'ดร.เอนก' แพร่บทความ 'เข็มทิศและดาวเหนือในยามวิกฤต'

3 ก.ค. 2569 – ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยแพร่บทความเรื่อง “เข็มทิศและดาวเหนือในยามวิกฤต” มีเนื้อหาดังนี้

ในวันที่บ้านเมืองหรือโลกวิกฤต​ เข็มทิศจะพังและดาวเหนือจะดูแล้วเห็นเพียงเลือนลาง

ในยามนั้น​ ผู้นำจะต้องเป็นเข็มทิศและคบไฟที่นำทางให้จงได้ คุณธรรมเท่านั้นคือลมหายใจที่จะหล่อเลี้ยงให้บ้านเมืองมีชีวิตต่อไปได้

วิกฤตนั้นไม่ใช่แค่ระบบพัง​ แต่คือภาวการณ์ที่ทิศทางแห่งธรรมนั้นดูสับสนปั่นป่วนครับ

“เข็มทิศ” ในที่นี้คือระบบคุณค่าและสถาบันที่สังคมร่วมกันสร้างขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นตัวบทกฎหมาย วัฒนธรรม หรือความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน

เมื่อความจริงถูกแทนที่ด้วยความเห็นแก่ตัวและข้อมูลเท็จ ในสภาพที่นักคิดร่วมสมัยเรียกว่า “ยุคหลังความจริง” (post-truth) เข็มทิศนั้นก็จะแกว่งอย่างไร้ทิศครับ

อันตรายยิ่งกว่านั้นคือเมื่อสังคมยอมรับภาวะไร้ทิศทางว่าเป็นปกติ จนเลิกถามถึงความถูกต้องหรือผิดถูก ฮันนาห์ อาเรนต์ เรียกสิ่งนี้ว่า “ความชั่วร้ายอันสามัญ” (banality of evil) หรือ​ ความชั่วร้ายที่เกิดจากการไม่คิด ไม่ไตร่ตรองครับ

เธอเคยเตือนว่าเมื่อ? การเมืองปราศจากการไตร่ตรองทางจริยธรรม มันจะกลายเป็นเพียงเกมแห่งอำนาจที่ไร้มนุษยธรรม

เมื่อสถาบันสั่นคลอน สิ่งที่เหลือคือมนุษย์ที่มีคุณธรรมเท่านั้น ในจังหวะนี้สังคมไม่ต้องการแค่คนเก่งหรือคนฉลาด แต่ต้องการ “คนดีที่ดำรงชีวิตเป็นธรรมะที่เคลื่อนไหวได้” คือคนที่ประชาชนเห็น สัมผัส และศรัทธาได้จากการกระทำจริง ไม่ใช่คำพูดครับ

ผู้นำที่แท้มีสามคุณสมบัติ

หนึ่ง—คุณธรรมต้องต่อเนื่อง ไม่ใช่ทำดีเฉพาะต่อหน้าสื่อต่อหน้ากล้องครับ

อริสโตเติลเรียกสิ่งนี้ว่า hexis หรืออุปนิสัยที่มั่นคง ซึ่งเกิดจากการฝึกฝนกระทำดีซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนหลอมรวมเป็นธรรมชาติที่สองของตัวตน

ณ ความกล้าหาญที่แท้ จึงไม่ใช่การฮึกเหิมครั้งคราว แต่คือการยืนหยัดในหลักการแม้อยู่ในที่ลับตาคน เช่นเดียวกับ “ภาวนา” ในพุทธศาสนาที่ฝึกจิตจนกุศลธรรมกลายเป็นพื้นนิสัย ไม่ใช่แค่อารมณ์ชั่วครู่ครับ

สิ่งนี้ต้องสม่ำเสมอในทุกลมหายใจของการทำงาน ขงจื๊อก็สอนในท่วงทำนองเดียวกันว่า “ผู้มีคุณธรรมย่อมไม่โดดเดี่ยว ย่อมมีมิตรมาเอง” เพราะคุณธรรมที่มั่นคงย่อมดึงดูดผู้คนเข้าหาโดยไม่ต้องร้องขอ

สอง—ไม่จำเป็นต้องประกาศตน เล่าจื๊อสอนว่า “ผู้นำที่ดีที่สุด ประชาชนแทบไม่รู้ว่ามีอยู่… เมื่อภารกิจสำเร็จ ผู้คนจะพูดว่า ‘เราทำเอง'”

เป็นเหมือนดาวเหนือที่เงียบแต่ส่องทาง ไม่เรียกร้องให้ใครขอบคุณ แต่นำด้วยการทำให้เห็น การนำที่แท้จึงไม่ใช่การสร้างภาพ แต่คือการอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของผู้อื่นครับ

สาม—ฟังเสียงแผ่นดินและตอบสนองด้วยการทุ่มเทเพื่อประโยชน์สุขมหาชน ผู้นำต้อง “หายใจเข้า” ด้วยการรับรู้ทุกข์สุขของประชาชน และ “หายใจออก” เป็นความหวังและความถูกต้องครับ

ย้อนแย้งยิ่ง: ยิ่งมีอำนาจ ยิ่งต้องลดตนลง

การลดตนไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่คือการลดอัตตาเพื่อเปิดทางให้ปัญญาและความเมตตาทำงานครับ

เม่งจื๊อกล่าวว่า “ความชอบธรรมสำคัญกว่าประโยชน์” และผู้ปกครองที่แท้ต้องมี “จิตใจที่ไม่อาจทนเห็นผู้อื่นทุกข์” จิตใจเช่นนี้คือรากฐานของทุกนโยบายที่คำนึงถึงมนุษย์ มันไม่ใช่แค่ความสงสาร หากแต่คือแรงผลักให้ลงมือแก้ไข

ผู้นำที่ดีที่สุดคือผู้รับใช้ ไม่ใช่เพื่อให้ตนเด่น แต่เพื่อให้ผู้อื่นเดินได้ด้วยตัวเองครับ

อริสโตเติลเรียกสิ่งนี้ว่า phronesis หรือความรอบรู้เชิงปฏิบัติ คือความสามารถตัดสินใจถูกต้องในสถานการณ์เฉพาะหน้าบนฐานของคุณธรรม ไม่ใช่เมินเฉย ไม่ใช่ลอยตามกระแส

ด้านโรเบิร์ต กรีนลีฟ (Robert K. Greenleaf) นักคิดตะวันตกสมัยใหม่ ก็นิยาม “ผู้นำผู้รับใช้” (servant leadership) ว่ามีหัวใจคือการรับใช้เป็นภารกิจสูงสุด โดยทดสอบได้จากคำถามว่า “ผู้ตามเติบโตขึ้นหรือไม่ เมื่ออยู่ภายใต้การนำ”

เช่นเดียวกับอุดมคติพระโพธิสัตว์ในมหายาน ที่ตั้งปณิธานอุ้มทุกข์ของสรรพสัตว์ไว้ในใจ โดยไม่ถือว่าตนเป็นศูนย์กลางครับ

อย่าเผาตัวเองจนมอด—จงเติมตะเกียงให้ส่องนานพอ

การเป็นแสงสว่างให้ผู้อื่น มิใช่การเสียสละจนสิ้นแรง แต่คือการมีแหล่งพลังภายในที่หมั่นเติมอย่างสม่ำเสมอครับ

ติช นัท ฮันห์ ( Thich Nhat Hanh) พูดถึง “ผู้นำที่ไม่มีตัวตน” ที่ว่างพอจะบรรจุความทุกข์ของผู้อื่นโดยไม่สูญเสียตนเอง และเตือนว่า “หากเราไม่สงบ เราก็ไม่อาจนำสันติสุขสู่ใครได้”

มาร์คัส ออเรลิอัส (Marcus Aurelius) จักรพรรดินักปรัชญาแห่ง​สำนัก​สโตอิก​(Stoic) เตือนพระองค์เองทุกคืนว่า “จงมองเข้าไปภายใน เพราะภายในมี”น้ำพุ” แห่งความดีที่ไม่มีวันเหือดแห้ง หากขุดหามันอยู่เสมอ” และ “ยามเช้าจงบอกตนเองว่า วันนี้ข้าอาจพบคนอกตัญญู หยาบคาย ริษยา แต่ข้าไม่โกรธพวก​ เพราะเราต่างเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน–ธรรมชาติอันเดียวกัน”

สองพันปีก่อนเขารู้แล้วว่าการนำโดยไม่ฟื้นฟูจิตใจคือการเดินสู่ความว่างเปล่า ผู้นำที่หมดไฟย่อมนำใครไม่ได้นาน จงฟื้นฟูตัวเองด้วยสมาธิ กัลยาณมิตร และการยึดมั่นในหลักการครับ

สรุป: เราทุกคนสร้างดาวเหนือร่วมกัน

ในโลกที่เสียงอึกทึกดังกลบความถูกต้อง บ้านเมืองจะรอดได้ก็เมื่อเรากล้าที่จะเป็นเข็มทิศให้แก่กัน ไม่ใช่ชี้แต่ทางที่ได้เปรียบ ที่จะได้เงินจากโครงการหลวง​ ที่จะได้ประโยชน์แต่เฉพาะตนเฉพาะกลุ่ม​ หากแต่ชี้ทางที่ควรค่าแก่การสร้างบ้านเมืองและยกระดับความเป็นมนุษย์ครับ

ฮันนาห์ อาเรนต์ ยังชี้ด้วยว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมาพร้อมศักยภาพในการ “เริ่มต้นใหม่” (natality—ภาวะการเกิดใหม่)

แม้ในวันที่มืดมิดที่สุด เราก็ยังสามารถริเริ่มการกระทำที่มีความหมายใหม่ได้เสมอ

ขอเพียงเราไม่ลืมว่าดาวเหนือที่จริงไม่ได้อยู่บนท้องฟ้า​ หากอยู่ในหัวใจที่กล้าทำดีและช่วยกันหายใจเข้าออกให้เป็นคุณธรรม

แม้พายุจะหนัก สังคมก็จะเป็นดังนาวาใหญ่ ที่ลอยลำฝ่าคลื่นสูงลมแรงในมหาสมุทรต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นพ.สรณ ทำอะไรผิด จึงต้องหลุดจากกสทช วิบากกรรม ยังไม่จบ!.

การทำงานของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติหรือกสทช.ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ไม่สามารถเดินหน้าขับเคลื่อนต่อไปได้

จะแก้ไขโรคทุจริต .. ในสังคมได้อย่างไร!?

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา มีคำกล่าวว่า ..เธอจงระวังความคิดของเธอ เพราะความคิดจะกลายเป็นความประพฤติ.. เป็นนิสัย อุปนิสัย ที่กำหนดชะตาชีวิตของเธอ!

ระเบียบใหม่ตะวันออกกลาง อิหร่าน คือชาติมหาอำนาจ

สงครามตะวันออกกลางที่เป็นการสู้รบกันระหว่าง สหรัฐอเมริกา-อิสราเอลกับอิหร่าน ถึงขณะนี้ก็ยังไม่แน่ชัดว่า หลังจากนี้ จะกลับมาเปิดฉากสู้รบ-ปะทะกันอย่างหนักอีกหรือไม่

ดร.เอนก เตือนสังคมศาสตร์ไทย ไร้รากเหง้า ระวังกลายเป็น 'ศาสตร์ไร้จิตวิญญาณ'

ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ชวนสังคมศาสตร์ไทยกลับมาศึกษารากเหง้าตัวเอง ชี้ใช้ทฤษฎีตะวันตกได้ แต่ต้องรู้ประวัติศาสตร์-วัฒนธรรม-ภูมิปัญญาไทยให้พอกัน เตือนหากเอาแต่เป็