บทเรียนน้ำท่วม 69 : วิกฤตยังไม่จบ จี้รัฐทำงานเชิงรุก

สถานการณ์น้ำท่วม หลังจากนี้ พื้นที่ซึ่งเป็นจุดเฝ้าระวังมากที่สุดก็คือ”ภาคใต้” โดยรอบนี้ รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ที่มีบทเรียนจาก”น้ำท่วมหาดใหญ่”ปลายปี 2568  คงไม่ยอมให้เกิดขึ้นอีก ทำให้มีการเตรียมความพร้อมไว้แต่เนิ่นๆ ทั้งการป้องกัน-การเตือนประชาชน-การเตรียมช่วยเหลือเยียวยาประชาชน เป็นต้น

เห็นได้จากในการประชุมประจำเดือนกระทรวงมหาดไทยเมื่อวันจันทร์ที่  26 ต.ค. ที่กระทรวงมหาดไทย “อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย”ที่ เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทยโดยได้กล่าวต่อที่ประชุมตอนหนึ่งว่า

“ปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องเตรียมการหลังจากนี้ คือความเสี่ยงจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ วันนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเขตพื้นที่สุ่มเสี่ยงต้องเตรียมความพร้อมหรือสิ่งที่จะทำที่ต่างจากปีที่แล้ว ให้เร่งดำเนินการโดยทันทีอย่ารอให้เหตุเกิดขึ้นก่อน ฝากผู้ว่าฯทุกท่านให้เตรียมพร้อมเป็นอย่างดี เพื่อไม่ให้เกิดความโกลาหลวุ่นวาย ในกรณีเกิดอุทกภัย”

ที่น่าสนใจก็คือเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ไอเอฟดีโพลและเซอร์เวย์ โดย ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ (ดร.แดน) ประธานสถาบันการสร้างชาติ และประธานสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา และนางจิตติมา บุญวิทยา ผู้อำนวยการไอเอฟดีโพลและเซอร์เวย์ แถลงผลโพล เรื่อง “บทเรียนน้ำท่วม 69: วิกฤตยังไม่จบ จี้รัฐทำงานเชิงรุก” ตัวอย่าง 1,217 ราย ช่วงสำรวจ 22–24 ตุลาคม 2569 ครอบคลุม 6 ภูมิภาคทั่วประเทศ ค่าความเชื่อมั่น 95% และค่าความคลาดเคลื่อน ±3%

โดยไอเอฟดีโพล เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็น ผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมปี 69 ทั้งทางตรงและทางอ้อมรวม 67.71% โดยกลุ่มเสียหายรุนแรงคาดว่าจะฟื้นตัวเกิน 3 เดือน 36.06% ขณะที่ผู้ตอบกว่าครึ่งยังไม่พร้อมรับน้ำท่วมซ้ำ 55.30% และต้องการให้รัฐเตือนภัยล่วงหน้า 69.84%

ผลสำรวจภาพรวมผลกระทบจากน้ำท่วม ปี 2569 พบว่า ตัวอย่างได้รับผลกระทบรุนแรงมาก โดยบ้าน ทรัพย์สิน หรืออาชีพเสียหายหนัก 10.02% ได้รับผลกระทบปานกลาง โดยทรัพย์สินหรือรายได้เสียหายบางส่วน 18.00% ได้รับผลกระทบทางอ้อมจากการเดินทาง การทำงาน หรือค่าใช้จ่าย 39.69% และไม่ได้รับผลกระทบ 32.29% เมื่อรวมผู้ได้รับผลกระทบทุกระดับ มีสัดส่วน 67.71% โดยเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง 28.02%

แนวทางลงทุนระยะยาวเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม พบว่า ประชาชนระบุว่าให้จัดทำระบบระบายน้ำในเมืองและชุมชน 22.46% รองลงมาคือแหล่งกักเก็บและผันน้ำ เช่น อ่างเก็บน้ำ แก้มลิง และคลองผันน้ำ 18.35% การจัดการพื้นที่ ผังเมือง และฟื้นฟูป่าต้นน้ำ 17.96% เขื่อนและแนวกั้นน้ำขนาดใหญ่ 16.63% ระบบเตือนภัยล่วงหน้าผ่านโทรศัพท์มือถือ 16.48% การเพิ่มงบประมาณและอำนาจให้ท้องถิ่น 7.79% และอื่น ๆ 0.33% โดยร้อยละดังกล่าวเป็นสัดส่วนของคำตอบที่ถูกเลือกทั้งหมดในประเด็นการลงทุน ไม่ใช่สัดส่วนของตัวอย่างแต่ละทางเลือก เป็นต้น

  ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ ได้วิเคราะห์ 7 นัยยะ และ 6 ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมจากผลไอเอฟดีโพล ดังนี้ 

7 นัยยะสำคัญจากผลไอเอฟดีโพล 1) น้ำท่วมกระทบมากกว่าบ้านเรือน ลามถึงอาชีพและชีวิตความเป็นอยู่ (67.71%)ผู้ตอบได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมรวม 67.71% สะท้อนว่าความเสียหายครอบคลุมทั้งบ้านเรือน การทำงาน รายได้ และการดำรงชีวิต 2) น้ำลดไม่ได้แปลว่าฟื้นตัว — ต้องช่วยจนประชาชนกลับมาทำมาหากินได้ (36.06%) กลุ่มเสียหายรุนแรงมาก 36.06% คาดว่าจะฟื้นตัวเกิน 3 เดือน สูงกว่ากลุ่มปานกลางที่ 19.63% ขณะที่กลุ่มปานกลาง 66.21% คาดว่าจะฟื้นตัวภายใน 4 สัปดาห์ เทียบกับกลุ่มรุนแรงมาก 45.90% สะท้อนว่าระยะเวลาฟื้นตัวแตกต่างตามความเสียหาย รัฐจึงต้องฟื้นฟูทั้งบ้านเรือน อาชีพ และรายได้ ไม่ใช่หยุดช่วยเหลือเมื่อน้ำลด

3) เปลี่ยนจากต่างคนต่างรับมือ สู่การจัดการภัยร่วมกันทั้งชุมชน (55.30%) ผู้ตอบ 55.30% ไม่ค่อยพร้อมหรือไม่พร้อมเลยหากเกิดน้ำท่วมฉับพลัน จึงควรให้ชุมชนเป็นแกนหลักในการวางแผนรับภัย ดังตัวอย่างหมู่บ้านกรีนวัลเลย์ ที่ประชาชนริเริ่มแก้ปัญหาและประสานภาครัฐกับภาคธุรกิจเข้าร่วม เปลี่ยนจาก “ชุมชนรอรับความช่วยเหลือ” สู่ “ชุมชนริเริ่ม รัฐและเอกชนร่วมหนุน”4) ระบบเตือนภัยต้องเตือนก่อนประชาชนตั้งตัวไม่ทัน (69.84%) ผู้ตอบ 69.84% ต้องการให้รัฐเตือนภัยล่วงหน้า แม้สถานการณ์ยังไม่แน่นอน รัฐจึงต้องพัฒนาระบบพยากรณ์และแจ้งเตือนให้รวดเร็ว แม่นยำ และอัปเดตต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนเตรียมทรัพย์สินและอพยพได้ทัน

5) แก้น้ำท่วมระยะยาวต้องครบวงจร — เชื่อมระบายน้ำ กักเก็บ ผันน้ำ และเขื่อน (57.44% ของคำตอบ) ระบบระบายน้ำได้รับเลือก 22.46% แหล่งกักเก็บและผันน้ำ 18.35% และเขื่อนหรือแนวกั้นน้ำขนาดใหญ่ 16.63% รวม 57.44% รัฐจึงต้องวางระบบจัดการน้ำให้ทุกมาตรการเชื่อมโยงกัน ไม่ใช่ต่างหน่วยงานต่างแก้ปัญหา6) เมกะโปรเจกต์อย่างเดียวไม่พอ — ต้องแก้ทั้งเส้นเลือดใหญ่และเส้นเลือดฝอย (48.21% ของคำตอบ) คำตอบด้านระบบระบายน้ำเมืองและชุมชน 22.46% การจัดการพื้นที่และผังเมือง 17.96% และการเพิ่มงบและอำนาจให้ท้องถิ่น 7.79% รวม 48.21% โดยเมกะโปรเจกต์เป็น “เส้นเลือดใหญ่” ที่จำเป็น แต่ต้องพัฒนา “เส้นเลือดฝอย” ระดับชุมชนควบคู่กัน พร้อมกระจายงบประมาณและเพิ่มศักยภาพให้ท้องถิ่นและ 7) ลงทุนป้องกันก่อนน้ำท่วม ดีกว่ารอเยียวยาหลังเสียหาย ผู้ตอบ 55.30% ยังไม่พร้อมรับน้ำท่วมฉับพลัน จึงควรเพิ่มการลงทุนป้องกันล่วงหน้า ทั้งระบบเตือนภัย ความพร้อมของชุมชน และโครงสร้างพื้นฐาน ควบคู่กับการเยียวยาหลังเกิดเหตุ โดยเชื่อมการจัดการตั้งแต่ระดับชาติ ข้ามพื้นที่ จังหวัด จนถึงหมู่บ้าน และให้ชุมชนเป็นฐานสำคัญในการลดความเสี่ยงและความสูญเสีย

ส่วน 6 ข้อเสนอของดร.แดน จากผลไอเอฟดีโพล มีดังนี้

1) ปฏิรูประบบเตือนภัยล่วงหน้าให้เร็วและแม่นยำ (69.84%) ผู้ตอบ 69.84% ต้องการให้รัฐเตือนภัยล่วงหน้า แม้สถานการณ์ยังไม่แน่นอน รัฐจึงต้องยกระดับระบบพยากรณ์และแจ้งเตือนภัยให้รวดเร็ว แม่นยำ และสื่อสารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนมีเวลาเตรียมทรัพย์สินและอพยพ ไม่ใช่รอจนเกิดน้ำท่วมแล้วจึงแจ้งเตือน

2)เมกะโปรเจกต์ต้องเดินคู่เส้นเลือดฝอย กระจายงบแก้น้ำท่วมถึงชุมชน (48.21% ของคำตอบ) ผลสำรวจด้านการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับระบบระบายน้ำ ผังเมือง และบทบาทท้องถิ่นรวม 48.21% ของคำตอบทั้งหมด รัฐจึงต้องลงทุนทั้งโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่หรือ “เส้นเลือดใหญ่” และระบบน้ำระดับหมู่บ้านหรือ “เส้นเลือดฝอย” พร้อมกระจายงบประมาณและอำนาจให้ท้องถิ่นแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ได้จริง

3) ยกระดับการจัดการน้ำเป็นวาระแห่งชาติอย่างครบวงจร ผลสำรวจด้านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพรวม 57.44% ของคำตอบทั้งหมด รัฐจึงควรจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำระยะยาว เชื่อมการระบายน้ำ การกักเก็บ การผันน้ำ และเขื่อนหรือแนวกั้นน้ำเข้าด้วยกัน พร้อมบูรณาการหน่วยงานและงบประมาณ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ เป็นต้น

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สถานการณ์น้ำท่วม 'ภูเก็ต' กระทบกว่า 100 ครัวเรือน เตือนฝนหนักต่อเนื่อง 26–30 ต.ค.นี้

รัฐบาลเผย สถานการณ์น้ำท่วมภูเก็ต กระทบกว่า 100 ครัวเรือน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เร่งระดมสรรพกำลังฟื้นฟูทำความสะอาดต่อเนื่อง เตือนชาวภูเก็ตเฝ้าระวังฝนหนักต่อเนื่อง 26–30 ต.ค.นี้

นายกฯ ย้ำเร่งโอนเงินเยียวยาไม่ต้องรอสถานการณ์คลี่คลาย

'นายกฯ' ยันเร่งโอนเงินเยียวยาน้ำท่วมต่อเนื่อง ไม่รอสถานการณ์คลี่คลาย หลัง ครม.อนุมัติงบ 10,508 ล้านบาท บอก เตรียมป้องกันอย่างเต็ม หลังชาวหาดใหญ่ กังวลน้ำท่วมซ้ำรอยเดิม

'อธิบดี ปภ.'สั่งระดมเรือผลักดันน้ำ 80 ตัวปักหลักปากแม่น้ำบางปะกง!

'อธิบดี ปภ.' สั่งระดมเรือผลักดันน้ำ 80 ตัว ปักหลักปากแม่น้ำบางปะกง เร่งระบายน้ำท่วมฉะเชิงเทรา-ปราจีนบุรี ย้ำชาวบ้านไม่ต้องทนเป็นเดือน ยันปรับระบบโอนเงินเยียวยาผู้ประสบภัยเร็วขึ้น ลงทะเบียนวันนี้รับพรุ่งนี้

'อนุทิน' สั่งรับมือฝนระลอกใหม่ 4-10 ต.ค. เร่งระบายน้ำ-เตรียมอพยพพื้นที่เสี่ยง

นายกฯ ประชุม บกปภ.ช. รับมือฝนเพิ่ม 4-10 ต.ค. เผยภาพรวมสถานการณ์น้ำท่วมดีขึ้น สั่งเร่งระบายน้ำให้เร็วที่สุด หันถามหาอธิบดีกรมอุตุฯ ก่อนทราบเกษียณแล้ว กำชับทุ