะดุดตรง เรื่องเหรียญหลวงปู่จวน.. เครื่องบินตก.. และคำประกาศแจ้งเตือนภัยของแอร์โฮสเตสที่มาพ้องกันโดยบังเอิญ .. ที่สำคัญยิ่ง เมื่อไปสอดรับกับเรื่องเครื่องบินของ เลาดาแอร์ ตกแถวเมืองสุพรรณบุรี ในวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๓๔ ที่มีการส่งเข้ามาให้รับทราบโดยบังเอิญอีกครั้ง.. เที่ยวบินดังกล่าวมีผู้โดยสารรวมทั้งหมด ๒๒๓ คน เป็นชาวต่างชาติ ๑๘๔ คน ชาวไทย ๓๙ คน โดยในกลุ่มชาวไทย เป็น เจ้าทางภาคเหนือ ที่เป็นเจ้าของที่ดิน ซึ่งต่อมาถวายเพื่อการสร้างวัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย (ธ) อ.เมือง จ.ลำพูน.. และโดยบังเอิญอย่างไม่บังเอิญอีกเช่นเดียวกัน เมื่อได้เลือก วันวิสาขบูชา ที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๔๕ เป็นวันวางมงคลฤกษ์ก่อตั้งวัด.. ซึ่งมิรู้เลยว่า เป็นวันเดียวกันกับวันที่มีการสูญเสียชีวิตของเจ้าของที่ดิน.. อันเนื่องมาจากอุบัติเหตุเครื่องบินเลาดาแอร์ เที่ยวบินมรณะ NG004 ระเบิดแตกหักกลางอากาศ เหนือบริเวณป่าสงวนในเขตอุทยานแห่งชาติพุเตย ต.ห้วยขมิ้น อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๓๔
จากเหรียญหลวงปู่จวน.. สู่ความรู้สึกที่เสมือนเข้าไปรับรู้ถึงการประกาศเสมือนเครื่องบินต้องประสบเหตุ.. เหนือพื้นที่.. ก่อนจะลงสู่สนามบินดอนเมือง.. จึงเป็นสาเหตุให้ตัดสินใจเดินทางไปปฏิบัติโครงการร้อยใจไทย สืบสานราชธรรมฯ ที่ จ.บึงกาฬ เพื่อเข้าพักที่ภูทอก.. วัดของหลวงปู่จวน กุลเชฏโฐ ในวันที่ ๗-๘ มิถุนายน ๒๕๖๙.. ที่ไม่บังเอิญอีกเช่นเดียวกัน เมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๖๙ เป็นวันพระ.. ตรงกับ วันอัฏฐมีบูชา .. ที่ตั้งใจเจริญภาวนาตลอดคืนบนภูทอก ชั้น ๕ ณ กุฏิหลวงปู่จวน เพื่อถวายเป็น พุทธบูชา ธัมมบูชา สังฆบูชา.. และอาจาริยบูชา ก่อนที่จะเดินทางไปเจริญเมตตาแถวภูลังกา.. สู่ ถ้ำนาคา อันเลื่องลือ ในวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๙ ก่อนเดินทางกลับ.. ด้วยความอิ่มใจในการได้ไป เจริญสติปัฏฐานธรรม ในครั้งนี้!.
เจริญพร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ดร.เอนก' แพร่บทความ 'ใครเป็นพวกหัวรุนแรงถอนรากถอนโคน : เมืองไทยในรอบกว่าสิบปี'
ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยแพร่บทความ
ภาวะผกผันระหว่างบ้านเมือง-ศาสนา ในกระแสสติอ่อนล้า .. ของสังคม!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ติดตามข่าวสารรอบด้านที่เชื่อมสัมพันธ์กันทั้งทาง บ้านเมืองและฝ่ายศาสนา.. ได้เห็นปรากฏอาการ “โลกล้ำ-ธรรมล้น” อันเป็นไปตามสมัยวัตถุนิยม ที่แสดงถึง ภาวะอ่อนล้าของสติ สัมปชัญญะ โดยมวลรวมของภาคสังคม.. อันน่าศึกษายิ่ง
ภัยร้าย .. ต่อศาสนา ปัญหา .. เสพติดเทคโนโลยี!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ภายใต้กฎเกณฑ์ธรรมชาติ จึงได้เห็น ความเปลี่ยนแปลงในความดำรงอยู่.. อันดำเนินไปตามเหตุปัจจัย.. ที่สะท้อนความเป็นจริงว่า.. ทุกอย่างเป็น.. ธรรม ธรรม.. เป็นไปตามเหตุปัจจัย..
“เมื่อโลกล้ำ.. ธรรมล้น..” ... กาลโกลาหลจึงบังเกิด!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา... นับว่า วิถีโลก เข้าสู่กาลโกลาหลเต็มตัว เมื่ออำนาจเทคโนโลยียุคไอทีผลักดันสังคมเข้าสู่กระแสดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ.. จึงได้เห็น กาลโกลาหลในกระแสสังคมดิจิทัล ที่แม้แต่ ศาสนจักร ยากจะปฏิเสธ
'ดร.เอนก' แนะพึ่งพากันอย่างรู้แจ้ง ชี้ทางสว่าง '2 ผู้นำมหาอำนาจ'
ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เขียนบทความเรื่อง "เมื่ออาเซียน ยุโรป และผองชาติอำนาจอื่นๆ ต้องร่วมแก้ปัญหาให้ พญาอินทรีและพญามังกร"
“กระแสหลงเชื่อ .. ในภาวะหลงผิด” กรณี.. ตนบุญผู้วิเศษภาคเหนือ!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา... สัปดาห์ที่ผ่านมา ปรากฏเรื่องราวฉาวโฉ่ กรณีนักทำนายทายทักที่อ้างมีสื่อวิเศษ สามารถติดต่อโลกจิตวิญญาณในมิติภพภูมิต่างๆ.. เพื่อนำข่าวสารมาบอกกล่าวให้กับคนในโลกมนุษย์ได้ โดยสามารถเข้าไปเปิดดู บัญชีวิบากกรรมของแต่ละคน ที่กระทำไว้ในอดีตชาติ เพื่อนำไปสู่ การแก้กรรม .. ตามลัทธิความเชื่อโลกอัตตสัญญา ที่ถือว่า วิญญาณเที่ยงแท้.. อันเป็น มิจฉาทิฏฐิ เข้าขั้น จิตหลงผิด (Delusional Disorder) อย่างรุนแรง

