
สภาผู้บริโภคยื่นฟ้อง ‘สถาบันการเงิน-เฟซบุ๊ก-เพลตฟอร์มออนไลน์’ คดีละเมิดสิทธิผู้บริโภค ฐานปล่อยมิจฉาชีพใช้ระบบหลอกลวงปชช. เรียกค่าเสียหาย 230 ล้านบาท ศาลเเพ่งนัดพร้อม 3 ส.ค.
8 มิ.ย. 2569 – ที่ศาลเเพ่ง ถนนรัชดาภิเษก สภาองค์กรของผู้บริโภค พร้อมทนายความและตัวแทนกลุ่มผู้เสียหาย ยื่นฟ้องเอาผิดแพลตฟอร์มข้ามชาติและธนาคารหลายแห่ง โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มแพลตฟอร์มออนไลน์ ในฐานะผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ฐานละเมิดสิทธิผู้บริโภค และกลุ่มธนาคารในฐานะผู้ให้บริการทางการเงินในฐานผิดสัญญาบริการ ผิดสัญญาฝากทรัพย์ และละเมิดสิทธิผู้บริโภค พร้อมเรียกเงินคืนและค่าเสียหาย เนื่องจากเห็นว่าแพลตฟอร์มและธนาคารปล่อยให้มิจฉาชีพใช้ระบบของตนหลอกลวงผู้บริโภค ทั้งที่มีหน้าที่ตามกฎหมายต้องตรวจสอบและป้องกัน
นางสาวนันณภัชสรณ์ เตชปัญญาพิพัฒน์ ทนายความ เปิดเผยว่า ผู้เสียหายทั้ง 10 ราย มีรูปแบบความเสียหายคล้ายกัน คือเห็นโฆษณาหลอกลวง (Scam Ads) หรือเพจเชิญชวนเรียนรู้การเล่นหุ้นบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ก่อนถูกหลอกให้โอนเงินผ่านบัญชีของมิจฉาชีพ ทุกคดีจึงฟ้องบริษัทกลุ่มแพลตฟอร์มเป็นจำเลย รวมถึงจำนวนธนาคารที่เกี่ยวข้องตามเส้นทางการเงินของผู้เสียหายในแต่ละราย โดยทั้ง 10 ราย เกิดความเสียหายรวมกว่า 230 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าวถือเป็นคดียุทธศาสตร์ จึงต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ และแม้จะมีผู้เสียหายหลายรายก็ไม่อาจฟ้องเป็นคดีกลุ่มได้ เพราะลักษณะข้อเท็จจริงแตกต่างกัน จึงต้องแยกฟ้องเป็นรายกรณีนำร่อง
สำหรับคดีตัวอย่างที่ยื่นฟ้องในวันนี้ แบ่งกลุ่มบริษัทที่ถูกฟ้องร้องเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ 1. กลุ่มแพลตฟอร์ม บริษัท เมตา (Meta Platforms, Inc) ที่เป็นเจ้าของเฟซบุ๊ก(Facebook) เจ้าของบริษัท ไลน์ (LINE) และบริษัท แอปเปิล (Apple) 2. กลุ่มสถาบันทางการเงิน
สำหรับพฤติการณ์หลอกลวงของมิจฉาชีพเริ่มจากผู้เสียหายที่ต้องการเรียนเทรดหุ้นและค้นหาข้อมูลในเฟซบุ๊ก ระบบอัลกอริทึมจึงแสดงโฆษณาเพจปลอม ที่แอบอ้างชื่อและภาพของอินฟลูเอนเซอร์สอนหุ้นที่มีตัวตนจริง ก่อนพาเข้ากลุ่มไลน์ที่มีสมาชิกกว่า 328 คน มีการเปิดคลิปเสียงจริงและนำข้อมูลหุ้นจริงในตลาดมาประกอบการสอนจนดูน่าเชื่อถือ จากนั้นชักชวนให้ซื้อหุ้น โดยอ้างโบรกเกอร์แห่งหนึ่ง ที่มีตัวตนจริงพร้อมระบุว่าต้องโหลดแอปจาก แอปสโตร์(App Store) หรือกูเกิลเพลย์สโตร์ (Google Play Store) เพื่อใช้งาน หลังจากติดตั้งแอปแล้ว
สำหรับสาเหตุของการฟ้องร้อง เนื่องจากเห็นว่าการกระทำความผิดของแพลตฟอร์มและสถาบันทางการเงิน เกิดจากกลุ่มมิจฉาชีพใช้แพลตฟอร์ม เป็นช่องทางในการกระทำความผิด ดังนั้น หากไม่มีแพลตฟอร์มโฆษณาของเฟซบุ๊กหรือเมตา ไม่มีช่องทางสื่อสารของไลน์ ไม่มีช่องทางให้ดาวน์โหลดแอปของแอปเปิล หรือไม่มีธนาคารที่เป็นช่องทางโอนหรือรับโอนเงิน หากส่วนใดส่วนหนึ่ง “ทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ตามวิชาชีพแห่งตน” ความเสียหายจะไม่เกิด การที่มิจฉาชีพสามารถหลอกลวงผู้บริโภคได้ต่อเนื่องเหมือนเป็นห่วงโซ่เดียวกัน เกิดจากความบกพร่องของแพลตฟอร์มและสถาบันทางการเงิน เป็นช่องทางที่ให้มิจฉาชีพเข้ามาแสวงหาประโยชน์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ด้าน นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค (สภาองค์กรของผู้บริโภค) กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้การฟ้องร้องในครั้งนี้แตกต่างจากคดีอื่นคือการฟ้องให้ถึงบริษัทแม่ในต่างประเทศ ซึ่งเป็นผู้ควบคุมระบบการควบคุมการโฆษณาหลอกลวงตัวจริง กำหนดนโยบายทั่วโลก ราคา ส่วนแบ่งรายได้ และรับกำไรสุทธิในท้ายที่สุด หากฟ้องเฉพาะบริษัทลูกในประเทศไทย หน้าที่ส่วนใหญ่จะเป็นเพียงผู้ประสานงาน สนับสนุน และส่งเสริมธุรกิจในประเทศ ด้านการตลาดและการขาย โดยไม่มีอำนาจควบคุมระบบ
สภาผู้บริโภคจึงต้องฟ้องทั้งบริษัทแม่ที่ควบคุมระบบจริง และบริษัทลูกที่เป็นคู่สัญญาเก็บเงินค่าบริการในประเทศไทย รวมถึงบริษัทในไอร์แลนด์ที่เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการเงินด้วย เพราะรายได้จากค่าโฆษณาถูกกำหนดให้ไหลเข้าบัญชีในประเทศไอร์แลนด์ ส่วนธนาคารเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญของเส้นทางการเงิน ทั้งธนาคารต้นทางและปลายทาง และด้วยความเชี่ยวชาญในวิชาชีพ ธนาคารย่อมต้องเห็นความผิดปกติก่อน แต่กลับไม่มีการแจ้งเตือนหรือระงับการทำธุรกรรมแต่อย่างใด
อีกทั้งยังชื่นชมผู้เสียหายที่กล้าตัดสินใจลุกขึ้นมาเรียกร้องความเป็นธรรม แม้หลายคนจะสูญเสียเงินเก็บจำนวนมากจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงมีหนึ่งรายที่เสียชีวิต แต่ยังคงเดินหน้าต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิของตนเอง และป้องกันไม่ให้ผู้บริโภครายอื่นตกเป็นเหยื่อซ้ำรอย โดยเห็นว่า การออกมาเปิดเผยปัญหาและร่วมกันผลักดันให้เกิดการแก้ไข ไม่เพียงเป็นการเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตนเองเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ ทั้งนี้ สภาผู้บริโภคพร้อมให้การสนับสนุนและยืนเคียงข้างผู้เสียหายจนกว่ากระบวนการเรียกร้องความเป็นธรรมจะบรรลุผล
“ความเสียหายของผู้บริโภคต้องเรียกร้องไปให้ถึงคนที่คุมระบบและผู้ให้บริการทางการเงิน ไม่ใช่ปล่อยให้ผู้เสียหายแบกความเสียหายเพียงลำพัง” นางสาวสารี กล่าวและว่า การฟ้องครั้งนี้ยังมีเป้าหมายเพื่อป้องกันและป้องปรามให้แพลตฟอร์มและธนาคารยกระดับมาตรการคุ้มครองผู้บริโภค พร้อมผลักดันการแก้ไขกฎหมายที่ปัจจุบันยังขาดบทลงโทษชัดเจนขาดกลไกการเยียวยาความเสียหายผู้บริโภคต้องฟ้องร้องด้วยตนเอง
โดยเรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงิน 230 ล้านบาท เท่ากับมูลค่าความเสียหาย อีกทั้งผลของการดำเนินคดีนี้จะเป็นบรรทัดฐานและเป็นตัวอย่างให้ผู้เสียหายรายอื่นนำมาปรับใช้เพื่อพิทักษ์และคุ้มครองสิทธิของตนเองได้ ซึ่งมีตัวอย่างในต่างประเทศที่มีการฟ้องร้องแล้วชนะคดีในลักษณะนี้ด้วย ถือเป็นคดีแรกในประเทศไทยที่มีการฟ้องร้องแพลตฟอร์มดังกล่าวเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่ผู้บริโภคที่ตกเป็นเหยื่อ
ทั้งนี้ สภาผู้บริโภคขอเชิญชวนผู้บริโภคที่เคยถูกหลอกผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ร่วมแชร์ประสบการณ์ ผ่านแฮชแท็ก #ฉันก็โดนเหมือนกัน #แอปฟ้าพาหมดตัว และ #เฟซบุ๊กเพื่อนลัก ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการหลอกลงทุนหรือภัยออนไลน์ สามารถร้องเรียนได้ที่สภาผู้บริโภค ผ่านเว็บไซต์ tcc.or.th
มีผู้เสียหายรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ตนเองถูกหลอกหลอกลวงให้ลงทุนเทรดหุ้นผ่าน Facebook จากนั้นก็ให้ไปติดต่อพูดคุยผ่านช่องช่องทางแอพพลิเคชัน LINE จากนั้นก็แนะนำให้ไปโหลดแอพพลิเคชันทาง App Store ทำเป็นขบวนการอย่างน่าเชื่อถือ ทำให้ตนเองถูกหลอกได้รับความเสียหายไปถึง 165 ล้านบาท จากนั้นก็ได้ไปร้องเรียนกับหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. และธนาคารแห่งประเทศไทย แต่ก็ไม่ได้รับการช่วยเหลือ เรื่องเงียบหายไป อ้างว่าไม่เข้าหลักเกณฑ์ให้คณะกรรมการพิจารณาในการดำเนินการ ทำให้รู้สึกเสื่อมศรัทธากับหน่วยงานที่น่าจะให้ความช่วยเหลือกับตนเองได้ จึงตัดสินใจไปขอความช่วยเหลือสภาผู้บริโภคเพื่อฟ้องร้องทางแพ่งร่วมกัน
อย่างไรก็ตาม ศาลแพ่งนัดพร้อมคู่ความในวันที่ 3 สิงหาคมนี้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รวบยกแก๊ง! ปลอมโฉนดที่ดิน ตุ๋นเหยื่อสูญ 25 ล้านบาท
พ.ต.อ.สิทธิพร กะสิ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร เปิดเผยว่า มีผู้เสียหายเป็นผู้สูงอายุ โดยมีอายุ 69 ปี เจ้าของโรงานแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร
วิธีปั้มไลค์เพจ Facebook แบบได้ผลจริง มือใหม่ทำตามได้ทันที
รวมวิธีปั้มไลค์เพจ Facebook สำหรับมือใหม่ ตั้งแต่ปรับหน้าเพจ ทำคอนเทนต์ ยิงโฆษณา ไปจนถึงใช้บริการเพิ่มไลค์จาก SM Digital เพื่อสร้าง Social Proof
'แก๊งแขกขาว' อาละวาดพัทยา ลวงฉกเงินนักท่องเที่ยวต่างชาติ
นาย Ravi Kant อายุ 43 ปี สัญชาติอินเดีย เดินทางเข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.กิตติพัศ ขจรพงค์ชัยกุล สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี
คาถาสูงวัยอย่างเป็นไทเรื่องเงิน
ในสังคมสูงวัยเราต้องทำอย่างไรถึงจะเป็นไททางการเงิน วันนี้มาชวนพวกเราที่ใกล้เกษียณ อายุ 50-60 หรือเกษียณแล้วช่วยกันคิด และชวนคนในครอบครัวเรามาร่วมคิดด้วย

