เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. หากจะกล่าวว่า ชีวิต คือ การเดินทาง .. ก็คงได้รับคำตอบเชิงประจักษ์ ด้วยในเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม.. มีกิจนิมนต์ที่ต้องเดินทางไปประกอบศาสนกิจอย่างต่อเนื่องจนถึงวันนี้ ที่กำลังจาริกไปปฏิบัติศาสนกิจเนื่องใน “โครงการร้อยใจไทย สืบสานราชธรรม.. น้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ณ จังหวัดสกลนคร, หนองคาย, อุดรธานี และเลย... ก่อนจะเดินทางกลับภาคเหนือ
การไปแสดงธรรมตามหลัก ทศพิธราชธรรม.. การประกาศ จักรวรรดิธรรม .. อันเป็นธรรมปกป้อง รักษา คุ้มครอง ประชาชนทั้งแผ่นดิน นับเป็นเรื่องสำคัญยิ่งในการประกัน สันติภาพ-สันติสุข ของมนุษยชาติ ด้วยอำนาจแห่งธรรม ที่จักสำเร็จได้โดยการฝึกฝนตนเองให้ถึงพร้อมในความกล้าหาญทางจิตใจอย่างบริสุทธิ์
การปลุกเร้าให้คนในสังคมดิจิทัลมีภาวะตื่นรู้ในจิตสำนึกที่ชอบธรรม.. ด้วยความเชื่อมั่นว่า ความสำเร็จทั้งปวงในชีวิต จะต้องเกิดจากการพึ่งตนเอง.. ด้วยตนเองสามารถก้าวไปสู่ความสำเร็จได้ เพียงแต่ต้องพึ่งตนเอง อย่างเข้าใจในความจริงของชีวิตตนเอง.. ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ยากยิ่งในโลกดิจิทัล
ด้วยความอ่อนแอทางจิตใจ อันเป็นผลมาจากการเสพคบวัตถุกามพร่ำเพรื่อ จนเกิดความล้มเหลวด้าน สติสัมปชัญญะ อันเนื่องจากการเสพคบวัตถุเทคโนโลยี จึงทำให้เกิด การไม่กล้าปฏิเสธแม้จะรู้ว่าสิ่งนั้นผิดกฎหมาย.. สิ่งนั้นผิดศีลธรรม.. จึงเป็นเหตุที่นำไปสู่ความเสื่อมสูญความกล้าหาญในการยืนหยัดเคียงข้าง ศีลธรรม
การไม่กล้าปฏิเสธ.. แม้รู้ว่าสิ่งนั้นผิดกฎหมาย .. ผิดศีลธรรม นับเป็นการแสดงออกถึงความอ่อนแอทางจิตวิญญาณของฐานะมนุษยชาติ.. ที่น่าห่วงใยอย่างยิ่ง เมื่อบุคคลนั้นๆ ต้องทำหน้าที่รับผิดชอบต่อการบริหารสังคมประเทศชาติ ที่ต้องคำนึงถึงประโยชน์สุขของประชาชนเป็นที่ตั้ง..
บุคคลที่ขาดความกล้าหาญในการปฏิเสธการกระทำใดๆ ที่ไม่ชอบธรรม.. ผิดศีลธรรม ย่อมจะถูกชักนำไปสู่การกระทำผิดทำนองคลองธรรมได้ง่าย.. โดยเฉพาะเมื่อได้รับความกดดันมาจากบุคคลที่มีอิทธิพลในสังคมที่ใช้อำนาจอยู่เบื้องหลัง ดังปรากฏการณ์เรื่องราวในแวดวงการเมือง ที่มักจะมีบทบาทของผู้ทรงอำนาจ ที่แอบบริหารจัดการอยู่หลังฉาก เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ให้พวกพ้องน้องพี่ของตนอย่างขาดความละอายในการกระทำ
เราจึงพบเห็นพวกไม่ละอาย.. ไม่เกรงกลัวต่อบาปกรรมสูงมาก.. ในสังคมที่ขาดความกล้าหาญในการกระทำชอบดังปรากฏในปัจจุบัน.. จึงไม่แปลกที่ ตระกูลหน้าด้าน-ไร้ยางอาย เหล่านี้.. จะมีบทบาทเติบใหญ่ในฐานะผู้จัดการบริหารประเทศชาติ ภายใต้ความต้องการที่ยากต่อการควบคุม
..จึงเป็นความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ทุกฝ่ายจะต้องช่วยกันกระตุ้นเตือนสังคมให้ตื่นรู้ขึ้นมา ในภัยร้ายที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมประเทศชาติ อันเกิดจากการไม่กล้าหาญพอที่จะทำความดี ด้วยการเชื่อมั่นในกฎแห่งกรรมในบุคลากรที่เข้ามารับใช้ประเทศชาติ.. โดยเฉพาะประชาชน เจ้าของประเทศจริง
การส่งเสริมให้คนในสังคมกลับคืนมาสู่การมีความกล้าหาญในการประพฤติดีงาม.. มีศีลหรือมีวินัย เพื่อการเสพคบกับวัตถุเทคโนโลยีอย่างไม่สูญเสีย สติปัญญา .. จึงนับเป็นวาระการพัฒนาจิตวิญญาณของคนในชาติที่จำเป็นยิ่ง.. เพื่อการนำไปสู่การเสริมสร้างความกล้าหาญทางจริยธรรม.. ที่กล้าหาญจะปฏิเสธสิ่งยั่วยวนกวนใจจากกิเลสมารทั้งปวง.. และการกล้ายืนหยัดต่อความถูกต้อง แม้จะต้องเสี่ยงชีวิตหรือพบกับปัญหาอุปสรรคใดๆ ที่นับเป็นคุณค่าชีวิตอันยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ ที่สามารถศึกษาหรือเรียนรู้ใน ความจริง (สัจธรรม) ของชีวิตได้ด้วยตนเอง โดย “การพึ่งตนเอง-และพึ่งธรรม”
โดยพึงคำนึงเสมอว่า.. เมื่อใด คนเรามีความกล้าหาญที่จะยืนหยัดบนความถูกต้อง ชอบธรรม.. กล้าที่จะปฏิเสธการกระทำใดๆ ที่ผิดศีลธรรม และกล้าหาญในการตัดสินใจ เพราะมีข้อมูลและความรู้ที่ถูกต้อง.. เมื่อนั้น คนเหล่านั้น ย่อมกล้าเผชิญกับความจริง.. กล้าเผชิญกับปัญหาอุปสรรค.. จักไม่ย่อท้อ ไม่หนีปัญหา ด้วยการมีความกล้ารับผิดชอบในหน้าที่ แม้ต้องเผชิญกับสถานการณ์ต่างๆ ที่บีบเค้น.. บีบคั้น มีความยากลำบาก
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีความกล้าหาญรับผิดชอบในหน้าที่ ด้วยการกล้าตัดสินใจอย่างมีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง กล้าปฏิเสธสิ่งที่ผิดศีลธรรม และกล้ารักษาความถูกต้อง.. แต่หากยังไม่พัฒนาให้เกิดความกล้าหาญอย่างมีปัญญา ก็ยากที่จะนำไปสู่ความสัมฤทธิผลได้ เพราะจะไม่กล้าหาญพอที่จะวางใจเป็นกลาง เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติส่วนรวมอย่างแท้จริง
จึงจำเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาบุคคลให้มีความกล้าหาญในการใช้เหตุผลเหนืออารมณ์ เพื่อการเอาชนะจิตใจตนเอง.. มิใช่การเอาชนะผู้อื่น ที่นับเป็นความกล้าหาญอย่างแท้จริง ตามหลักธรรมในพระพุทธศาสนา อันเกิดจากการพัฒนาจิตใจตามหลักไตรสิกขา (ศีล, สมาธิ, ปัญญา) ที่เชื่อมั่นว่า ความมั่นคงทางจิตใจ ต้องตั้งอยู่บน ศีล.. สมาธิ.. ปัญญา.. อันจักเป็นเหตุนำไปสู่ความกล้าหาญตามที่กล่าวมา..
จึงควรอย่างยิ่งที่ต้องอบรมจิตใจ เพื่อให้เกิดธรรมที่นำไปสู่การมีความกล้าหาญ ด้วยการดำริอยู่บ่อยๆ ว่า...
“ขอให้ข้าพเจ้ามีศรัทธาในความดี
มีศีลเป็นเครื่องคุ้มครอง
มีปัญญาเป็นแสงสว่าง
มีความเพียรไม่ย่อท้อ
เกิดความกล้าหาญในการทำความดี
เพื่อประโยชน์ตนและสังคมประเทศชาติ..”...
ดังปรากฏการบรรยายธรรมในทำนองดังกล่าวที่ จ.สกลนคร ซึ่งนับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ด้วยความพร้อมของ ผู้เข้าร่วมรับฟังเต็มห้องประชุมที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด โดยการนำของ นางรณิดา เหลืองฐิติสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร ที่มีความตั้งใจยิ่งต่อการนำข้าราชการและประชาชน เข้าร่วมรับฟังการบรรยายธรรมและร่วมปฏิบัติศาสนกิจในโครงการร้อยใจไทย สืบสานราชธรรม เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐต่อชาวสกลนครและแผ่นดินไทย โดยเฉพาะการก่อเกิด โครงการป่ารักน้ำ ขึ้นที่ จ.สกลนคร แห่งนี้ ก่อนจะเผยแพร่ไปสู่พื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ...
การเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจตามโครงการ ในครั้งนี้ เมื่อ ๒๓ มีนาคม ๒๕๖๙ ณ จ.สกลนคร จึงนับว่าคุ้มค่ายิ่ง แม้จะต้องเดินทางยาวนานอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายกุมภาพันธ์ที่ไปในศาสนกิจต่างๆ ทั้งนี้ ด้วยการระลึกถึงพระมหากรุณาคุณอันมีค่ายิ่งใน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย โดยเฉพาะแผ่นดินจังหวัดสกลนคร ที่ก่อกำเนิดพระราชปณิธาน “ป่ารักน้ำ” เพื่อการฟื้นฟูผืนป่าให้กลับคืนมาเป็นแหล่งดูดซับน้ำ ด้วยตระหนักว่า “น้ำคือชีวิต.. ป่าคือแหล่งกำเนิดของน้ำ.. ขาดน้ำ ทุกชีวิตสิ้นสุดทันที!” ซึ่งนับเป็น สัจธรรม ที่ยากจะลบเลือนไปจากจิตใจพสกนิกรชาวไทย... (โดยเฉพาะชาวสกลนคร) ที่ควร ถวายเทิดพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง อย่างเป็นรูปธรรม.. ด้วยการเปิดศูนย์การเรียนรู้ปรัชญา “ป่ารักน้ำ” อย่างจริงจัง เพื่อการส่งเสริมการเพาะบ่ม ความรู้ปรัชญา ดังกล่าวใน นักเรียน-นักศึกษา.. เยาวชน และประชาชนทุกหมู่เหล่า โดยเฉพาะข้าราชการทุกภาคส่วน ที่ควรเข้าใจ-เข้าถึง ปรัชญาความรู้ “ป่ารักน้ำ” .. ที่แสดงสัจธรรม..ในชีวิต ที่ต้องสัมผัสกับสังคม.. สิ่งแวดล้อม อันน่าศึกษายิ่ง ทั้งนี้ ควรอย่างยิ่งที่จะได้ขอให้วัดวาอาราม.. สำนักศึกษาต่างๆ ช่วยกันจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ “ปรัชญาป่ารักน้ำ” .. เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกรักธรรมชาติ.. รักป่า หวงแหนป่า เพื่อการอยู่ร่วมกับธรรมชาติในพื้นที่อย่างสร้างสรรค์สืบไป... ซึ่งเชื่อว่า.. ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร คงจะรับไปดำเนินการอย่างจริงจัง อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อร่วมกันเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง “พระแม่แห่งแผ่นดิน” ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ แม้เสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว.. สืบตลอดไป!!.
เจริญพร
dhamma_araya@hotmail.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชัชชาติ นำโด่งม้วนเดียวจบ สก.50 เขต ผลเลือกตั้ง ได้สภากทม."ส้ม-เขียว-แดง-ฟ้า"
สนามเลือกตั้งท้องถิ่น เมืองหลวง กรุงเทพมหานคร เริ่มคึกคักมากขึ้นเรื่อย ๆก่อนถึงวันเปิดรับสมัครผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร(สก.) ที่จะเริ่มรับสมัคร 28 พ.ค.และเลือกตั้งวันที่28 มิ.ย.
บทบาท .. “นายกรัฐมนตรี” ในภาวะเสี่ยง .. ของสังคมที่ถดถอย!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เช้านี้ (๕ พ.ค.๖๙) หลังจากบิณฑบาต ได้กลับมานั่งรอหมอนำบุรุษพยาบาลมาเจาะเลือดเพื่อตรวจค่าต่างๆ ที่ต้อง เฝ้าระวังความเสี่ยงในภาวะชีวิตเริ่มถดถอย... อันเนื่องจากความชราพยาธิกัดกิน ที่แสดงความเป็นจริงว่า.. ที่สุดแห่งชีวิต รูปนี้ย่อยสลายสูญสิ้น อันเป็นไปตามกฎธรรมชาติ..
เผชิญ .. วิกฤตการณ์ทับซ้อน .. ในสังคมปัจจุบัน!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ต้องยอมรับตามความเป็นจริงว่า.. กระแสโลกไหลเลื่อนเข้าสู่ร่องเวลาที่มี วิกฤตการณ์
แนะนำ 3 เว็บไซต์สำหรับผู้ต้องการอ่านบทความอาหารเพื่อสุขภาพ
ในปัจจุบันอาหารเพื่อสุขภาพ กลายเป็นหนึ่งในเทรนด์ที่มาแรงอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการลดน้ำหนัก การดูแลรูปร่าง หรือการป้องกันโรคในระยะยาว หลายคนเริ่มหันมาใส่ใจสิ่งที่กินมากขึ้น
“ทำดี .. ให้ลูก ทำถูก .. ให้หลาน” ส่งต่อมรดกความดีงาม .. ให้สังคม!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เทศกาลสงกรานต์ประเพณีไทย นับเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีโบราณ โดยมีความสำคัญหลักในการส่งผ่านความกตัญญูกตเวทีในวิถีวัฒนธรรม.. ด้วยการทำบุญสรงน้ำพระ.. รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่เพื่อขอพร ก่อเจดีย์ทรายในวัดวาอาราม... และการกลับคืนสู่ครอบครัวเพื่อแสดงถึงความรักสามัคคี เพื่อเริ่มต้นชีวิตอย่างมีมงคล
“ความดี.. (ที่ไม่จริง) .. เป็นสิ่งที่ดี” ในกระแสสังคม .. วิปลาสธรรม !!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา ในวิถีสังคมที่สับสนไปด้วยความลังเลสงสัยในสัจธรรม.. จึงได้เห็นปรากฏการณ์ “การทำอะไรเกินจริง” อยู่เสมอ จนเป็นที่มาของคำสั่งสอนว่า.. “อย่าทำอะไรเกินจริง” ที่หมายถึง พึงมีสติควบคุมจิต.. เพื่อรู้จักยับยั้งชั่งใจในการ คิด พูด ทำ สิ่งต่างๆ ที่ควรคำนึงถึง ความพอดี เหมาะสมกับความเป็นจริง ไม่นำไปสู่การบิดเบือน อยู่ภายในขอบเขตของธรรมและอรรถ และรู้จักประมาณตนว่า.. มีกำลังความสามารถที่ทำได้ตามความเป็นจริง..

