หลายๆ คนคงกำลังวางแผนออกไปสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวและเส้นทางท้าทายใหม่ๆ ในช่วงสิ้นปี ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางไหน หากคุณเดินทางไปกับฟอร์ด เรนเจอร์ ทุกเส้นทางการผจญภัยของคุณจะผ่านไปได้อย่างง่ายดาย
แชสซีและช่วงล่างของฟอร์ด เรนเจอร์ได้รับการพัฒนาให้แกร่งยิ่งขึ้น ตลอดจนเทคโนโลยีช่วยขับขี่อันเหนือชั้น ทำให้บรรทุกสัมภาระได้ในปริมาณมากยิ่งขึ้นกับการเดินทางบนเส้นทางที่ท้าทาย ฟอร์ด เรนเจอร์ จึงเป็นรถที่สมบูรณ์แบบสำหรับการออกไปผจญภัยในช่วงสุดสัปดาห์ หรือการเดินทางนานหลายวันบนเส้นทางสมบุกสมบัน
“เจ้าของรถฟอร์ด เรนเจอร์ต้องการรถกระบะที่อัดแน่นด้วยฟีเจอร์เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เต็มไปด้วยภารกิจมากมาย” ร็อบ ฮิวโก้ หัวหน้าฝ่ายประสบการณ์การขับขี่ฟอร์ด เรนเจอร์และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ฟอร์ด ออสเตรเลีย กล่าว “ฟอร์ด เรนเจอร์ จะต้องบรรทุกสิ่งของไปได้ทุกที่ ทนทาน และพร้อมส่งมอบสมรรถนะที่เต็มเปี่ยมให้กับผู้ใช้งานได้อย่างยาวนาน แม้ในสภาวะการขับขี่สุดท้าทายบนหลากหลายเส้นทางในโลก เราตั้งใจพัฒนาฟอร์ด เรนเจอร์ขึ้นมาเพื่อให้รับมือกับสิ่งเหล่านี้”
ความสามารถของฟอร์ด เรนเจอร์ ที่จะช่วยเปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นการผจญภัยสุดเร้าใจ ได้แก่
- พัฒนามาเพื่อให้บรรทุกสัมภาระได้มากขึ้น พร้อมลุยไปทุกที่
สิ่งที่ต้องมีในการเดินทางช่วงวันหยุดยาวและการท่องเที่ยวผจญภัยช่วงสุดสัปดาห์กับครอบครัวคือ พื้นที่บรรทุกสิ่งของที่ปรับเปลี่ยนให้เข้ากับความต้องการได้หลายรูปแบบ กระบะท้ายของฟอร์ด เรนเจอร์ กว้างขึ้น 50 มม. และมีพื้นที่จุของได้มากกว่า 1,200 ลิตร ทำให้บรรทุกอุปกรณ์ตั้งแคมป์และสัมภาระชิ้นใหญ่ได้ง่ายขึ้น พื้นปูกระบะของฟอร์ด เรนเจอร์สามารถกั้นแบ่งพื้นที่เพื่อจัดระเบียบสิ่งของได้ โดยทำที่กั้นแบ่งพื้นที่แบบ DIY ได้เองที่บ้าน และประกอบหรือถอดออกได้ตามต้องการ
- ขนของและขึ้นลงได้ง่ายด้วยบันไดเหยียบข้างกระบะท้าย
บันไดเหยียบข้างกระบะท้ายที่ติดตั้งมากับรถช่วยให้หยิบสิ่งของต่างๆ บริเวณท้ายกระบะได้อย่างแข็งแรงและมั่นคง โดยไม่ต้องปีนขึ้นบนล้อที่อาจเปื้อนโคลนและทำให้ลื่นไถล หรือปีนขึ้นจากฝาท้ายกระบะเพื่อหยิบของ
- บรรทุกสัมภาระได้อย่างปลอดภัย
ฟอร์ด เรนเจอร์ มีห่วงยึดสัมภาระกระบะท้ายติดตั้งมาจากโรงงาน และยังมีราวพร้อมหมุดยึดแบบสปริงสำหรับเลือกใช้งานเพื่อรัดสัมภาระให้แน่นหนา โดยรุ่นไวลด์แทรค มาพร้อมราวอลูมิเนียมเสริมอีกหนึ่งคู่เพื่อช่วยให้บรรทุกสัมภาระขนาดใหญ่ได้รัดกุมยิ่งขึ้น
- คิดนอกกรอบ
ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นสตอร์มแทรค มีราวหลังคาและสปอร์ตบาร์แบบปรับได้ (Flexible Rack System) กับ จุดล็อคสปอร์ตบาร์ 5 ตำแหน่งตามแนวขอบกระบะ และเมื่อใช้ร่วมกับราวหลังคาจะทำให้สามารถบรรทุกสัมภาระที่มีลักษณะยาวได้อย่างง่ายดาย สำหรับรุ่นที่ไม่มีราวหลังคาและสปอร์ตบาร์แบบปรับได้ สามารถติดตั้งจุดยึดแร็คหลังคาเพื่อช่วยให้ติดตั้งอุปกรณ์เสริมบนหลังคาได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแร็คหลังคา หรือถาดวางสัมภาระ โดยหลังคาของฟอร์ด เรนเจอร์ รองรับน้ำหนักได้สูงสุด 350 กก. (ขณะจอด) และ 85 กก. (ขณะขับขี่)1
- ปลดล็อกสมรรถนะผจญภัยด้วยโหมดการขับขี่และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ
ถึงแม้ว่าการเลือกสถานที่ตั้งแคมป์อาจเป็นเรื่องยาก แต่แต่การขับรถไปที่จุดตั้งแคมป์จะเป็นเรื่องง่าย ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อและโหมดการขับขี่ต่างๆ ของฟอร์ด เรนเจอร์ที่ ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้การขับขี่สะดวกสบายและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ไปพร้อมๆ กับช่วยอำนวยความสะดวกแม้ต้องเจอกับสภาพเส้นทางที่ยากลำบาก2
โหมดการขับขี่ปกติ (Normal) และโหมดประหยัด (Eco) ส่งพละกำลังและประสิทธิภาพที่เหมาะกับการขับขี่บนถนนในชีวิตประจำวัน ในขณะที่โหมดถนนลื่น (Slippery) และโหมดโคลน (Mud/Ruts) มีไว้สำหรับใช้งานเมื่อไม่ได้ขับขี่บนถนนที่ลาดยางแบบปกติหรือเมื่อต้องเริ่มขับขี่บนเส้นทางแบบผจญภัย โหมดลากจูงและบรรทุก (Tow/Haul) ได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับการลากจูงวัตถุที่มีน้ำหนักมาก โดยช่วยปรับอัตราทดเกียร์ให้เหมาะสม เพื่อการส่งกำลังและการหน่วงกำลังของเครื่องยนต์บนสภาพทางที่ลาดชัน พร้อมเพิ่มน้ำหนักพวงมาลัยเพื่อการควบคุมที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
โหมดการขับขี่ของเรนเจอร์ได้รับการออกแบบมาเพื่อทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือการเปลี่ยนเกียร์แบบ shift-on-the-fly แบบพาร์ทไทม์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อขั้นสูงของฟอร์ดเป็นระบบอัตโนมัติที่ปรับเปลี่ยนได้เอง3 ที่สามารถเลือกตั้งค่าสูงสุด 4 แบบ ได้แก่ 2H, 4H และ 4L รวมถึง 4A บนฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เมื่อตั้งค่าเป็นโหมด 4A ระบบจะทำงานอย่างเต็มที่และตรวจสอบสภาวะการยึดเกาะถนนอย่างต่อเนื่อง โดยระบบจะกระจายแรงบิดตามสัดส่วนไปที่ล้อหน้าตามความจำเป็นในสภาวะการขับขี่ นอกจากนี้ ยังเป็นหนึ่งในโหมดเริ่มต้นสำหรับการใช้งานโหมดควบคุมการขับขี่ (Selectable Drive Modes) ที่จะปรับเปลี่ยนไปตามการเลือกโหมดการขับขี่แต่ละโหมดอีกด้วย
- ควบคุมการขับขี่แบบออฟโรดได้อย่างเต็มรูปแบบ
เมื่อกดปุ่มออฟโรดบนคอนโซลกลาง ข้อมูลจะแสดงขึ้นมาบนหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ โดยหน้าจอนี้จะแสดงการตั้งค่าสถานะการขับขี่ และองศาการเอียงของตัวรถ นอกจากนี้ยังสามารถดูภาพจากกล้องมองรอบคัน 360 องศา ที่รวมไปถึงมุมกล้องหน้าที่ช่วยให้เห็นทัศนวิสัยบริเวณล้อหน้าได้อีกด้วย3
โดย นรินทร โชติภิรมย์กุล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ฟอร์ด พร้อมลุยศึกออฟโรด AXCR ปีที่ 4 ส่งแร็พเตอร์ 2 คัน ป้องกันแชมป์
ฟอร์ด ประเทศไทย ประกาศความพร้อมในการลงแข่งสนามออฟโรดระดับนานาชาติ รายการเอเชีย ครอส คันทรี่ แรลลี่ หรือ AXCR
ฟอร์ดส่ง 'เรนเจอร์ วูล์ฟแทรค' รุกตลาดกระบะไลฟ์สไตล์ ฉลอง 30 ปีในไทย ชูราคาเริ่ม 9.49 แสนบาท
ฟอร์ด ประเทศไทย เดินหน้ารุกตลาดรถกระบะไลฟ์สไตล์ต่อเนื่อง เปิดตัว "ฟอร์ด เรนเจอร์ วูล์ฟแทรค" (Ford Ranger WOLFTRAK)
ฟอร์ดชู ‘Rapid Hub’ เครือข่ายวิศวกรภาคสนาม 10 แห่งทั่วไทย ยกระดับบริการหลังการขาย
ความเชื่อมั่นในแบรนด์ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในวันที่ลูกค้าซื้อรถ แต่วัดกันที่บริการหลังการขาย ฟอร์ด ประเทศไทย จึงมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมบริการลูกค้ามาโดยตลอด
ฟอร์ด เดินหน้ากลยุทธ์แบรนด์ระดับโลก ‘Ready Set Ford’
ฟอร์ด ประเทศไทย เดินหน้าสร้างประสบการณ์และขับเคลื่อนกลยุทธ์แบรนด์แคมเปญระดับโลก ‘Ready Set Ford’ เพื่อสะท้อนทิศทางใหม่
ฟอร์ดเปิดตัวไลน์อัพทีมแข่ง ส่งฟอร์ด เรนเจอร์ เครื่องยนต์ วี 6 ลุย TSS 2569
ฟอร์ด ประเทศไทย พร้อมสร้างปรากฏการณ์ความตื่นเต้นในสนามแข่งรถทางเรียบต่อเนื่องปีที่ 7 โดยทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง หรือ FTR

