..ถึงเวลาที่ควร .. สังคายนาระเบียบองค์กร!?

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. จากคำกล่าวที่ว่า.. โลกอยู่ในห้วงเวลาแห่งความเสื่อม.. ที่กำลังลงไปสู่ความหายนะ .. นับเป็นเรื่องที่สอดรับกับสภาวธรรมในยามนี้

อารยธรรม.. ศีลธรรม.. จริยธรรม อันดีงาม... ที่เคยสืบเนื่องสังคมมนุษยชาติมา จึงถูกเซาะกร่อนทำลายด้วยจิตใจของมนุษยชาติในแต่ละกาลสมัย.. ดังปรากฏในพระสูตรกล่าวไว้...

จึงได้เห็นความขัดแย้งจากการกระทำ การพูด และความคิด ของคนในสังคม.. แม้ว่าจะต้องการความสงบสุข แต่กลับกระทำในสิ่งตรงข้าม จึงให้ระลึกถึงพระพุทธภาษิตที่ทรงแสดงไว้ใน สักกปัญหสูตร อันเกิดขึ้นจาก ปุจฉาของท้าวสักกเทวราช ที่กราบทูลถามพระพุทธเจ้าว่า...

“..ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า พวกเทวดา มนุษย์... ต่างมีความปรารถนาว่า.. “ขอพวกเราจงเป็นผู้ไม่มีเวร.. ไม่มีอาชญา.. ไม่มีศัตรู.. แต่เพราะมีอะไรเป็นเครื่องผูกมัดใจไว้ พวกเขาจึงยังมีเวร.. มีอาชญา ถูกเบียดเบียน ยังจองเวรกันอยู่..”....

พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ปัญหาข้อดังกล่าวว่า... “ดูกร จอมเทพ พวกเทวดา มนุษย์ อสูร นาค คนธรรพ์ มีความริษยาและความตระหนี่ เป็นเครื่องผูกใจไว้ อนึ่ง ชนเหล่านั้น แม้เป็นผู้ไม่มีเวร ไม่มีอาชญา ไม่มีศัตรู ไม่มีความพยาบาท ปรารถนาว่า ขอพวกเราไม่มีเวรอยู่เถิด ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็ยังมีเวร.. มีอาชญา มีศัตรู.. มีความพยาบาท.....”

เมื่อท้าวสักกเทวราชได้หมดข้อสงสัยในปัญหาดังกล่าวที่ติดค้างคาใจมานานแล้ว จึงได้ทรงชื่นชมอนุโมทนาในภาษิตของพระพุทธเจ้า และได้เข้าสู่การเรียนรู้ธรรมเป็นข้อๆ ไปจนจบ โดยเริ่มต้นในข้อแรกที่ว่า.. อะไรเป็นเหตุ มีอะไรเป็นสมุทัย.. มีอะไรเป็นแดนเกิด.. เป็นกำเนิดของความริษยาและมัจฉริยะ..

พระพุทธองค์ได้ทรงพยากรณ์ปัญหาในข้อนี้ว่า.. เพราะมีอารมณ์เป็นที่รักและไม่เป็นที่รักเป็นเหตุ.. และอารมณ์อันเป็นที่รัก มีความพอใจเป็นเหตุ.. เป็นสมุทัย.. โดยตรัสโดยสรุปว่า.. เมื่อ ความพอใจ มีอารมณ์อันเป็นที่รัก.. ไม่เป็นที่รัก ย่อมมี เมื่อ ความพอใจไม่มี .. อารมณ์อันเป็นที่รักและไม่เป็นที่รัก ย่อมไม่มี... ฯลฯ

ความพอใจมี.. กับความพอใจไม่มี.. จึงเป็นเหตุสำคัญของการเกิด อารมณ์อันเป็นที่รักและอารมณ์อันไม่เป็นที่รัก..

ความเสื่อมในอารยธรรม.. ศีลธรรม ที่คุ้มครองปกปักรักษาโลกมายาวนาน.. จึงเกิดขึ้น เพราะการเข้าไปถือรักชังในโลก จนเกิด อคติธรรม ครอบครองจิตใจของคนเรา

ปัญหาของการทำลายในโลกนี้จึงสรุปรวมลงที่ ความพอใจ.. ความรัก ความยินดีในโลก เป็นเหตุ เป็นสมุทัย.. และเมื่อเกิดภาวะไม่สมปรารถนา.. ไม่ได้ดังใจ.. จึงก่อเกิดความไม่พอใจขึ้น..

การแก้ปัญหาความหายนะของโลกอันเนื่องมาจากการเสื่อมสูญในศีลธรรม.. อารยธรรม.. จึงต้องกลับไปแก้ไขที่จิตใจของมนุษยชาติให้คืนกลับมามี สติปัญญา เพื่อรู้เท่าทันในจิตใจของตนเอง ที่เข้าไปจับจ้องอารมณ์นั้นๆ อันเนื่องมาจากการเข้าไปรับรู้อารมณ์จากทวารทั้งหก คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ..

การใช้ชีวิตภายใต้อารมณ์เป็นใหญ่.. จึงนำไปสู่การใช้ชีวิตอย่างปราศจากเหตุผล ที่กลายเป็นความคุ้นชินของคนในยุคนี้ แม้ธรรมชาติจะออกแบบให้อารมณ์และเหตุผลเชื่อมโยงสัมพันธ์กันอย่างมีดุลยภาพ

ความล้มเหลว .. ความหายนะ จึงแผ่กว้างไปทุกองคาพยพของสังคมมนุษยชาติ.. ในขณะที่โลกก้าวหน้าทางวัตถุนิยมขั้นสูงสุดดังในปัจจุบัน

จึงไม่แปลก.. และไม่แปลก ที่จะมีข่าวฉาว แสดงความต่ำช้าสามานย์ของทุรชนมากขึ้น แม้ในวงการศาสนา เมื่อปรากฏข่าว “นักบวชคนหนึ่ง ที่มีฐานะเป็นเจ้าคณะตำบลในแวดวงภิกษุจังหวัดเชียงใหม่ จ้างพระรูปอื่นไปสอบเปรียญแทน.. ในระดับเปรียญธรรม ๕ ประโยค....”

จริงๆ แล้ว เรื่องดังกล่าวอาจจะไม่ใช่เรื่องที่แปลก.. หากเป็นเหตุเกิดขึ้นในทางโลก

แต่การเกิดเรื่องดังกล่าวในฝ่ายศาสนา.. นับเป็นเรื่องที่รุนแรงมาก ต่อความรู้สึกของพุทธศาสนิกชน แม้ในบุคคลภายนอก..

ยิ่งมีกระแสเพิ่มเติมว่า.. นี่ไม่ใช่ครั้งแรก... โดยเฉพาะในสนามสอบต่างจังหวัด..

ซึ่งแน่นอน.. คำกล่าวในทางลบดังกล่าว อาจจะจริงหรือไม่จริง.. หรือจริงบางส่วน.. ไม่จริงบางส่วน ซึ่งคงต้องรอผลการตรวจสอบและขยายผลจากฝ่ายรับผิดชอบต่อการบริหารงานคณะสงฆ์.. แต่เชื่อได้ว่า.. กระแสเชิงลบย่อมแผ่ไปสู่จิตใจสาธุชนอย่างกว้างขวาง ซึ่งจะมีผลแก่วิกฤตศรัทธาที่มีอยู่แล้วในคนรุ่นใหม่ แม้ว่าผู้ที่เข้ามาสอบเปรียญธรรม ที่เป็นไปอย่างถูกต้อง ตรงตามระเบียบแบบแผนของคณะสงฆ์ จะมีมากกว่าฝ่ายที่กระทำทุจริตก็ตาม..

อย่างไรก็ตาม.. สิ่งที่ควรพิจารณาในยามนี้ แท้จริงจึงมิใช่อยู่ที่จำนวนหรือปริมาณของคนผิดหรือคนถูก.. พระชั่วหรือพระดีว่าฝ่ายไหนมีมากกว่ากัน

แต่ควรร่วมกันศึกษากรณีดังกล่าวอย่างยอมรับในความเป็นจริง เพื่อเข้าให้ถึงรากเหง้าของปัญหาว่า.. อะไร.. ทำไม.. อย่างไร.. ที่เป็นเหตุ เป็นสมุทัย เป็นกำเนิด เป็นแดนเกิด ของปัญหาการประพฤติทุจริตของพระภิกษุ.. ที่แสดงตนว่าเป็นผู้สละทางโลกแล้ว.. เพื่อมุ่งเข้ามาศึกษาปฏิบัติให้รู้แจ้งในธรรม อันเป็นไปเพื่อความพ้นทุกข์... การสละ ละ วาง ไม่เข้าไปเพลิดเพลิน พร่ำถึง เชยชม ในโลกธรรม คือ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข.. ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรปฏิบัติให้เป็นแบบอย่าง..ของชาวโลก....

กล่าวตรงๆ ว่า.. พระภิกษุต้องสละความเกี่ยวข้องยึดถือในโลกธรรม คือ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข

การพัฒนาสร้างจิตสำนึกความเป็นพระภิกษุ ด้วยการเจริญสมณสัญญา.. เป็นสิ่งที่ต้องจริงจังในแวดวงหมู่สงฆ์ เพื่อการสร้างดุลยภาพแห่งธรรมให้เกิดขึ้นในองค์กร

การจัดระบบการปกครอง.. ด้วยการอิงอาศัย วัยวุฒิ คุณวุฒิ ปัญญาวุฒิ.. จะต้องให้ความสำคัญอย่างสูงสุด.. มิใช่แต่งตั้งพระเด็กๆ.. พระในสำนักของตนเอง.. ออกไปเป็นพระปกครอง.. เพื่อหวัง ลาภ ยศ ตำแหน่ง ที่ผูกไว้กับฐานะหน้าที่...

ตรงนี้!! ต้องมีการสังคายนาการปกครององค์กรกันอย่างจริงจัง.. ดังกรณีการแต่งตั้งพระภิกษุที่มีข่าวอื้อฉาว ซึ่งมีอายุเพียง ๓๕ ปี พรรษาบวช ๑๕ ปี.. เป็นเจ้าอาวาสและเจ้าคณะตำบล.. เพื่อปกครองพระภิกษุวัดต่างๆ ในเขตการปกครองของตำบล.. ซึ่งเห็นได้ว่า พระรูปดังกล่าวนั้นมีวัยวุฒิ คุณวุฒิ ที่ยังละอ่อนมาก นับเป็นภาวะล่อแหลมอย่างยิ่งต่อการทำหน้าที่บริหารการปกครองหมู่คณะสงฆ์ในเขตปกครองนั้นๆ

จากกรณีดังกล่าวจึงควรตื่นตัวในผู้รับผิดชอบองค์กรสงฆ์ทุกฝ่าย เพื่อร่วมกันพิจารณาตรวจสอบให้ถึงรากเหง้าของปัญหาว่า ทำไม.. ใคร.. เป็นผู้แต่งตั้ง.. มีระบบพิจารณาอ้างอิงหลักเกณฑ์อย่างไร.. และในเขตปกครองดังกล่าว.. ไม่มีพระภิกษุ ผู้เป็นเถระ มีพรรษาอายุกาล มีความรู้ความสามารถอันเหมาะควรแล้วหรือ!... จึงควรตรวจสอบหาผู้รับผิดชอบตัวจริงจากปัญหาการแต่งตั้งที่สืบเนื่องมาสู่ปัญหาการประพฤติมิชอบ เพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุด โดยไม่ควรปล่อยให้บุคคลที่ร่วมกันสร้างปัญหานั้นลอยนวล.. มีโอกาสกระทำความผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก ทั้งนี้ เพราะสาเหตุของปัญหาที่แท้จริงนั้น มีขบวนการสนับสนุนแต่งตั้ง จัดหา บุคคลที่ไม่มีความชอบธรรมเข้ามาสู่วิถีธรรม

จริงๆ แล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ใหม่ เพราะมีเรื่องลักษณะเหล่านี้ แสดงความเป็นปัญหาใหญ่ที่ฝังลึกอยู่ในองค์กรสงฆ์มานาน.. ซึ่งถึงเวลาแล้วที่ควรได้รับการพิจารณาจากทุกฝ่ายอย่างจริงจังและจริงใจต่อพระพุทธศาสนา.. เพราะปัญหาทั้งหมดทั้งหลายในแวดวงพระสงฆ์ จะล้มเหลว.. หรือสำเร็จ ก็อยู่ที่ผู้รับผิดชอบทุกลำดับชั้นที่เกี่ยวข้องกันอย่างเป็นลูกโซ่...

ระเบียบปฏิบัติการบริหารองค์กรสงฆ์สืบเนื่องมายาวนาน ถึงเวลาแล้วหรือยัง.. ต่อการจัดระเบียบการปกครองคณะสงฆ์ใหม่.. เพื่อให้เป็นไปอย่างมีดุลยภาพแห่งธรรม ด้วยวิถีธรรมที่ถูกต้องอย่างแท้จริงตามพระธรรมวินัย เพื่อให้ทันสมัยต่อสมัยการเปลี่ยนแปลงของโลก.. เพื่อดำรงไว้ซึ่ง “พระธรรมคำสั่งสอน” ที่เป็นอกาลิโก.. สืบตลอดไป.

 

เจริญพร

[email protected]

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ความฉ้อฉลทางจิตวิญญาณ .. ภัยร้ายของมนุษยชาติ!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ผลพวงจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ สะท้อนเหตุปัจจัยภาคสังคมหลายประการ ที่ทุกฝ่ายต้องศึกษาพิจารณาเพื่อความเข้าใจในสภาพธรรมทางสังคม ที่สะท้อนภาวะผลกรรมในองค์รวมของ กระแสจิตวิญญาณมหาชน..

บทสะท้อน... กระแสจิตหมู่... ภาคสังคม .. สู่การเลือกตั้ง!! .. ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ..

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. กำลังจะเข้าสู่ วันแห่งสันติภาพ.. ที่ผ่านกระบวนการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย โดยอ้างอิงเสียงประชาชนเป็นใหญ่ หมายถึง อำนาจในการปกครองที่มาจากปวงชน.. อันเป็นที่มาของคำถามว่า อะไรคืออำนาจ, อะไรคือหน้าที่.. และ หน้าที่กับอำนาจ จะใช้สัมพันธ์กันอย่างไรให้เกิดประโยชน์ เป็นไปเพื่อ สันติภาพของมนุษยชาติแท้จริง... ดังที่จะได้มีการใช้อำนาจ (อธิปไตย) ผ่านหน้าที่ตามสิทธิในการเลือกตั้งตามระบอบ ให้อำนาจและหน้าที่แก่ประชาชนใช้ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่จะเกิดมีขึ้นในวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ นี้ ในประเทศของเรา..

ธรรมชาติโดยธรรม ของผู้นำ ผู้แทน ผู้ปกครอง!

เจริญพร สาธุชน ผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เรื่องการเลือกผู้นำตามระบอบประชาธิปไตย ที่ประเทศในโลกตะวันตกพากันเห่อ.. คลั่งไคล้.. จนแพร่ระบาดมาสู่เอเชีย แผ่ไปทั่วบ้านเล็กเมืองน้อย ที่อนุวัตไปตามกระแส โลกาธิปไตย จริงๆ แล้ว มิใช่เป็นเรื่องใหม่ นับตั้งแต่เกิดการอุบัติขึ้นของสังคมมนุษยชาติ

เสียงสะท้อน-ข้อเสนอนโยบาย จากภาคประชาชนถึงพรรคการเมือง

ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งที่พรรคการเมืองต่างๆ ออกมาแสดงวิสัยทัศน์และนำเสนอนโยบายต่างๆ ต่อประชาชน เพื่อหวังผลคะแนนเสียงเลือกตั้ง รวมถึงการส่งตัวแทนพรรคไปร่วมเวทีดีเบต-นำเสนอนโยบายตามเวทีต่างๆ ที่จัดขึ้นหลายแห่ง

อย่าเลือกคน Gen Im เป็นผู้แทนอย่างเด็ดขาด!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เมื่อพิจารณาลงไปในกระแสสังคมปัจจุบันที่อยู่ภายใต้อำนาจโลกธรรมอันมี เทคโนโลยีไอที เป็นใหญ่ ที่ชาวโลกมีความภาคภูมิใจให้เพลิดเพลินในการเข้าไปเชยชมยึดติด.. จึงกลายเป็น วัตถุกาม ของมารที่มีไว้ล่อหลอกให้สัตว์ทั้งหลายเข้าไปรักใคร่ ใหลหลง ผูกมัดรัดยึด ก่อเกิดความเศร้าหมองเร่าร้อน ด้วย อิทธิฤทธิ์ของมารา ที่ใช้มายา.. เป็นเครื่องมือ..

เจาะสนามเลือกตั้งขอนแก่น กระแส-กระสุนวัดกันเดือด!

กลายเป็นอีกสนามเลือกตั้งที่คอการเมืองต่างเฝ้าจับตามองและหมายมั่นปั้นมือที่จะคว้าเก้าอี้สำคัญของ จ.ขอนแก่น มาให้ได้ ดูได้จากการโหมโรงหรือการลงพื้นที่หาเสียงจากทุกพรรคการเมืองที่ล้วนต่างขนขุนพลชั้นนำระดับประเทศมาพบปะ มาปราศรัย มาลงพื้นที่เพื่อช่วยผู้สมัคร สส.เขตของตนเอง แม้กระทั่งบางพรรคจะไม่มีตัวผู้สมัครเขต แต่ก็มาขอคะแนนเสียงเพื่อลงคะแนนให้กับ สส.บัญชีรายชื่อกันแทบทุกวันกันเลยทีเดียว