เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ถึงแม้ว่าสังคมประเทศชาติจะแสดงความเป็นดินแดนพระพุทธศาสนา มีประชากรจำนวนมากที่สุดเป็นพุทธศาสนิกชน.. แต่กลับได้เห็นการกระทำและความคิดที่ผิดแปลกแหวกแนว ไม่เป็นไปในร่องรอยของศีลธรรม.. คุณธรรมความดีงามตามแบบฉบับของพุทธศาสนา.. ดังปรากฏเหตุการณ์ความเป็นจริงในหลายมิติทางสังคม แสดงออกอย่างเปิดเผย ที่บางเรื่องบางราว หลายเรื่องหลายราว แม้หมู่ชนในศาสนาอื่นๆ เขายังรังเกียจ ไม่กระทำกัน...
จึงเป็นเรื่องที่น่าศึกษายิ่ง ใน ความเปลี่ยนแปลงแบบทำลายโครงสร้างสังคมวิถีพุทธ ที่ปรากฏเกิดขึ้นในปัจจุบัน อย่างชนิดฉีกแนว สุดโต่ง ยิ่งไปกว่าทุกยุค ทุกศาสนา ในอดีต..
ต้องยอมรับความเป็นจริงว่า.. นับตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๗๕ เป็นต้นมา เมื่อมีการส่งถ่ายอำนาจการปกครองประเทศชาติ จาก พระมหากษัตริย์ มาสู่ ประชาชน.. ผ่านคณะบุคคล ที่อ้างอิงประชาชน เข้าจัดการปกครองบริหารประเทศ อย่างไม่เข้าใจสารัตถะของสังคมวิถีพุทธแบบไทยๆ... โดยการปลุกเร้าให้เห็นคุณค่าของ ระบอบประชาธิปไตย ที่เป็นเครื่องหมายของสังคมแบบโลกตะวันตก จนลืมอารยธรรมวิถีพุทธ..
จึงได้เห็นการตื่นตัวแบบงงๆ.. ของประชาชนจำนวนมาก ที่เป็นฐานของประเทศชาติในทุกสมัย แม้จะเข้าสู่สังคมยุคไอทีในปัจจุบัน
..ด้วยการขาดพื้นฐานจิตวิญญาณในเชิงคุณธรรม ความดี และความกล้าหาญทางจริยธรรมในตัวบุคคลที่แท้จริง จึงเป็นเหตุให้เกิดปัญหาอลวนในสังคม ที่แสดงออกถึงความอ่อนแอ ความอ่อนด้อย ความอ่อนไหว ต่อการใช้อำนาจ.. แม้ได้อำนาจการปกครองมาโดยชอบธรรม ตามกฎหมายปกครองแผ่นดิน..
จึงได้เห็นการใช้อำนาจ.. อย่างไม่รู้คุณค่าของอำนาจ ที่กลายเป็นดาบสองคม โดยเฉพาะเมื่อใช้อำนาจไปในทางการสนองตอบตัณหาของตนและหมู่คณะ อย่างน่ารังเกียจ..
ดังการเกิดปรากฏการณ์ใช้ อำนาจที่ไม่เป็นธรรม เกิดขึ้นในทุกภาคส่วนของสังคม ไม่เว้นแม้ในองค์กร สถาบันของรัฐ... ที่พากันเล่นกับอำนาจอย่างเปรอะเปื้อน เมามัน โดยหารู้ไม่ว่า.. อำนาจนั้น ถ้าใช้อย่างเป็นธรรม.. ย่อมนำไปสู่สันติสุข..
..แต่ถ้าใช้อย่างปราศจากธรรม.. ย่อมนำไปสู่การสร้างโทษทุกข์ภัยให้กับตนเองที่เป็นผู้ใช้ และผู้อื่นที่รับผลการใช้นั้น ตลอดจนสังคมประเทศชาติ ที่จะพากันหายนะ.. เป็นทุกข์เดือดร้อนทั้งแผ่นดิน
การเล่นกับอำนาจอย่างขาดสติปัญญา ไร้วุฒิภาวะ จึงเสมือน ปล่อยให้เด็กไร้เดียงสา เล่นอยู่กับไฟ..
ด้วยอำนาจที่ปราศจากธรรม ก็คือ มีดอันแหลมคมในมือเด็กน้อยนั่นเอง.. ที่สามารถก่อให้เกิดผลร้ายต่อตนเองและผู้อื่นได้ในทุกเวลา...
อำนาจที่ปราศจากธรรม จึงมีแต่พระเดช.. หาพระคุณมิได้เลย เหมือนไฟเร่าร้อนที่บุคคลถืออยู่ในมือ ที่ย่อมแผดเผามือและทุกอย่าง ซึ่งแตกต่างจาก อำนาจที่เป็นธรรม อย่างสิ้นเชิง
การให้อำนาจกับผู้ใด.. เพื่อบริหารสังคมประเทศชาติ จึงต้องคำนึงถึง วุฒิภาวะ คุณธรรมความดีในจิตวิญญาณของบุคคลผู้นั้น เป็นสำคัญ ยิ่งกว่า ความรู้ ความสามารถ ฐานะภาพโดดเด่นทางโลก
สังคมอารยธรรมวิถีพุทธ.. จึงมีคำสั่งสอนที่เน้นย้ำในการนำ คุณธรรม ความดี นำหน้า ความรู้ ความสามารถ..
นั่นหมายถึง.. การสรรหาคนดี มีความรู้ ความสามารถ เป็นที่ ๑.. มิใช่การสรรหาคนมีความรู้ ความสามารถ และเป็นคนดี ซึ่งเป็นที่ ๒...
การสรรหาคนดี มีความรู้ ความสามารถ อย่างเดียวไม่พอ.. แม้ในคนดีนั้นก็ต้องมีวุฒิภาวะ มีความเป็นผู้ใหญ่ มีประสบการณ์ประกอบ.. ดังที่กล่าวว่าต้องมีทั้งวัยวุฒิ คุณวุฒิ.. โดยจะนำคุณวุฒิมานำหน้าวัยวุฒิ เพื่อเน้นฐานอันสำคัญว่า.. จะต้องเป็นคนดี มีคุณวุฒิที่พร้อมด้วย วัยวุฒิ อันเหมาะสม..
..โดย วัยวุฒิ.. แสดงถึงความเป็นผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์พร้อมในคุณวุฒินั้น.. จึงมั่นคง แน่วแน่ ไม่หวั่นไหว ต่อสภาวธรรมทั้งปวง ไม่ว่าดีหรือชั่ว...
วัยวุฒิ คุณวุฒิ.. จึงแสดงความเป็น วุฒิภาวะของบุคคล เพื่อความเหมาะควรต่อการนำเป็นผู้นำหมู่ชน.. ในการบริหารประเทศชาติ..
ที่น่าพิจารณาอย่างยิ่งในเรื่อง วุฒิภาวะของบุคคล ..หากเป็นหลายๆ คน.. ที่รวมเป็นชุมชน สังคม ประเทศชาติ ก็จะยกระดับเป็น วุฒิภาวะของชุมชน.. วุฒิภาวะของสังคมประเทศชาติไปโดยปริยาย
ในทุกครั้งที่มีการแสดงออกทางสังคมในภาพรวม.. จึงสามารถวัดระดับ วุฒิภาวะของสังคมได้เลย ว่า.. บัดนี้ สังคมประเทศชาติมีวุฒิภาวะทางคุณธรรมความดี อยู่ในระดับใด..
ในโลกของความเป็นจริงที่อ้างอิงสัจธรรม.. จึงเน้นย้ำการพัฒนาจิตวิญญาณของคนทุกคน ให้มีความตระหนักรู้ในธรรม เพื่อการสรรค์สร้างวุฒิภาวะทางธรรมให้ถึงความเป็น สัตว์ประเสริฐ ที่แสดงออกด้วยความเป็น ผู้มีศีลและทิฏฐิ ที่เป็น สัมมาทิฏฐิ
นิยามของโลกแห่งความจริงอ้างอิงสัจธรรม จึงวัดกันด้วย ศีลธรรม และ ความมีปัญญาเห็นชอบตรงธรรม
ด้วยปัญญาความเข้าใจในธรรมของสังคม.. จะนำไปสู่การสร้างอำนาจธรรมขึ้นคุ้มครองหมู่ชนในสังคม ให้มีแต่ความสุข ความเจริญ
ความเข้าใจในธรรม.. จะนำไปสู่ การใช้อำนาจอย่างเป็นธรรม ด้วยความเข้าใจที่เป็น สัมมาทิฏฐิ ว่า.. อำนาจอื่นใดย่อมไม่มี นอกจากอำนาจแห่งธรรม.. และอำนาจแห่งกรรม เหนืออำนาจทั้งปวงในโลกนี้
เมื่อมีผู้ใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรม.. จึงก่อเกิดโทษภัยต่อผู้ใช้.. และหมู่ชนในสังคมนั้น ที่จะแผดเผาทำลายให้ผู้ใช้.. และหมู่ชนในสังคมประเทศชาตินั้น ย่อยยับอับปางสิ้นฤดี..ได้จริง
สมดังคำกล่าวว่า.. การใช้อำนาจไม่เป็นธรรม.. ผู้ใช้อำนาจจะอายุสั้น อยู่ได้ไม่นาน.. เพราะจะถูกธรรมชาติที่ถือ อำนาจธรรม โดยธรรม ลงโทษอย่างสาสม
แม้สิ่งใดๆ ที่ได้มาอย่างไม่เป็นธรรม ไม่ว่า ลาภ ยศ สรรเสริญ.. และความสุข ที่ได้มาโดยอธรรม.. ก็จะถูกทำลายสิ้นไปในตัวของมันเอง ด้วยอำนาจวิปลาสธรรมนั้น..
..ด้วย ความจริง ที่เป็น สัจธรรม ย่อมเป็นจริง ไม่เปลี่ยนแปลง.. และเป็นหนึ่งเสมอ.. ดังที่แสดงให้เห็นความเป็นจริงว่า.. สัจธรรมนั้น เป็นอมตะ ไม่เปลี่ยนแปลงสลายไป ไม่ว่ากาลใด สมัยใด...
ดังนั้น สิ่งใดที่สอดคล้องกับสัจธรรม.. ย่อมดำรงทรงอยู่ได้นาน เมื่อเป็นไปตามทำนองคลองธรรมนั้น... ส่วนสิ่งที่เป็นไปตามอธรรม.. ผิดทำนองคลองธรรม ย่อมวิบัติฉิบหายส่วนเดียว ไม่เป็นอย่างอื่นเลย..
ด้วยถึงแม้ว่า.. จะไม่มีฝ่ายดำรงธรรมมาปราบปรามอธรรมให้สิ้นไป.. แต่ในวิถีธรรมชาติ.. อำนาจอธรรม ย่อมทำลายล้าง อธรรม ให้ราบเรียบ อย่างไม่ต้องสงสัย.. อันเป็นไปตามกระบวนการแห่งธรรมในวิถีธรรมชาติ.. ที่กำกับทุกสรรพสิ่งให้ยุติธรรมเสมอ.. ภายใต้ ธรรมนิยาม ที่กำกับทุกอย่างในโลกนี้ เพื่อความเป็นหนึ่งเดียวกัน
จึงได้เห็นในหลายสมัย.. ในหลายเหตุการณ์ของโลก เมื่อกำลังมารแก่กล้า ยากที่จะทำลายด้วยอำนาจแห่งธรรม ฝ่ายธรรมก็จะปล่อยให้ฝ่ายอธรรมเป็นไปตามวิถีธรรม โดยให้อธรรมหักล้างกันเอง รอคอยความสิ้นไปของอธรรม อย่างเข้าใจเหตุปัจจัยที่แสดงความเป็นจริงในกฎธรรมชาติ ว่า ทุกสรรพสิ่งกำลังดำเนินไปตามเหตุปัจจัย ไร้อัตตาตัวตน บุคคล บังคับบัญชา..
เมื่ออธรรมสิ้นไป.. ฝ่ายธรรมก็จะเข้ามาครอบครองโลกโดยง่ายดาย และเมื่อฝ่ายธรรมเป็นใหญ่.. ผู้ไร้ธรรมก็จะประสบความฉิบหายในที่สุด
จึงไม่ต้องกังวลใจ วิตกเกินขนาด ว่า.. คนชั่วเหล่านั้นจะมีอำนาจดำรงอยู่ได้นาน.. เพราะในที่สุดแห่งการทุจริตฉ้อโกง และการใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรม จะจักแสดงผลสะท้อนคืนกลับตอบสนองผู้ใช้นั้นอย่างมากทวีคูณ ตามกำลังความประมาทของเขา
ทั้งนี้เพราะ.. ในโลกแห่งสัจธรรมย่อมแสดงความเป็นหนึ่งแห่งธรรมเสมอ อย่างปกติ ไม่เปลี่ยนแปลง ดังมีสุภาษิตกล่าวไว้ให้ตระหนักรู้ เพื่อเตือนจิตตนเสมอว่า..
ธรรม ย่อมไม่รักษา อธรรม
ธรรม ย่อมรักษา ธรรม เท่านั้น!!
สอดคล้องกับความเป็นจริงที่เห็นได้จริงว่า.. “โลกจะประสบสันติสุขสมบูรณ์นั้น เพราะอำนาจแห่งธรรมที่เรียกว่า ธรรมานุภาพ เท่านั้น.. ไม่เคยมีคำว่า “อธรรมานุภาพ” !! ...” ... เอวัง!!.
เจริญพร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ความฉ้อฉลทางจิตวิญญาณ .. ภัยร้ายของมนุษยชาติ!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ผลพวงจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ สะท้อนเหตุปัจจัยภาคสังคมหลายประการ ที่ทุกฝ่ายต้องศึกษาพิจารณาเพื่อความเข้าใจในสภาพธรรมทางสังคม ที่สะท้อนภาวะผลกรรมในองค์รวมของ กระแสจิตวิญญาณมหาชน..
บทสะท้อน... กระแสจิตหมู่... ภาคสังคม .. สู่การเลือกตั้ง!! .. ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ..
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. กำลังจะเข้าสู่ วันแห่งสันติภาพ.. ที่ผ่านกระบวนการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย โดยอ้างอิงเสียงประชาชนเป็นใหญ่ หมายถึง อำนาจในการปกครองที่มาจากปวงชน.. อันเป็นที่มาของคำถามว่า อะไรคืออำนาจ, อะไรคือหน้าที่.. และ หน้าที่กับอำนาจ จะใช้สัมพันธ์กันอย่างไรให้เกิดประโยชน์ เป็นไปเพื่อ สันติภาพของมนุษยชาติแท้จริง... ดังที่จะได้มีการใช้อำนาจ (อธิปไตย) ผ่านหน้าที่ตามสิทธิในการเลือกตั้งตามระบอบ ให้อำนาจและหน้าที่แก่ประชาชนใช้ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่จะเกิดมีขึ้นในวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ นี้ ในประเทศของเรา..
ธรรมชาติโดยธรรม ของผู้นำ ผู้แทน ผู้ปกครอง!
เจริญพร สาธุชน ผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เรื่องการเลือกผู้นำตามระบอบประชาธิปไตย ที่ประเทศในโลกตะวันตกพากันเห่อ.. คลั่งไคล้.. จนแพร่ระบาดมาสู่เอเชีย แผ่ไปทั่วบ้านเล็กเมืองน้อย ที่อนุวัตไปตามกระแส โลกาธิปไตย จริงๆ แล้ว มิใช่เป็นเรื่องใหม่ นับตั้งแต่เกิดการอุบัติขึ้นของสังคมมนุษยชาติ
เสียงสะท้อน-ข้อเสนอนโยบาย จากภาคประชาชนถึงพรรคการเมือง
ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งที่พรรคการเมืองต่างๆ ออกมาแสดงวิสัยทัศน์และนำเสนอนโยบายต่างๆ ต่อประชาชน เพื่อหวังผลคะแนนเสียงเลือกตั้ง รวมถึงการส่งตัวแทนพรรคไปร่วมเวทีดีเบต-นำเสนอนโยบายตามเวทีต่างๆ ที่จัดขึ้นหลายแห่ง
อย่าเลือกคน Gen Im เป็นผู้แทนอย่างเด็ดขาด!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เมื่อพิจารณาลงไปในกระแสสังคมปัจจุบันที่อยู่ภายใต้อำนาจโลกธรรมอันมี เทคโนโลยีไอที เป็นใหญ่ ที่ชาวโลกมีความภาคภูมิใจให้เพลิดเพลินในการเข้าไปเชยชมยึดติด.. จึงกลายเป็น วัตถุกาม ของมารที่มีไว้ล่อหลอกให้สัตว์ทั้งหลายเข้าไปรักใคร่ ใหลหลง ผูกมัดรัดยึด ก่อเกิดความเศร้าหมองเร่าร้อน ด้วย อิทธิฤทธิ์ของมารา ที่ใช้มายา.. เป็นเครื่องมือ..
เจาะสนามเลือกตั้งขอนแก่น กระแส-กระสุนวัดกันเดือด!
กลายเป็นอีกสนามเลือกตั้งที่คอการเมืองต่างเฝ้าจับตามองและหมายมั่นปั้นมือที่จะคว้าเก้าอี้สำคัญของ จ.ขอนแก่น มาให้ได้ ดูได้จากการโหมโรงหรือการลงพื้นที่หาเสียงจากทุกพรรคการเมืองที่ล้วนต่างขนขุนพลชั้นนำระดับประเทศมาพบปะ มาปราศรัย มาลงพื้นที่เพื่อช่วยผู้สมัคร สส.เขตของตนเอง แม้กระทั่งบางพรรคจะไม่มีตัวผู้สมัครเขต แต่ก็มาขอคะแนนเสียงเพื่อลงคะแนนให้กับ สส.บัญชีรายชื่อกันแทบทุกวันกันเลยทีเดียว

