เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ในวิถีวงจรชีวิตของสัตว์โลกที่กำลังหมุนไปด้วย กำลัง (แรง) และความเร็ว ค่อนข้างจะวิกฤตด้วยความทะยานอยาก (ความต้องการ) ที่เกินพิกัดปกติ สะท้อนให้เห็นความเป็นจริงของภาวะผิดธรรมชาติ อันเกิดจากความวิปลาสธรรม.. ที่แสดงออกผ่านการเคลื่อนไหวของชีวิตเพื่อการแสวงหา.. อย่างปฏิเสธกฎความจริงว่า...
ภายใต้กฎธรรมชาติ ที่แสดงความเป็นปกติว่า..
สิ่งทั้งหลาย เกิดขึ้นตามเหตุปัจจัย
เมื่อเหตุปัจจัยมีอยู่... ธรรมทั้งหลายย่อมมี
เมื่อเหตุปัจจัยสิ้นไป... ธรรมทั้งหลายย่อมสิ้นไป.. ที่เรียกกฎความเป็นจริงนี้ว่า.. “อนัตตา”...
แม้ว่าโลกนี้แสดงความเป็นอนัตตา.. ชีวิตนี้ไร้ตัวตนเที่ยงแท้ แต่สิ่งที่สวนกระแสความเป็นจริงของธรรมชาติ คือ การยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นตัวตน.. ชีวิตนี้เที่ยงแท้อย่างยั่งยืน
การมุ่งแสวงหาด้วยอำนาจแห่งการยึดถือยึดมั่นความเป็นตัวตน จึงเกิดการขยายตัวของความทะยานอยาก (ตัณหา) ที่นำไปสู่การกระทำเพื่อการสนองตอบความต้องการนั้น
แม้จะต้องพลัดพราก.. สิ้นสลาย.. สูญเสียไปอย่างประจักษ์.. ในทุกสภาวะที่ประสบ แต่ด้วยความไม่ยอมเข้าใจ.. จึงนำไปสู่ความดิ้นรน ขวนขวาย ทะยานอยาก อย่างไม่ยอมรับในกฎธรรมชาติ
การกระทำด้วยวิธีการต่างๆ นานา จึงเกิดขึ้น ด้วย ความหลากหลายแห่งลัทธิ.. ทิฏฐิ.. แม้ว่าจะไม่ได้สนองตอบความต้องการได้จริง.. แต่ก็สามารถสนองตอบอารมณ์ความรู้สึกที่ต้องการ.. มาเป็นอารมณ์ที่พึงใจของจิตใจตนตามที่ตั้งค่าทิฏฐินั้นๆ ได้.. ..เมื่อใดที่อารมณ์หรือความรู้สึกตรงกับทิฏฐิของตน.. เมื่อนั้นย่อมยินดีปรีดา ด้วยคิดว่านั่นคือความสำเร็จในชีวิตของตน!!
เมื่อทิฏฐิเป็นใหญ่ มีอำนาจเหนือจิตใจของมนุษยชาติ.. จึงเกิดปรากฏการณ์ความหลากหลายของทิฏฐิขึ้น ซึ่งทางพระพุทธศาสนาได้สรุปไว้ถึง ๖๒ ทิฏฐิ ที่ปรากฏก่อนหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธศาสนา ที่ว่าด้วยความเป็น สัมมาทิฏฐิ ที่แสดงความรู้ความเห็นตามความเป็นจริงที่สอดรับกับกฎธรรมชาติ ด้วยพระปัญญาตรัสรู้ชอบรวมลงที่ อริยสัจธรรม ๔ ประการ .. ที่ไม่มีทิฏฐิใดเข้าถึงได้...
ด้วยความหลากหลายของทิฏฐิ (แนวคิด/มุมมอง) ที่เป็นไปตามธรรมชาติของสัตว์โลก ซึ่งจริงๆ แล้วมิได้เป็นปัญหาใดๆ.. หากไม่ขยายผลไปสู่การกระทำที่วิบัติจากธรรมชาติ อันเป็น ปัจจยาการ ที่นำไปสู่การกระทำเพื่อให้ได้มาตามทิฏฐินั้น.. และแน่นอนยิ่งว่า การกระทำนั้นย่อมเป็นไปในทาง มิจฉาปฏิบัติ .. โลกจึงวุ่นวายด้วยความขัดแย้ง แบ่งแยก และทำลายล้างกันในทุกวิธีการ
ยิ่งทิฏฐิทางโลกวิทยาก้าวหน้าไปมากเท่าไร การขัดแย้ง แบ่งแยก เพื่อทำลายล้างก็จะขยายตัวไปมากเท่านั้น.. อย่างไม่หลงเหลืออารยธรรม.. คุณงามความดีของความเป็นมนุษยชาติไว้ให้ดูเล่นเลย..
ทั้งนี้ ด้วยกลไกความขัดแย้งจากทิฏฐิ.. ที่ผิดธรรมชาติ ที่นำไปสู่ความยึดติด.. ความยึดมั่น-ยึดถือ โดยไปหลงยึดเป็นเจ้าของธรรมชาติ ด้วยทิฏฐิที่สำคัญมั่นหมายว่า ตัวตนเที่ยงแท้..
การแบ่งแยก (Polarization) ว่าเป็นฝ่ายเขา.. ฝ่ายเรา จึงเกิดขึ้น ด้วยอำนาจของ อหังการ-มมังการ.. ที่มาจากทิฏฐิที่ผิดธรรมชาติ.. จึงทำให้หาข้อยุติได้ยาก.. จึงไม่แปลกที่จะเปิดเวที โต้วาทะ (Debate) กันมาโดยตลอด โดยหากฝ่ายใดพูดจาอ้างอิงเหตุผล จนสามารถน้อมโน้มให้หมู่ชนเห็นด้วยได้.. ฝ่ายนั้นเป็นผู้ชนะ จะได้รับการยอมรับนับถือจากมหาชน เพื่อการก้าวไปสู่ความเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ..
จึงเป็นธรรมดาที่จะต้องมีการนำเสนอทิฏฐิ ด้วยการท้าประลองกำลังความรู้.. กำลังความคิด กันอยู่เสมอ เพื่อเอาชนะคะคานกัน แทนการใช้กำลัง.. ใช้ศาสตราวุธ ดังที่นิยมในสมัยต่อมา ด้วยผลแห่งความขัดแย้งที่ขยายตัว (Escalation) ที่เปลี่ยนจากเวทีดีเบตเป็นสนามรบ จากคำพูดเป็นศาสตราวุธ.. และจากการเอาชนะด้วยเหตุผลเป็นการทำลายล้าง เพื่อสนองตอบอารมณ์ความรู้สึก..
บริบทของสังคม จึงแปรเปลี่ยนไปตาม ภูมิรัฐศาสตร์ ที่มีทิฏฐิภาคสังคมเป็นกลไกในการบริหารจัดการ ไม่ว่าจะเป็น ที่ตั้ง ทรัพยากร สภาพภูมิประเทศ ที่เชื่อมโยงไปสู่ภูมิภาคต่างๆ ผ่านการเมืองระหว่างประเทศ ที่มีผลกระทบต่อโครงสร้างประชากรในทุกด้าน โดยเฉพาะด้านการศึกษาความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี.. การปรับเปลี่ยนทางวัฒนธรรม จากเดิมที่เคยใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติสุขตาม ปรัชญาพอเพียง .. ภายใต้อิทธิพลของโลกที่ขับเคลื่อนไปภายใต้อำนาจวัตถุนิยมเป็นใหญ่.. ที่มีผลต่อเสถียรภาพทางสังคมในทุกภาคส่วน จนครอบคลุมไปทั่วโลก ดังปรากฏในปัจจุบันที่เข้าสู่ กระแสสังคมดิจิทัล...
อำนาจวัตถุนิยมในสมัยเทคโนโลยีดิจิทัล จึงเป็นปัจจัยเร่งเร้าที่สำคัญยิ่ง ต่อการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการดำเนินชีวิตในวิถีอารยธรรมดั้งเดิม.. ที่มนุษยชาติยอมรับอย่างขาดการตระหนักรู้ ในคุณ..โทษและทางออก .. กระแสสังคมจึงไหลลงสู่วังวนวัตถุเทคโนโลยีนิยม.. อย่างขาดการรู้เท่าทัน...
การสร้างพลังความต้องการ.. ความทะยานอยาก จึงพุ่งทะยานด้วยปริมาณที่เกินค่าปกติในความเป็น สัตว์เสพกาม .. จนยากจะควบคุม..ระดับ ความโลภ ที่ยกสู่ความเป็น วิสมโลภะ และ อภิชฌาวิสมโลภะ .. ซึ่งหมายถึง โลกเข้าถึงยุคสนองตอบความต้องการด้วยการทำลายล้างอย่างไม่มีเหตุผล.. และขาดความเมตตากรุณาต่อกันอย่างสิ้นเชิง...
วิกฤตการณ์ทางสังคม.. จึงก่อตัวสูงขึ้นยิ่งกว่าทุกยุคสมัย.. แสดงออกผ่านวิกฤตทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม.. ที่ได้เห็นการใช้กำลังอาวุธเต็มรูปแบบ เพื่อการให้ได้มาซึ่งความต้องการตามความทะยานอยาก (ตัณหา).. ในสิ่งนั้นๆ... แม้ว่าจะต้องทำลายล้างมนุษยชาติด้วยกัน.. ที่สุดแม้จะต้องทำลายโลกนี้ให้แหลกสลาย.. จึงเกิดการขยายผลสู่ วิกฤตการณ์ทางด้านอารยธรรมที่มีศีลธรรมเป็นพื้นฐาน .. ซึ่งหมายถึง การทำลายล้างรากฐานของมนุษยชาติในยุคอารยธรรมให้สิ้นสลายไปอย่างสิ้นเชิง.. จนไม่หลงเหลือความสงบสุขแบบอารยธรรมดั้งเดิมไว้ให้ดูเล่นเลย...
จึงไม่แปลก หากในสังคม.. จะมีการเปลี่ยนแปลงสภาพความเป็นอยู่ไปตามบริบทสังคมใหม่.. ที่อ้างอิงอำนาจทางกฎหมาย.. ที่อาศัยอำนาจวัตถุนิยมเป็นใหญ่ชี้ขาด.. จึงกลายเป็นผู้ทรงอำนาจทางสังคมที่แท้จริง.. โดยผ่านกระบวนการเสียงข้างมากของหมู่ชนในสังคมที่ล้วนตกอยู่ภายใต้อำนาจวัตถุนิยมเป็นปัจจัยชี้นำ...
ทั้งนี้ ด้วยบริบทของสังคมสมัยปัจจุบัน ล้วนยกย่อง ผู้มีอำนาจทางทรัพย์สิน.. ทุน.. เทคโนโลยี ขึ้นเป็นผู้ทรงอำนาจทางสังคม .. แสดงให้เห็นความเป็นจริงในโลกวัตถุนิยมว่า... ดัชนี้ชี้วัดความสำเร็จ.. ความน่าเชื่อถือ และอำนาจต่อรอง มาจาก อำนาจวัตถุนิยมเป็นใหญ่ (จริงๆ)
ดังนั้น.. จึงไม่แปลกใจเลยว่า.. ทำไมระบบบริหารราชการแผ่นดิน.. ข้าราชการ.. บุคลากรทุกระดับ จึงอ่อนด้อยในประสิทธิภาพการทำงาน.. และจำนวนไม่น้อยที่ไร้คุณค่าในการเข้ามาทำหน้าที่รับใช้ประชาชน.. ทั้งนี้ เพราะบุคคลเหล่านี้ ไม่ได้เติบโตมาจากระบบอารยธรรมอย่างที่เคยมี.. ...นี่คือปัญหาของมนุษยชาติที่ยกระดับสู่วิกฤตการณ์ทางสังคมที่ยากเกินเยียวยา.. ตราบที่ ทิฏฐิวัตถุนิยม ยังมีอิทธิพลต่อจิตวิญญาณมนุษยชาติอย่างยากจะรู้เท่าทัน..!!.
เจริญพร
dhamma_araya@hotmail.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชัชชาติ นำโด่งม้วนเดียวจบ สก.50 เขต ผลเลือกตั้ง ได้สภากทม."ส้ม-เขียว-แดง-ฟ้า"
สนามเลือกตั้งท้องถิ่น เมืองหลวง กรุงเทพมหานคร เริ่มคึกคักมากขึ้นเรื่อย ๆก่อนถึงวันเปิดรับสมัครผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร(สก.) ที่จะเริ่มรับสมัคร 28 พ.ค.และเลือกตั้งวันที่28 มิ.ย.
บทบาท .. “นายกรัฐมนตรี” ในภาวะเสี่ยง .. ของสังคมที่ถดถอย!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เช้านี้ (๕ พ.ค.๖๙) หลังจากบิณฑบาต ได้กลับมานั่งรอหมอนำบุรุษพยาบาลมาเจาะเลือดเพื่อตรวจค่าต่างๆ ที่ต้อง เฝ้าระวังความเสี่ยงในภาวะชีวิตเริ่มถดถอย... อันเนื่องจากความชราพยาธิกัดกิน ที่แสดงความเป็นจริงว่า.. ที่สุดแห่งชีวิต รูปนี้ย่อยสลายสูญสิ้น อันเป็นไปตามกฎธรรมชาติ..
เผชิญ .. วิกฤตการณ์ทับซ้อน .. ในสังคมปัจจุบัน!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ต้องยอมรับตามความเป็นจริงว่า.. กระแสโลกไหลเลื่อนเข้าสู่ร่องเวลาที่มี วิกฤตการณ์
แนะนำ 3 เว็บไซต์สำหรับผู้ต้องการอ่านบทความอาหารเพื่อสุขภาพ
ในปัจจุบันอาหารเพื่อสุขภาพ กลายเป็นหนึ่งในเทรนด์ที่มาแรงอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการลดน้ำหนัก การดูแลรูปร่าง หรือการป้องกันโรคในระยะยาว หลายคนเริ่มหันมาใส่ใจสิ่งที่กินมากขึ้น
“ทำดี .. ให้ลูก ทำถูก .. ให้หลาน” ส่งต่อมรดกความดีงาม .. ให้สังคม!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เทศกาลสงกรานต์ประเพณีไทย นับเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีโบราณ โดยมีความสำคัญหลักในการส่งผ่านความกตัญญูกตเวทีในวิถีวัฒนธรรม.. ด้วยการทำบุญสรงน้ำพระ.. รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่เพื่อขอพร ก่อเจดีย์ทรายในวัดวาอาราม... และการกลับคืนสู่ครอบครัวเพื่อแสดงถึงความรักสามัคคี เพื่อเริ่มต้นชีวิตอย่างมีมงคล
“ความดี.. (ที่ไม่จริง) .. เป็นสิ่งที่ดี” ในกระแสสังคม .. วิปลาสธรรม !!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา ในวิถีสังคมที่สับสนไปด้วยความลังเลสงสัยในสัจธรรม.. จึงได้เห็นปรากฏการณ์ “การทำอะไรเกินจริง” อยู่เสมอ จนเป็นที่มาของคำสั่งสอนว่า.. “อย่าทำอะไรเกินจริง” ที่หมายถึง พึงมีสติควบคุมจิต.. เพื่อรู้จักยับยั้งชั่งใจในการ คิด พูด ทำ สิ่งต่างๆ ที่ควรคำนึงถึง ความพอดี เหมาะสมกับความเป็นจริง ไม่นำไปสู่การบิดเบือน อยู่ภายในขอบเขตของธรรมและอรรถ และรู้จักประมาณตนว่า.. มีกำลังความสามารถที่ทำได้ตามความเป็นจริง..

