คาถาสูงวัยอย่างเป็นไทเรื่องเงิน

ในสังคมสูงวัยเราต้องทำอย่างไรถึงจะเป็นไททางการเงิน  วันนี้มาชวนพวกเราที่ใกล้เกษียณ อายุ 50-60 หรือเกษียณแล้วช่วยกันคิด และชวนคนในครอบครัวเรามาร่วมคิดด้วย

ท่านเคยถามตัวเองหรือยังว่าจะมีสุขภาพแข็งแรง งานมั่นคง และมีเวลาเก็บเงินไว้ใช้หลังเกษียณกี่ปีเพื่อจะอยู่อย่างสบายใจไม่ต้องกังวลเรื่องหนี้ หรือท่านต้องพึ่งคนอื่น เช่นลูกหลาน ญาติ หรือพึ่งรัฐ

หากจะมั่นใจว่าดูแลตัวเองได้ คงต้องบริหารเงินและหนี้ได้ดีโดยวางแผนการเงิน และรู้ทันภัยทางการเงิน วันนี้ขอมาแชร์แผนที่วางแผนการเงิน ปักหมุดตัวช่วยที่ดีและฟรี และมีคาถาออมเงิน  

เรามีตัวช่วยด้านการวางแผนทางการเงินที่ดี ไว้ใจได้ และฟรีหลายแห่ง เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือ แบงก์ชาติ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)  ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ SET  ธนาคารออมสิน  ให้ความรู้ทางการเงินแบบตัวเป็นๆ มีโค้ชการเงิน และมีคลิปสอนออนไลน์ ไม่ยาก เหมาะกับคนหลากหลายกลุ่ม เช่น เตรียมเกษียณ สร้างครอบครัว ชาวฟรีแลนซ์ ครอบคลุมเรื่องการออม การวางแผนทางการเงิน การลงทุน การจัดการหนี้ และการป้องกันภัยทางการเงิน เชียร์ให้ลองดูแต่เสียดายที่ไม่ได้ใส่ลิงก์ให้เพื่อความปลอดภัย แต่ท่านดูได้ที่เว็บขององค์กรเหล่านี้

  • ธนาคารแห่งประเทศไทย ที่เมนูหัวข้อ “สตางค์ Story” เรื่องวางแผนการเงิน  ภัยทางการเงิน การปรับโครงสร้างหนี้ หรือเช็กว่าสถาบันการเงินมีใบอนุญาตดูเมนู “บริการจาก ธปท.” มี “รายชื่อที่อยู่สถาบันการเงินและ Non-Bankที่ ธปท.กำกับดูแล” หรือแอป “แบงก์ชาติ” ที่ BOT License Check
  • ก.ล.ต. SEC E-Learning  เช่น วางแผนการเงิน การลงทุน และเช็กว่าบริษัทหลักทรัพย์หรือโบรกเกอร์มีใบอนุญาตจริงไม่ได้หลอกลงทุนได้ที่ เว็บ ก.ล.ต.ในหัวข้อ “ผู้ลงทุน”จะมี “SEC Check First”
  • ตลาดหลักทรัพย์ฯ SET e-Learning มีคลิปเรียน การวางแผนการเงิน สำหรับคนทุกกลุ่ม วัยเกษียณ ชาวฟรีแลนซ์ มีแอป Happy Money Application ที่ฟรีและมีคนลงแอปใช้แล้วกว่า 5 แสนคน
  • ธนาคารออมสิน เมนู “โค้ชการเงินมืออาชีพ” มีแอปมือถือ มีโค้ชการเงินใหความรู้ และสอนเรื่องการออม  

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มยังไง ก็ลองโทรแบงก์ชาติ 1213 ก.ล.ต. 1207 ตลาดหลักทรัพย์ฯ 02-009-9999 ธนาคารออมสิน 02-2998000  เรื่องโทรศัพท์นี้อุ่นใจดีเลยอยากเชียร์ให้ลองขยายจำนวนสายและช่วงเวลาตอบโทรศัพท์ เพราะหลายคนไม่สะดวกคุยเรื่องเงินและหนี้ในเวลางาน โดยเฉพาะพนักงานโรงงานในสายการผลิต

เรื่องการเงินที่มั่นคง โจทย์สำคัญคือ มีเงินออมพอไหม คำนวณเป้าออมยังไงสำหรับเป้าหมายชีวิตในอนาคต?

ต้องเริ่มจากท่านจดรายรับรายจ่าย คำนวณรายได้ลบรายจ่าย ถ้าเป็นบวกก็มีเงินออม แต่ยังไม่จบเพราะต้องรู้ว่าพอไหมสำหรับอนาคต แต่ถ้าติดลบก็อย่าเพิ่งถอดใจ มีคาถาบทที่ 1 ตัดรายจ่ายไม่จำเป็น เพิ่มรายได้

การหารายได้เพิ่มยาก ส่วนการตัดรายจ่ายไม่จำเป็นไม่ง่ายนัก เพราะต้องปรับการใช้ชีวิตของตัวเราและครอบครัวที่ใช้กระเป๋าเดียวกันหรือบัตรเสริมจึงต้องคุยกัน คาถาบทที่ 2 แยกรายจ่ายว่า อันนี้จำเป็น หรือแค่อยากได้ ถ้าไม่ตัดรายจ่ายไม่จำเป็นก็เสี่ยงก่อหนี้ ค้างชำระก็เสี่ยงถูกฟ้องยึดทรัพย์ได้

นอกจากนี้มีคนจำนวนมากที่ใช้เงินระมัดระวัง แต่ก็เกิดปัญหาได้หากมีรายจ่ายจำเป็นฉุกเฉินก้อนใหญ่แล้วเงินออมไม่พอ เช่น ซ่อมรถ ค่ารักษาพยาบาลในครอบครัว หรือขาดรายได้กระทันหัน

จะเป็นไททางการเงินได้ต้องลงมือทำ ขอสรุปวิธี How to ง่ายๆที่ช่วยลงมือออมเงินและวางแผนการเงิน

1.จดรายรับ รายจ่าย (เงินยืมไม่ใช่รายรับ แต่เป็นหนี้ที่เป็นรายจ่ายดอกเบี้ยและเงินต้นในวันหน้า) คำนวณรายรับลบรายจ่าย ถ้าเป็นบวกคือเงินออม เป็นลบคือเป็นหนี้ หรือต้องขายทรัพย์สินไปใช้ แยกรายจ่ายจำเป็น เช่น ค่าน้ำไฟ มือถือเน็ตที่ใช้ทำงาน ค่าผ่อนบ้าน และรายจ่ายไม่จำเป็นแต่อยากได้ อาจต้องตัดบ้าง

2. คาถาบทที่ 3 ตั้งเป้าออมอย่างน้อย 1 ใน 4 ของรายได้ต่อเดือน ในช่วงรายได้ชะลออาจออมได้น้อย แค่ขอให้ยังออมเสมอทุกครั้งที่ได้เงินมา บวกกับต้องสะสมให้มีเงินออมเผื่อฉุกเฉินตุนไว้ 3 – 6 เท่าของรายจ่ายจำเป็นต่อเดือนที่รวมภาระผ่อนหนี้ คือ ถ้าไม่มีรายได้หรือมีรายจ่ายฉุกเฉินก้อนโต ก็ยังอยู่ได้ 3-6 เดือน

3. คาถาบทที่ 4 เมื่อได้รายได้มาให้กันเงินที่ต้องออมตามเป้าออกไปทันทีก่อนใช้จ่าย คือคิดและทำแบบ รายได้ – เป้าการออม = งบร่ายจ่ายสูงสุด การไม่กันเงินออมไว้แต่ต้น ใช้เงินไปเหลือค่อยออมมักออมไม่ได้ โดยเงินออมที่กันออกมาควรฝากเข้าบัญชีที่แยกจากบัญชีที่ใช้จ่ายปกติ ส่วนการจะบริหารเงินออมเอาไปลงทุนต้องศึกษาและเข้าใจเรื่องความเสี่ยงและผลตอบแทน โดยอาจเริ่มจากห้องเรียนออนไลน์ของ SET หรือ ก.ล.ต. หรือหากจะปรึกษาใครหรือให้ใครบริหารก็ต้องระวังกูรูและโบรกเกอร์เถื่อน เช็กชื่อคนและบริษัทที่ได้ใบอนุญาต ก.ล.ต.ด้านการลงทุนหรือที่ปรึกษาทางการเงินได้ ในเว็บ ก.ล.ต. SEC Check First

4.วางเป้าเงินออมให้พอสำหรับอนาคต เช่น เงินที่จะใช้หลังเกษียณ ผ่อนบ้านให้หมดก่อนเกษียณ เงินค่ารักษาพยาบาลหรือค่าประกันสุขภาพ ซึ่งขึ้นกับรายได้รายจ่ายในอนาคต ภาระหนี้สิน ทรัพย์สินที่ขายได้เมื่อจำเป็น ตัวช่วยมีเช่น หลักสูตรใน SET E-Learning

5. โอกาสแก้หนี้จะน้อยลงยิ่งอายุมากขึ้น เพราะรายได้อนาคตน้อย และตัวช่วยน้อยลง เช่น บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.)ที่ทำโครงการ “คลินิกแก้หนี้” ไม่รับเข้าโครงการแก้หนี้หากท่านอายุเกิน 70 และไม่มีรายได้ คาถาบทที่ 5 รีปบริหารจัดการหนี้อย่างถูกวิธีแต่เนิ่นๆโดยดูข้อมูลด้านการบริหารหนี้ได้ที่ เว็บและแอปของแบงก์ชาติ

ชวนกันคิด คงจะดีหากสามารถเร่งป้องกันไม่ให้กลุ่มที่จะเกษียณใน 5-10 ปีข้างหน้ามีปัญหา โดยเร่งส่งเสริมการวางแผนการเงินและบริหารหนี้ อาจมีแผนระดับชาติที่ตั้งเป้าจำนวนหนี้ที่ต้องเร่งปรับก่อนเกษียน และเสริมศักยภาพตัวช่วยเช่น คลินิคแก้หนี้ ที่ปรึกษาทางการเงินที่ได้รับอนุญาตให้มีเพียงพอ อาจใช้ AI มาช่วย นอกจากนี้กองทุนประกันสังคมน่าจะให้ความรู้วางแผนทางการเงินแก่สมาชิก โดยประสานกับองค์กรต่างๆที่มีหลักสูตรออนไลน์ มีโค้ชการเงินอยู่แล้ว

บทความ​คอลัมน์​เวทีพิจารณ์นโยบายสาธารณะ​ วันพุธ​ที่​ 2 กันยายน 2569

นวพร​ มหารักขกะ
กลุ่มนโยบายสาธารณะ​เพื่อสังคมและธรรมาภิบาล​

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

HBAจัดงานรับสร้างบ้านและวัสดุ EXPO 2026 ปลุกกำลังซื้อครึ่งปีหลัง

HBA ปลุกกำลังซื้อครึ่งปีหลังจัดงาน “รับสร้างบ้านและวัสดุ EXPO 2026” ตั้งเป้า 3,000 ล้านบาทชูกองทุนประกันผู้บริโภค 1 ล้านจองในงานรับสิทธิ์ทันที เสริมความเชื่อมั่นผู้บริโภค

สภาผู้บริโภคฟ้องแล้ว! ให้ 'เฟซบุ๊ก' ชดใช้ 230 ล้าน ศาลนัด 3 ส.ค.

สภาผู้บริโภคยื่นฟ้อง 'สถาบันการเงิน-เฟซบุ๊ก-เพลตฟอร์มออนไลน์' คดีละเมิดสิทธิผู้บริโภค ฐานปล่อยมิจฉาชีพใช้ระบบหลอกลวงปชช. เรียกค่าเสียหาย 230 ล้านบาท ศาลเเพ่งนัดพร้อม 3 ส.ค.

MQDC กางแผนธุรกิจ3 ปี เร่งการขายและโอนปั้นรายได้

MQDC กางแผนธุรกิจ3 ปี เร่งการขาย และโอนโครงการที่แล้วเสร็จมุ่งเน้นการเพิ่มรายได้จากการรับพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ต่อยอดไปสู่งานพัฒนาเมืองทั้งในและต่างประเทศ