เรื่องดีดี 'ประเทศไทย'  (  2  )

สัปดาห์ก่อนได้มีโอกาสเข้าร่วมสัมนาเรื่อง National Director Conference 2026 เรื่อง ปัญญาประดิษฐ์ภายใต้การกำกับของปัญญามนุษย์   Artificial Interligence AI  กระแส AI ในปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญจากการลงทุนมหาศาลและการเติบโตอย่างรวดเร็ว สู่การคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ความท้าทายด้านพลังงานและผลกระทบต่อตลาดแรงงานอย่างแท้จริง จากข้อดี AI ทำงานเร็ว ไม่มีเหนื่อย แม่นยำสูง ทุ่นแรงงานซ้ำ ๆ และวิเคราะห์ลึก แต่ข้อเสียก็มีเช่นกัน ทุนสร้างสูง ขาดอารมณ์ ไร้ความคิดริเริ่ม อาจให้ข้อมูลมั่ว กระทบการจ้างงาน

จากรายงาน Pwc การสำรวจ 1217 บริษัทมีเพียงร้อยละ 20 ที่จัดอยู่ในกลุ่ม  AI leader สร้างมูลค่าผลตอบแทนที่ขับเคลื่อนโดย AI ไปร้อยละ 74ของกลุ่ม หมายความว่า AI ไม่ได้สร้างมูลค่าอย่างเท่าเทียมกันในทุกองค์กร แต่สร้างผลตอบแทนมหาศาลให้กับบริษัทที่มีความพร้อมและสามารถแปลง AI ไปสู่การเติบโตทางธุรกิจได้จริง ในทางกลับกัน  AI ได้สร้างปัญหาให้กับองค์กรจนถึงต้องขอใช้อำนาจศาล เช่นกรณี  ผู้ให้สินเชื่อรายหนึ่งในเยอรมัน ใช้ AI ในการประเมินคะแนนสินเชื่อส่งผลต่อความขุ่นเชื่องต่อขบวนการอนุมัติ

หรือสายการบินในทวีปอเมริกาเหนือใช้ AI Chatbot.ให้ข้อมูลผิดพลาดแก่ ผู้โดยสาร ประเด็นเมื่อเกิดปัญหาขึ้นใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ

เรืองดีดีประเทศไทยเรื่องแรก ขอนำปาฐกถาปิดการประชุมจาก พระพรหมศากยวงศ์วิสุทธิ์   (  Phra Anil Sakya ) โดยได้ขออนุญาตนำสาระสำคัญบทสรุปมาลงในบทความนี้

“”  ตลอดประวัติศาสตร์ มนุษย์ไม่เคยกลัวเครื่องมือที่ตนเองสร้างขึ้น  สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ การที่เครื่องมือพัฒนาเร็วกว่า  “ ปัญญา “ ของผู้ใช้ วันนี้ AI สามารถเขียนบทความได้ วิเคราะห์ข้อมูลได้ แต่งเพลงได้ วาดภาพได้ วินิจฉัยโรคได้ และอาจทำสิ่งต่าง ๆ ได้ดีกว่ามนุษย์ในหลายด้าน แต่ยังมีสิ่งหนึ่งที่ AI ไม่สามารถทำแทนมนุษย์ได้ นั่นคือ การรับผิดชอบต่อผลของการตัดสินใจ AI ไม่รู้จักความถูกต้อง ไม่รู้จักเมตตา และไม่รู้จักความหมายของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิ่งเหล่านี้ยังเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนโดยเฉพาะผู้ที่นั่งอยู่ในห้องนี้ เพราะทุกท่านมิใช่เพียงผู้บริหารองค์กรแต่คือผู้กำหนดทิศทางของสังคม การตัดสินใจของท่านในวันนี้จะส่งผลต่อพนักงานนับหมื่นคน ต่อผู้ถือหุ้น ต่อลูกค้า ต่อชุมชน และต่อคนรุ่นต่อไป ดังนั้นคำถามที่สำคัญที่สุดจึงไม่ใช่ AI จะฉลาดได้อีกเพียงใด แต่คือมนุษย์จะมีปัญญาพอที่จะใช้ความฉลาดนั้นหรือไม่ อาตมาจึงฝากหลักคิดง่าย ๆไว้สามประการ

ประการแรก  จงใช้ AI เป็นผู้ช่วยในการคิดแต่อย่าให้ AI เป็นผู้ตัดสินแทนมโนธรรมของท่าน

ข้อมูลช่วยให้เราเห็นข้อเท็จจริง แต่ปัญญาเท่านั้นที่จะทำให้เราเลือกสิ่งที่ถูกต้อง

ประการที่สอง  จงสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับจริยธรรมไม่แพ้นวัตกรรม องค์กรที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต อาจไม่ใช่องค์กรที่มี  AI ฉลาดที่สุด แต่เป็นองค์กรที่มีประชาชนไว้วางใจมากที่สุด เพราะเทคโนโลยี่สามารถหาซื้อได้ แต่ความไว้วางใจต้องสร้างขึ้นด้วยความซื่อสัตย์ ความโปร่งใส และความรับผิดชอบ

ประการสุดท้าย อย่าปล่อยให้  AI  ทำให้มนุษย์มีคุณค่าน้อยลง แต่จงใช้  AI เพื่อทำให้มนุษย์มีคุณค่ามากขึ้น ใช้เทคโนโลยี่เพื่อลดงานที่ซ้ำซ้อน ใช้เวลาและพลังที่เหลือไปกับสิ่งที่เครื่องจักรทำไม่ได้  การสร้างแรงบันดาลใจ การรับฟัง การให้อภัย การดูแลผู้คน และการสร้างสังคมที่มีความหวัง เพราะสิ่งเหล่านี้คือหัวใจของความเป็นมนุษย์

เมื่อกว่าหกสิบปีก่อน มาร์แซล แม็กลูฮัน ( Marshall Mcluhan ) กล่าวว่า “ We shape our tools,and therefore our tools shape us” เราสร้างเครื่องมือ แล้วเครื่องมือกลับมาหล่อหลอมเรา แต่พระพุทธศาสนาขอเติมประโยคนี้อีกหนึ่งตอนว่า “ ผู้ที่จะกำหนดทิศทางของเครื่องมือ คือผู้ที่ฝึกฝนจิตใจของตนเองแล้ว”

หากจิตใจเต็มไปด้วยความโลภ AI  ก็จะขยายความโลภ หากจิตใจเต็มไปด้วยความโกรธ AI ก็จะขยายความโกรธ แต่หากจิตใจได้รับการฝึกฝนให้มี สติ มีเมตตา มีปัญญา AI ก็จะกลายเป็นพลังแห่งความเมตตา และการสร้างสรรค์ เพราะอนาคตของ  AI มิได้เริ่มต้นที่เทคโนโลยี่ แต่เริ่มต้นที่มนุษย์ เราอาจสร้างเครื่องจักรที่ฉลาดขึ้นทุกปี แต่คำถามสำคัญกว่าคือ เรากำลังสร้างมนุษย์ที่มีปัญญาขึ้นทุกปีด้วยหรือไม่

อาตมาจึงเชื่อว่าอนาคตของโลกจะไม่ได้ถูกกำหนดโดย AI  แต่ถูกกำหนดโดย Human Wisdom และความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ อาจไม่ใช่วันที่เราสร้างเครื่องจักรที่ฉลาดที่สุด หากเป็นวันที่เราสามารถสร้างสังคมที่ใช้ความฉลาดนั้น ด้วยปัญญา ด้วยเมตตา และด้วยความรับผิดชอบ

ในพุทธศาสนา มีพุทธภาษิตบทหนึ่งที่ว่า “ ปณญา โลกสมิ ปชโชโต “ ปัญญาคือแสงสว่างของโลก  วันนี้โลกของเรามีแสงจากหน้าจอมากมาย แต่ยังต้องการแสงอีกชนิดหนึ่ง คือแสงแห่งปัญญา แสงที่ช่วยให้เรามองเห็น ไม่เพียงว่า “ อะไรทำได้ “ แต่เห็นด้วยว่า “อะไรควรทำ “ และเห็นว่า อะไรจะนำตวามเจริญที่แท้จริงมาสู่มนุษย์และสังคม

หากผู้นำทุกคนในห้องนี้สามารถนำ ปัญญาแห่งมนุษย์ไปกำกับ ปัญญาประดิษฐ์ อาตมาเชื่อว่า AI  จะไม่ใช่ภัยคุกคามของมนุษยชาติ แต่จะเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในการสร้างโลกที่มีความเจริญควบคู่กับ ความกรุณา ความยุติธรรม และความยั่งยืน

ขอให้ทุกท่านเป็นผู้นำที่ไม่เพียงสร้างองค์กรที่ประสบความสำเร็จ แต่สร้างองค์กรที่เปี่ยมด้วยปัญญา และใช้ปัญญานั้นเพื่อสร้างประโยชน์แก่สังคมและโลกใบนี้

ขออนุโมทนา และขออำนวยพรให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในการนำพาองค์กรก้าวสู่อนาคต ด้าย Artificial Intelligence ที่ได้รับการกำกับด้วย Human Wisdom อย่างแท้จริง  “”

จริยธรรมกับการควบคุม  AI จึงกลายเป็นวาระสำคัญระดับโลกเนื่องจากความก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยี่ได้สร้างความเสี่ยงใหม่ ๆ ที่กฎหมายแบบเดิมไม่สามารถควบคุมได้ทัน องค์การ UNESCO ได้วางกรอบจริยธรรมปัญญาประดิษฐ์ไว้บนหลักการสำคัญ 5 ประการ   ความโปร่งใส  ความเป็นธรรมและไม่มีอคติ ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย ความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้ การควบคุมโดยมนุษย์ การตัดสินใจในเรื่องสำคัญที่มีผลต่อชีวิตและทรัพย์สิน จะต้องมีมนุษย์เป็นผู้ตรวจสอบและอนุมัติขั้นสุดท้ายเสมอ

เรื่องที่สอง  แรงบันดาลใจ กระแสไวรัล น้อง Nene Royal ชื่อจริง รัตติกานต์ อำลอยอายุ 16 ปี ทำให้เรากลายเป็น zombie ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาจากคลิป AGT ที่ถูกส่งต่อในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็วประเมินกว่า 500 ล้านคลิปในทุกสื่อออนไลน์ มีการ react ชื่นชมจากผู้เชี่ยวชาญด้านเสียงร้องและกีตาร์  ด้วยพรสวรรค์และความลงตัวอย่างธรรมชาติ  มิติที่อยากกล่าวถึงคือความเป็นแรงบันดาลใจ  Idol ของคนรุ่นใหม่ ที่มีความมุ่งมั่นขยันซ้อมร้องเพลงเล่นเปิดหมวก ฝึกฝนตนเองอย่างสม่ำเสมอ ที่สำคัญการได้รับการสนับสนุนจากพ่อแม่ พร้อมยืนเคียงข้าง สร้างฝันของลูกให้เป็นจริง เป็นอีกเรื่องหนึ่งในคลิป react ได้กล่าวถึง

ท้ายสุดต้องขอกราบขอบพระคุณ Phra Anil Sakya ที่มอบ Human Wisdom เพื่อกำกับ AI

ประเทศไทยต้องเดินต่อไปด้วยความหวัง ภายใต้ ครม.หลายท่านที่เริ่มแสดงให้เห็นถึงการทำงานที่พร้อมประเมินผลการเปลี่ยนประเทศให้ดีขึ้นพร้อมคุณธรรมจริยธรรมและ Human Wisdom

ขอฝากงาน The Civil Society Day  ภาคประชาสังคมรวมใจเพื่อประเทศ ในวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ณ. อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 8.45-15.00 น.จัดโดยมูลนิธินโยบายสาธารณะเพื่อสังคมและธรรมาภิบาล

บทความ​คอลัมน์​เวทีพิจารณ์นโยบายสาธารณะ​ วันพุธ​ที่​29 กรกฎาคม​ 2569

วงศกร​ พิธุพันธ์​
กลุ่มนโยบายสาธารณะ​เพื่อสังคมและธรรมาภิบาล​

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สื่อจีนชูไทยศูนย์กลาง AI เชื่อมจีนสู่อาเซียน

รองโฆษกรัฐบาลเผยสื่อจีนจับตาศักยภาพไทยด้านปัญญาประดิษฐ์ มองมีจุดแข็งทั้งเศรษฐกิจ ที่ตั้ง และตลาด พร้อมเป็นประตูเชื่อมความร่วมมือจีน-อาเซียน ด้านรัฐบาลเดินหน้าผลักดัน AI ยกระดับเศรษฐกิจและขีดความสามารถการแข่งขัน

นักวิชาการตีแผ่แนวทางกฎหมายคดีสินบนทองคำ 246 ล้าน

นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ ละอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กทองคำ 246 บาท กับบททดสอบของรัฐไทย: เมื่อผู้ปราบโกงถูกกล่าวหาว่ารับสินบนเสียเอง 

‘กริตส์แมน’ร่วมยักษ์จีนพัฒนานวัตกรรมรถบรรทุกขับเคลื่อนอัตโนมัติ

พัฒนานวัตกรรมรถบรรทุกขับเคลื่อนอัตโนมัติ GRITSMAN ผนึกเอกชนยักษ์ใหญ่จีน ปูทางเหมืองอัจฉริยะ ลุยงานในพื้นที่ควบคุม ทั้งโรงงานอุตสาหกรรม ท่าเรือ และศูนย์กระจายสินค้า พร้อมทำงาน 24 ชั่วโมง

วุฒิสภาตั้ง 15 อรหันต์ สอบประวัติ 'จักรพงศ์'  ก่อนลงมตินั่ง ตุลาการศาลรธน.

-รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่1 เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาตั้งคณะกร

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ชัด คดี 44 อดีต สส.ก้าวไกล ทักแล้วไม่ฟัง ยังดื้อดึงแก้ ม.112

“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ปมจุดชี้ขาด “คดี อดีต 44 สส.ก้าวไกล” เหตุใด เลขาธิการ สส.ทักท้วงแล้ว แต่ยังดื้อดึงเสนอ ร่าง แก้ไข ปอ.มาตรา 112 อีก

AI กำลังเปลี่ยนระบบการเงินไทย : โอกาสหรือความเสี่ยงที่มองไม่เห็น ?

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “ ปัญญาประดิษฐ์” (Artificial Intelligence: AI)  กลายเป็นคำที่ถูกกล่าวถึงแทบทุกวงการ ตั้งแต่การศึกษา การผลิต แพทย์ อุตสาหกรรม ไปจนถึงการลงทุน แต่ในภาคการเงิน