Metaverse, Cryptocurrency และ NFT ที่จะเป็น Internet 3.0

Internet 1.0 (1981 ถึง 2000) ช่วยย่อโลกการสื่อสารให้ดีขึ้น 1,000 เท่า จากเดิมที่ส่งจดหมายโดยบุรุษไปรษณีย์ กลายเป็นอีเมล (เร็วขึ้น 1,000 เท่า) จากเดิมที่คุยโทรศัพท์ข้ามโลกนาทีละหลายสิบบาท เหลือเกือบศูนย์บาท (ถูกลง 1,000 เท่า)  จากเดิมที่ได้ยินแค่เสียงหรือเห็นแค่ข้อความสั้น (SMS) กลายเป็นเห็นภาพวิดีโอสด HD ได้ (ปริมาณข้อมูลเพิ่ม 1,000 เท่า) จากเดิมที่ต้องเดินทางไปห้องสมุด (ท้องถิ่น) ไกลเป็นกิโล หรือห้องสมุดดีๆ (ไกลเป็นร้อยกิโล) ก็สามารถหาข้อมูลผ่านเว็บได้แค่ปลายนิ้ว (สะดวกขึ้น 1,000 เท่า) .... คนที่เติบโตและเจริญก้าวหน้า (เรียบร้อย) ในยุค 1.0 นี้คือ Gen-X

Internet 2.0 (2001 ถึง 2020) ช่วยเร่งกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นจาก Internet 1.0 อีกเป็น (หลาย) 1,000 เท่าเหมือนกัน เช่น ตลาดคลาวด์จากปี 2000 ที่ยังไม่มีคำว่าคลาวด์ จนมาปี 2020 มูลค่าตลาดอยู่ที่ 219 พันล้านดอลลาร์ [10]  หรือตลาด e-Commerce จากปี 1995 ที่ Amazon เพิ่งก่อตั้งแล้วขายแค่หนังสือออนไลน์ จนมาถึงปี 2020 บริษัทมีมูลค่า 1.64 ล้านล้านดอลลาร์ [12] ส่วน Alibaba ก่อตั้งปี 1999 ด้วยเงินทุน 25 ล้านดอลลาร์ จนปี 2020 มีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 648 พันล้านดอลลาร์ [14] อีกรายคือ โซเชียลมีเดีย Facebook จากเริ่มต้นก่อตั้งเมื่อปี 2004 จนมาถึงปี 2020 บริษัทมีมูลค่า 778 พันล้านดอลลาร์ [13].... คนที่กำลังเติบโตและเจริญก้าวหน้าในยุค 2.0 นี้คือ Gen-Y

Internet 3.0 (2021 ถึง 2040) ซึ่งในที่นี้ผมนิยามว่าก็คือ Metaverse ที่กำลังเริ่มเกิดขึ้น และจะเป็นระบบเศรษฐกิจคลื่นลูกใหม่ไปในช่วงอีก 20 ปีข้างหน้า ซึ่งถ้าโตแค่พันเท่าของ Internet ยุค 2.0 ก็จินตนาการไม่ออกแล้ว !!..... คนจะเติบโตและเจริญก้าวหน้าในยุค 3.0 นี้คือ Gen-Z

คำว่า Metaverse เพิ่งจะเป็นข่าวดังเมื่อไม่นานมานี้ (ก.ค.2021) เพราะ Mark Zuckerberg (CEO ของ Facebook) ออกมาประกาศ Facebook จะเปลี่ยนตัวเองจาก Social Network Company ไปเป็น Metaverse Company [18]

Facebook ไม่ใช่ว่าพึ่งจะมาคิดเรื่องนี้ชั่วข้ามคืนแล้วประกาศ แต่เขาเตรียมการมานานหลายปี โดยเมื่อมองย้อนกลับไปในปี 2014 จะพบว่า Facebook ซื้อบริษัทผลิต VR Headset ชื่อ Oculus ด้วยราคา 2 พันล้านดอลลาร์ [21]

ที่นี้ ทำไมเราต้องสนใจ Metaverse นักหนา มันแค่โลกเสมือนจริง ใส่แว่น VR แล้วเห็นโลกสามมิติได้ มันแค่เกมเด็กเล่นกัน แค่นั้นเองไม่ใช่หรือ?

Metaverse ไม่ใช่แค่เกมสามมิติ หรือสวมแว่นแล้วเห็นกราฟฟิกสวยๆ ครับ แต่มันจะเป็นระบบเศรษฐกิจ (ในโลกดิจิทัล) ซ้อนเศรษฐกิจ (ในโลกกายภาพจริง) เลยทีเดียว และผมคาดการณ์ว่าน่าจะใหญ่กว่าเศรษฐกิจในโลกกายภาพจริงหลายๆ เท่าทีเดียว เพราะดันมามีสิ่งที่เรียกว่า NFT และ Cryptocurrency เกิดมาเป็นฐานให้ยึดเหนี่ยวรอไว้แล้ว และเงินสกุลดิจิทัลที่ไหลหมุนเวียนในนั้นน่าจะมีรอบที่เร็วกว่าในโลกกายภาพจริงสักร้อยเท่าได้ (กะเอาหยาบๆ) เพราะการสร้างสรรค์สิ่งต่างที่เป็นดิจิทัล มันไม่มีข้อจำกัดทางกายภาพ เช่น ไม่ต้องเลี้ยงจระเข้จนโต ก่อนจะเอาหนังมามันมาทำกระเป๋า

งานศิลปะ ความเป็นเอกลักษณ์ ความเป็นตัวตน สินทรัพย์และลิขสิทธิ์ดิจิทัล จะเป็นเรื่องสำคัญมากใน Metaverse 

เมื่อเราเข้าสู่ Metaverse เราจำเป็นต้องมีร่างอวตาร (Avatar) แสดงตัวตนในโลก Metaverse ซึ่งจะเป็นอะไรก็ได้ตามใจเรา และจะมีกี่ร่างก็ได้ ซึ่งถ้ามันเป็นแค่เกมเล่นชั่วครั้งชั่วคราวก็คงไม่มีใครแคร์อะไร แต่ถ้าเป็นโลก Metaverse มันจะอยู่คงทนตลอดไป จนชนิดที่เรียกว่าอีกหน่อย เราจะนัดเจอกันในนั้น จะทำงานในนั้น จะเรียนหนังสือในนั้น จะหาแฟนในนั้น หรือทำอะไรที่แปลกพิสดารก็ทำในนั้นได้ เช่น เหาะเหินเดินอากาศ แข่งรถ หรือแม้แต่ทำเรื่องจริงจังมากๆ เช่น ก่อตั้งบริษัทและทำธุรกิจในนั้น!!  

ผมอาจจะไปประชุมและมีบ้านใน Metaverse แน่นอนว่าอยากมีบ้านสวยๆ เพราะมันเป็นถาวร แขกไปใครมา ต่อไปจะมาเจอกันที่บ้านผมนี้ ผมย่อมอยากให้มันสวยงาม และมีความเป็นเอกลักษณ์ คงจะไม่ใช่แค่กล่องสี่เหลี่ยมเจาะรูหน้าต่าง ประตู  แต่เป็นบ้านเสมือนที่มีองค์ประกอบต่างๆ ครบจริง เช่น ห้องประชุม ห้องทำงาน โต๊ะทำงาน สวนหลังบ้าน สนามหญ้า ห้องนั่งเล่น หรือแม้แต่ทีวี!!! โดยที่แน่นอนว่าความสวยงาม สมจริง และเป็นเอกลักษณ์ (ผมมีคนเดียว) ต้องแลกมาด้วยการซื้อหรือจ้างคนทำให้ เหมือนที่เราจ้างคนออกแบบและสร้างบ้านให้เราในโลกจริง ... (อย่างไรก็ตาม ขอละไว้ในฐานที่เข้าใจเล็กน้อยก่อนว่าเราคงไม่กินข้าวใน Metaverse เพราะคงอิ่มท้องไม่ได้ ยังมีบางช่วงเวลาที่มนุษย์ต้องออกมาเพื่อทำกิจกรรมสำคัญเช่น กิน นอนหลับ ขับถ่าย)

แล้วจะใช้อะไรซื้อบ้านเสมือนนั้นล่ะ? ใช้เงินบาท เงินดอลลาร์ เงินหยวน หรือทองคำ? และที่สำคัญ ซื้อแล้ว อะไรจะเป็นตัวรับประกันว่าบ้านเสมือนนั้นเป็นของผมคนเดียวจริงๆ ในโลก Metaverse?

คำตอบคือ บ้านหลังนั้นต้องถูกสร้างให้อยู่ในรูปแบบหรือถูกกำกับด้วย NFT (Non-Fungible Token) ครับ แล้วนำมาขายและใช้งานใน Metaverse และถ้าผมเบื่อบ้านหลังนี้ ผมสามารถขายต่อหรือโอนสิทธิ์และรับเงินได้ด้วย โดยอิงราคาด้วย Cryptocurrency

นี่แค่พูดถึงบ้านนะครับ ยังมีเสื้อผ้า รูปร่างหน้าตา (ร่างอวตาร) เครื่องแต่งกาย รถแข่ง ภาพศิลปะ หรือแม้แต่อาวุธ!! ที่เล่ามานี้ยังไม่เกิดจริงๆ เพราะ Metaverse ยังเป็นช่วงเริ่มต้นมากๆ เรามาดู NFT และการซื้อขายที่เกิดจริงแล้วดีกว่า

NFT อิงอยู่กับ blockchain ของสกุลเงินคริปโตโดยตรง ดังนั้นจึงมีความถาวรและมีคุณค่า เพราะอาศัย Blockchain ในการลงทะเบียนไว้ได้ถาวร ป้องกันการปลอมแปลงแอบอ้างสิทธิ์ได้ เทียบกับการเล่นเกมออนไลน์ ซึ่งมีการสะสม item ในเกมมันแค่ชั่วคราว เพราะถ้า server ของเกมปิดไป (หรือบริษัทเกมเจ๊งไป) ทุกสิ่งอย่างที่สะสมมาก็หมดคุณค่า แต่ NFT มันจะอยู่ถาวร

เรื่องน่าตื่นเต้นเร็วๆ นี้ (11 มี.ค.2564) คือ คุณ Mike Winkelmann (นามปากกาว่า Beeple) ทำสถิติขายงานศิลปะ (โดยการประมูลใน NFT Marketplace) ได้ที่ราคา $69.3 ล้านดอลลาร์ หลักฐานอยู่ที่ [6] ซึ่งลงทะเบียนด้วย Smart Contract เรียบร้อย

นอกจากนี้ยังมีคุณ Alana Edgington คุณแม่ลูก 3 วัย 35 ที่ก่อนหน้านี้มีหนี้สินบัตรเครดิตท่วมหัว และต้องดูแลลูกที่ป่วยออทิสติกและผิดปกติทางระบบประสาท มาทำงานขายภาพเขียนศิลปะของเธอในรูปแบบ NFT จนสามารถลืมตาอ้าปากได้ [16] ... ตามดูไป Twitter ขายงานของเธอได้ที่ [5]

คุณอาจเริ่มมีคำถามว่า แล้วจะซื้องานศิลปะพวกนี้ในราคาแพงไปทำไม?

คำตอบหนึ่งที่ช่วยอธิบายปรากฏการณ์นี้ก็เหมือนกับที่มีบริษัทประกันตีราคาภาพวาดโมนาลิซ่าไว้ที่ 870 ล้านดอลลาร์เลยครับ [25] อะไรที่สวย อยู่ได้คงทน และมีความเป็นเอกลักษณ์ มักถูกให้คุณค่าสูง

ปี 2022 จะเป็นปีที่น่าติดตามสำหรับ Cryptocurrency และอื่นๆ ที่อ้างอิงกับมัน เช่น Defi (Decentralized Finance) NFT (Non Fungible Token) รวมไปถึง Metaverse ซึ่งเป็นยอดสุดพีระมิดของทั้งหมด และจะเป็น World/Economic Changer ซึ่งผมขอเรียกว่า Internet ยุคที่ 3 (ช่วง 2021-2040) โลกและนโยบายสาธารณะน่าจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดฉบับเต็ม และข้อมูลอ้างอิง ได้ที่ ttps://1drv.ms/b/s!AiKTqynZrzlsgawvsLUNzZFi-R5qeg?e=mRgdEC)

โดย ดร.มนต์ศักดิ์ โซ่เจริญธรรม ผู้บริหารข้อมูลระดับสูง สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล กลุ่มนโยบายสาธารณะเพื่อสังคมและธรรมาภิบาล.  

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ความฉ้อฉลทางจิตวิญญาณ .. ภัยร้ายของมนุษยชาติ!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ผลพวงจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ สะท้อนเหตุปัจจัยภาคสังคมหลายประการ ที่ทุกฝ่ายต้องศึกษาพิจารณาเพื่อความเข้าใจในสภาพธรรมทางสังคม ที่สะท้อนภาวะผลกรรมในองค์รวมของ กระแสจิตวิญญาณมหาชน..

บทสะท้อน... กระแสจิตหมู่... ภาคสังคม .. สู่การเลือกตั้ง!! .. ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ..

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. กำลังจะเข้าสู่ วันแห่งสันติภาพ.. ที่ผ่านกระบวนการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย โดยอ้างอิงเสียงประชาชนเป็นใหญ่ หมายถึง อำนาจในการปกครองที่มาจากปวงชน.. อันเป็นที่มาของคำถามว่า อะไรคืออำนาจ, อะไรคือหน้าที่.. และ หน้าที่กับอำนาจ จะใช้สัมพันธ์กันอย่างไรให้เกิดประโยชน์ เป็นไปเพื่อ สันติภาพของมนุษยชาติแท้จริง... ดังที่จะได้มีการใช้อำนาจ (อธิปไตย) ผ่านหน้าที่ตามสิทธิในการเลือกตั้งตามระบอบ ให้อำนาจและหน้าที่แก่ประชาชนใช้ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่จะเกิดมีขึ้นในวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ นี้ ในประเทศของเรา..

ธรรมชาติโดยธรรม ของผู้นำ ผู้แทน ผู้ปกครอง!

เจริญพร สาธุชน ผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เรื่องการเลือกผู้นำตามระบอบประชาธิปไตย ที่ประเทศในโลกตะวันตกพากันเห่อ.. คลั่งไคล้.. จนแพร่ระบาดมาสู่เอเชีย แผ่ไปทั่วบ้านเล็กเมืองน้อย ที่อนุวัตไปตามกระแส โลกาธิปไตย จริงๆ แล้ว มิใช่เป็นเรื่องใหม่ นับตั้งแต่เกิดการอุบัติขึ้นของสังคมมนุษยชาติ

เสียงสะท้อน-ข้อเสนอนโยบาย จากภาคประชาชนถึงพรรคการเมือง

ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งที่พรรคการเมืองต่างๆ ออกมาแสดงวิสัยทัศน์และนำเสนอนโยบายต่างๆ ต่อประชาชน เพื่อหวังผลคะแนนเสียงเลือกตั้ง รวมถึงการส่งตัวแทนพรรคไปร่วมเวทีดีเบต-นำเสนอนโยบายตามเวทีต่างๆ ที่จัดขึ้นหลายแห่ง

อย่าเลือกคน Gen Im เป็นผู้แทนอย่างเด็ดขาด!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เมื่อพิจารณาลงไปในกระแสสังคมปัจจุบันที่อยู่ภายใต้อำนาจโลกธรรมอันมี เทคโนโลยีไอที เป็นใหญ่ ที่ชาวโลกมีความภาคภูมิใจให้เพลิดเพลินในการเข้าไปเชยชมยึดติด.. จึงกลายเป็น วัตถุกาม ของมารที่มีไว้ล่อหลอกให้สัตว์ทั้งหลายเข้าไปรักใคร่ ใหลหลง ผูกมัดรัดยึด ก่อเกิดความเศร้าหมองเร่าร้อน ด้วย อิทธิฤทธิ์ของมารา ที่ใช้มายา.. เป็นเครื่องมือ..

เจาะสนามเลือกตั้งขอนแก่น กระแส-กระสุนวัดกันเดือด!

กลายเป็นอีกสนามเลือกตั้งที่คอการเมืองต่างเฝ้าจับตามองและหมายมั่นปั้นมือที่จะคว้าเก้าอี้สำคัญของ จ.ขอนแก่น มาให้ได้ ดูได้จากการโหมโรงหรือการลงพื้นที่หาเสียงจากทุกพรรคการเมืองที่ล้วนต่างขนขุนพลชั้นนำระดับประเทศมาพบปะ มาปราศรัย มาลงพื้นที่เพื่อช่วยผู้สมัคร สส.เขตของตนเอง แม้กระทั่งบางพรรคจะไม่มีตัวผู้สมัครเขต แต่ก็มาขอคะแนนเสียงเพื่อลงคะแนนให้กับ สส.บัญชีรายชื่อกันแทบทุกวันกันเลยทีเดียว